
'ปู'กำชับ'ปึ้ง'ดูแล2ม็อบชุมนุมใหญ่
01 เม.ย. 2557
'ยิ่งลักษณ์' กำชับ 'สุรพงษ์' ดูแล นปช.-กปปส.ชุมนุมใหญ่ 5 เม.ย. ไม่ขอพูดรอดคดีข้าวหรือไม่ เผยบรรยากาศชี้แจงป.ป.ช.เป็นไปด้วยดี หวังได้รับความยุติธรรมเหมือนคดีอื่น
1 เม.ย.57 เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองที่นปช.จะออกมาชุมนุมใหญ่ในวันที่ 5 เม.ย. ว่า ตนห่วงสถานการณ์ ซึ่งได้ฝากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและผู้ชุมนุมทุกฝ่าย และการดูแลในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงจะต้องดูแลทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และพยายามไม่ให้เกิดการปะทะกัน และนำไปสู่ความรุนแรง และเชื่อว่าทุกคนจะช่วยกันและต้องขอร้องทุกฝ่าย
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะขอร้องกลุ่มผู้ที่มาสนับสนุนไม่ให้เข้ามาชุมนุมหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็พยายามทุกวิถีทางและต้องขอร้องทุกฝ่ายพยายามที่จะไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า และต้องดูแลทุกกลุ่มให้เท่าเทียมกัน เมื่อถามว่าได้พูดคุย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการนปช. ที่จะนำมวลชนมาชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนขอร้องทุกฝ่าย อะไรที่เราสามารถทำได้เราก็จะทำ อย่างไรก็ตามการดูแลต่างๆ เราก็ต้องระมัดระวังการกระทบกระทั่ง ความปลอดภัยของประชาชนหรือการสัญจรไปมาเราก็หวังว่าทุกฝ่ายจะไม่นำมวลชนของตนเองมาปะทะกัน เมื่อถามถึงการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวสั้นๆ ว่า คงต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ก่อน แต่เบื้องต้นทางรัฐบาลยังไม่มีการหารือกัน
อย่างไรก็ตามนายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่ากังวลหรือไม่ว่ากองทัพจะเข้ามาแทรกแซงทางการเมืองกรณีวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) ผู้บัญชาการเหล่าทัพจะหารือเพื่อหาทางออกในสถานการณ์ทางการเมือง
'นายกฯ' ไม่ขอพูดรอดคดีข้าว-หวังได้รับความเป็นธรรมเหมือนคดีอื่น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเเละรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีข้อชี้แจงคดีโครงการรับจำนำข้าวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ต้องเรียนว่าที่เราได้ขอเวลาและขอให้มีการสอบพยานบุคคลเพิ่มเติมก็ต้องเรียนว่าใครที่อยู่ในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหาก็ต้องใช้เวลาอย่างเต็มที่ เพราะกว่าป.ป.ช.จะแจ้งเรื่องมา และเราก็มีเวลาที่จะแก้ข้อกล่าวหาเพียง 15 วัน ซึ่งภายใน 15 วันนั้นเป็นใครก็ต้องขอเวลาเพิ่มเติม ส่วนในเรื่องพยานตนก็อยู่ในระดับนโยบายก็คงต้องขอพยานเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูล ซึ่งทราบข้อมูลในส่วนปฏิบัติและที่สำคัญก็เป็นความเห็นในส่วนเพิ่มเติมอีกด้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ในกระบวนปกติของกระบวนการยุติธรรมว่ากรณีผู้กล่าวหาย่อมให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงหรือนำพยานมาชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามปกติอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯคาดหวังหรือไม่ว่าจะได้รับโอกาสจากป.ป.ช. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็คาดหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมเหมือนคดีอื่น และวานนี้ (31 มี.ค.) บรรยากาศในการชี้แจงต่อป.ป.ช.ก็เป็นไปด้วยดี ตนก็หวังว่าคณะกรรมการป.ป.ช.จะนำข้อชี้แจงไปพิจารณาเพื่อความยุติธรรมอย่างเต็มที่ตามสมควรจะได้รับ
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการชี้แจงดังกล่าว และการขอให้มีการสอบพยานเพิ่มเติมจะทำให้นายกฯพ้นคดีนี้ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถตอบแบบนั้นได้ เพราะตนไม่ได้เป็นผู้พิจารณา เราก็ทำอย่างเต็มที่ภายในเวลาที่เรามี อย่างที่เรียนว่าเอกสารต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานเรายังได้มาไม่ครบ จึงต้องชี้แจงเท่าที่ได้เอกสารมา ขอให้เห็นใจเพราะแต่ละหน่วยงานกว่าจะรวบรวมเอกสารต่างๆ ก็ต้องใช้ระยะเวลา เพราะโครงการรับจำนำข้าวเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงต้องขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย
