
จำคุก50ปี"เสธ.น็อต"คดีดวลปืนตำรวจดับ
พิพากษา จำคุก 50 ปี เสธ.น็อต" พ.ต.ชานนท์ ชิณวงศ์ อดีตนายทหาร บก.สส. ร่วมกับ ผญบ. - พลเรือน ค้ายาไอซ์ 7 ถุง - เสพยาอี พร้อมปรับ 3.6 ล้าน ขณะที่คดีร่วมกับพวกฆ่าตำรวจ 2 นายขณะจับกุม ศาลนัดพิพากษา 21 ก.ค.นื้
ที่ห้องพิจารณาคดี 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 24 มิ.ย.52 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อย.2154/2550 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ชานนท์ ชิณวงศ์ อายุ 44 ปี หรือ เสธ.น็อต อดีตนายทหารประจำ บก.สส.(สน.3 จชต.ยะลา), นายสุขุม หรือเบียร์ เจือแจ่มจันทร์ อายุ 32 ปี และนายวิฑูร นิยกิจ อายุ 45 ปี เป็นจำเลยที่ 1- 3 ในความผิดฐาน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด , ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย , จัดหาที่พำนักหรือที่ซ่อนเร้นเพื่อช่วยเหลือแก่ผู้กระทำผิด , เสพยาเสพติด มี 3,4 เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน (ยาอี) ไว้ในครอบครอง และปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม
โดยคดีนี้ โจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 50 บรรยายความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 20 ก.พ.50 ถึงวันที่ 11 เม.ย.50 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฎชัด จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นข้าราชการทหาร , จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน และจำเลยที่ 2 ร่วมกับ นายแวง (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 25 ปี ที่ถึงแก่ความตาย ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) จำนวน 7 ถุง น้ำหนัก 12.772 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 12.497 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันจำหน่ายขายยาไอซ์ จำนวน 2 ถุง น้ำหนัก 1.010 กรัม ให้แก่สายลับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจล่อซื้อไปในราคา 6,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดหาห้องเลขที่ 305 เดอะลิฟวิ่งรูม อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 5073/8 แขวงและเขตดินแดง กรุเงทพฯ เพื่อให้ความสะดวกในการมั่วเสพยาไอซ์ และเป็นที่ประชุมสำหรับตกลงในการนำยาเสพติดไปจำหน่าย
นอกจากนื้ จำเลยที่ 1ยังมี 3,4 เมทิลลีน (ยาอี) จำนวน 1 ซอง น้ำหนัก 0.250 คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์หนัก 0.177 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งเจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสามได้พร้อมยาไอซ์ พร้อมยา อุปกรณ์การเสพยา และโทรศัพท์มือถือ เป็นของกลาง นอกจากนี้จำเลยที่ 2 ยังปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ด้วย จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 และริบของกลาง
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ -จำเลยนำสืบแล้ว เห็นว่าโจทก์มีเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ผู้จับกุม เบิกความเป็นลำดับขั้นตอน ตั้งแต่การล่อซื้อยาเสพติด และจับกุม และมีภาพบันทึกเหตุการณ์จับกุมจากโทรทัศน์วงจรปิด เป็นหลักฐาน โจทก์ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสามมาก่อน จึงเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โดยจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นเจ้าพนักงาน จึงต้องได้รับโทษเป็นสามเท่า
พิพากษาให้จำคุก จำเลยที่ 1 และ 3 คนละปี 58 ปี ฐานร่วมกันสมคบมี ยาไอซ์ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย และร่วมกันเสพยาเสพติด แต่ตามกฎหมายเมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดแล้ว ให้จำคุกสูงสุดได้ไม่เกินที่ 50 ปี จึงให้จำคุกจำเลยที่ 1 และ 3 คนละ 50 ปี และปรับคนละ 3.6 ล้านบาท
ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดฐาน ร่วมกันสมคบมียาไอซ์ ยาเสพติดให้โทษประเภท1 ไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่าย , ฐานเสพยาเสพติด และปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม แต่จำเลยที่ 2 ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างมีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้หนึ่งในสี่ โดยให้จำคุกจำเลยที่ 2 ไว้เป็นเวลา 15 ปี 18 เดือน และปรับ 900,000 บาท และริบของกลาง โดยให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจาก คดีหมายเลขแดงที่ ด.3625/2549 และ ด.2112/2550 ของศาลอาญาธนบุรีด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พ.ต.ชานนท์ กับพวกนั้น นอกจากถูกดำเนินคดีร่วมกันค้าและเสพยาเสพติดแล้ว จำเลยทั้งสาม ยังถูกอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาในคดีหมายเลขดำที่ อ.2419/2550 ข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงาน , พยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และ ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน กรณีที่ร่วมกันฆ่าส.ต.ท.ไสว อาจหนองหว้า และ ด.ต.มาโนช ศรีละคร เจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ชุดจับกุมคดียาเสพติดจนถึงแก่ความตาย ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 จำนวน 7 นาย ทำการล่อซื้อยาเสพติดจาก นายสุขุม จำเลยที่ 2 ด้วย ซึ่งศาลอาญา นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น.