เมื่อถามว่าในส่วนของป.ป.ช.มีการส่งเอกสารมาให้นายกฯ ได้รับครบถ้วนและครอบคลุมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ได้ในระดับหนึ่ง แต่ในบางส่วนหากต้องการมากกว่านี้ก็คงต้องมีการประสานงานกันอีก แต่เราเองก็ถือว่าทางป.ป.ช.ได้ให้ข้อมูลมาในระดับหนึ่งแล้ว ทางเราก็คงต้องไปทำงานกันต่อซึ่งต้องใช้เวลา
ส่วนการคาดการณ์ว่าป.ป.ช.จะชี้มูลในสัปดาห์หน้านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องไปถามป.ป.ช.ตนไม่อยู่ในวิสัยที่จะตอบแทนได้ เพราะทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละคดีความก็มีขั้นตอนในการชี้แจงและทางคณะกรรมการป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาในเนื้อหาและเอกสารรวมถึงตัวพยานบุคคลด้วย หรือผู้ที่มีความอิสระ มีความเป็นกลางเพื่อให้คดีเกิดความยุติธรรมฟังข้อมูลอย่างครบทุกด้านไม่ใช่ฟังเพียงผู้กล่าวหาอย่างเดียว
'นายกฯ' น้อมนำพระราชดำรัส 'ในหลวง' เนื่องในวันขรก.พลเรือนไปปฏิบัติ
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในที่ประชุมครม.เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน โดยอัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้ดำรัสไว้ ณ วังไกลกังวล เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า "ข้าราชการไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ระดับไหน มีหน้าที่อย่างไร ล้วนแต่มีส่วนสำคัญอยู่ในงานของแผ่นดินทั้งสิ้น ทุกคนจึงต้องตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ โดยเต็มกำลังความสามารถด้วยอุดมคติ ด้วยความเข้มแข็งเสียสละ และระมัดระวังให้การทุกอย่างในหน้าที่เป็นไปอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง ด้วยความระลึกรู้ตัวอยู่เสมอว่าการปฏิบัติงานของตน มีผลเกี่ยวเนื่องถึงสุขทุกข์ของประชาชน ตลอดจนความเจริญหรือเสื่อมลงของประเทศชาติ"
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า นายกฯจึงขอให้ข้าราชการทุกหน่วยใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ และทุ่มเท นอกจากนี้ นายกฯ ยังฝากให้ดูแลข้าราชการทุกกระทรวงอย่างเป็นธรรม โดยให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการ สืบเนื่องจากสถานที่ราชการหลายแห่งถูกปิดล้อม ทำให้ข้าราชการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานในที่ประชุมครม.ว่า สัปดาห์นี้ที่ จ.เชียงใหม่ และจ.แม่ฮ่องสอน จะมีเรื่องของหมอกควันค่อนข้างเยอะ สาเหตุจากมีไฟไหม้ในป่าสงวนมากกว่าพื้นที่ป่าธรรมดา อีกทั้งกรมป่าไม้ไม่มีบุคลากรที่จะเข้าไปดูในพื้นที่ป่าสงวน จึงฝากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่ละแวกนั้น
นายภักดีหาญส์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น่าจะหารือเรื่องของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญภายในสัปดาห์นี้ เพราะคำวินิจฉัยไม่ได้บอกว่าต้องปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป ดังนั้น วันนี้จึงยังไม่ทราบว่าต้องตีตรา พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งใหม่หรือไม่ หรือจะเริ่มนับตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ว่าจะต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน ไม่เกิน 60 วัน จะเริ่มนับตั้งแต่วันไหน โดยครม.จะรอบทสรุปของกกต.ต่อไป
นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ยังมีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงแรงงาน จำนวน 4 คน ได้แก่ นายวิษณุ ปาณวร รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายวินัย ลู่วิโรจน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน และนายกรีฑา สพโชค รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยทั้งหมดให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง รวมถึงมีมติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม จำนวน 4 คน ได้แก่ นางสุรีรัตน์ วงศ์เสงี่ยม รองอธิบดีกรมศิลปากร นายอนันต์ ชูโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และน.ส.วิมลลักษณ์ ชูชาติ รองผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรม โดยทั้งหมดให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวง
นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ยังมีมติเห็นชอบการต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นายวิทยา สุริยะวงศ์ ผอ.สำนักงานกิจการยุติธรรม ซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2552 ครบกำหนด 4 ปี เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2556 ต่อไปอีก 1 ปี ไปจนถึงวันที่ 10 ธ.ค.2557 อย่างไรก็ตาม มติครม.ในการแต่งตั้งตำแหน่งดังกล่าวจะยังไม่มี จนกว่ากกต.จะดำเนินการพิจารณาแล้วเสร็จ
'นายกฯ' กำชับ 'ผบ.ตร.' ดูแลครอบครัว 'นรต.' เสียชีวิตจากเหตุฝึกโดดร่ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจอ.สามพราน จ.นครปฐม เมื่อเวลา 13.05 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เชิญพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าหารือเป็นการส่วนตัว โดยใช้เวลาประมาณ 50 นาที จากนั้นนายกฯได้หารือต่อกับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งภายหลังการหารือนายกฯปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้
ขณะที่พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยว่า เป็นการรายงานสถานการณ์ภาพร่วมทั่วไป อย่างไรก็ตามในส่วนการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในวันที่ 5 เม.ย.และการเตรียมยกระดับการชุมนุมของกลุ่มกปปส.นั้น ได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยยอมรับว่ามีความเป็นห่วงการเผชิยหน้าของกลุ่มกปปส.และนปช. ซึ่งนายกฯได้กำชับว่าจะต้องระมัดระวังอย่าให้มีการเผชิญหน้า ซึ่งขณะนี้ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมแผนไว้ลองรับแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ในส่วนของกำลังต่างๆขณะนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว ไม่จำเป้นต้องเพิ่ม โดยในพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) จะเข้าร่วมประชุมกับผบ.เหล่าทัพเพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุม
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ในการหารือนายกฯได้สอบถามถึงการเสียชีวิตของนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการฝึกหลักสูตรพลร่ม ที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้มีมาตราการแต่งตั้งในการป้องกันดูแล และตนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาดูแล โดยมอบหมายให้จเรตำรวจเข้าไปดูแลว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบกพร่องจากอะไรบ้าง อุปกรณ์ต่างๆเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า มีข่าวว่าสลิงที่ขาดมีการเปลี่ยนใหม่ตรงนี้มีความผิดพลาดอะไรหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบก่อนเพราะดูแค่ตาเปล่าคงตอบอะไรไม่ได้ แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ทั้งนี้ นายกฯได้สั่งการและกำชับให้ดูแลครอบครัวของนรต.ที่เสียชีวิต ดูแลเรื่องของสวัสดิการและงานศพต่างๆ
เมื่อถามว่า จะมีการออกคำสั่งงดฝึกโดดร่มในช่วงนี้ใช่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า คงจะต้องให้มีความพร้อมก่อน แต่หลักสูตรโดดร่มถึงอย่างไรก็ต้องมี และเป็นหลักสูตรที่ดี เพียงแต่ก่อนทำการฝึกจะต้องให้มีความพร้อมจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ
'นายกฯ' ขอขรก.วางตัวเป็นกลางทางการเมือง กำชับ 'เฉลิม' ดูแลเท่าเทียม
ร้อยโทหญิงสุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.)ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มอบนโยบายในที่ประชุม ครม.แก่บรรดาข้าราชการ เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน ประจำปีนี้ว่า ขอให้ข้าราชการพลเรือนทุกคนยึดหลักแนวทางการทำงาน 4 ด้าน คือ 1.ยึดหลักการทำงานตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2.ทำงานโดยสุจริต 3.ไม่ละทิ้งการปฎิบัติหน้าที่ของตนเองและ 4.ควรวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกำชับให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรมว.แรงงาน ในฐษนะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และดูแลการชุมนุมของทั้ง 2 กลุ่ม คือ นปช.และกปปส. อย่างใกล้ชิด โดยเน้นการทำงานของทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร จะต้องให้ความระมัดระวัง และดูแลการชุนุมของทั้งสองกลุ่ม อย่างเท่าเทียมกัน ต้องไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่ม กปปส. ที่มีแนวโน้มปิดสถานที่ราชการ และข่มขู่คุกคาม เจ้าหน้าที่ไม่ให้ปฎิบัติงาน
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม.ยังมีมติแต่งตั้งข้าราชการ กระทรวงแรงงาน 4 ตำแหน่ง คือ นายวิษณุ ปาณวร รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง นายอารักษ์ พรหมณี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง นายวินัย ลู่วิโรจน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และ นายกรีฑา สพโชค รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และที่ประชุมครม.พิจารณาตามที่ กระทรวงยุติธรรม เสนอขอต่อเวลาตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม อีก 1 ปี ให้นายวิทยา สุริยะวงค์
นอกจากนี้ครม.ยังแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ กระทรวงวัฒนธรรม 4 ตำแหน่ง ดังนี้1.นางสุรีย์รัตน์ วงศ์เสงี่ยม รองอธิบดีกรมศิลปากร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 2.นายอนันต์ ชูโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 3.นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง และ 4.นางสาววิมลลักษณ์ ชูชาติ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรม ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งนี้ ให้มีผลดำเนินการในขั้นตอนต่อไปเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 181 (1) แล้ว
'นายกฯ' สั่งบูรณาการแก้ปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร
ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้แจ้งให้ที่ประชุมครม.ทราบเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์และแนวโน้มการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งจัดทำโดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ร่วมกับสภาพัฒน์ เป็นรายงานคู่ขนานกับรายงานในระดับโลก เพื่อที่จะมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยสาระสำคัญของรายงานชิ้นดังกล่าวระบุว่าสถานการณ์การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่นไทย ค่อนข้างน่าเป็นห่วง โดยพบว่าดารตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในจังหวัดที่มีการคลอดบุตรของหญิงวัยรุ่นมากที่สุด 4 จังหวัดคือ ชลบุรี สมุทรสาคร ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีอัตราการคลอดก่อนวัยอันควรประมาณ 79-85 รายต่อประชาการ 1000 คน
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบกับตลาดแรงงานของประเทศในอนาคต เนื่องจากหญิงวัยรุ่นเมื่อตั้งครรภ์ก็จะออกจากระบบการศึกษา ส่งผลให้ตลาดแรงงานสูญเสียกำลังสำคัญในส่วนนี้ไป ทั้งนี้รายงานฉบับดังกล่าวมีข้อเสนอแนพเชิงนโยบายท่น่าสนใจเพื่อให้รัฐบาลใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา เช่น 1.เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาของหญิงวัยรุ่น โดยการบังคับใช้กฎหมาย 2.ลดการตั้งครรภ์และการคลอดซ้ำ ในหญิงที่มาอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษา 3.วางมาตรการคุมกำเนิดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของหญิงวัยรุ่นไทย 4.รัฐบาลควรให้ความสำคัญ และสนับสนุนงบประมาณในการให้การศึกษาให้เด็กไทยอย่างถ้วนหน้า
ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวต่อว่า นายกฯได้ให้ความสำคัญและให้เป็นประเด็นที่ควรมีการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง และมีการบูรณาการโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การให้ความรู้ในเรื่องของเพศศึกษา ส่งเสริมในเรื่องของค่านิยมในการรักนวลสวงนตัว และขอให้ส่วนราชการบูรณาการกับองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นของรัฐเอกชน และโครงการในพระราชดำริต่างๆที่มีวัตถุประสงค์สำคัญในการดูแลพัฒนาทักษะอาชีพแก่เด็กหญิงที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร



