
สวัสดีเศรษฐกิจ : เวลานี้อย่าคิดพึ่งใคร
03 เม.ย. 2557
สวัสดีเศรษฐกิจ : เวลานี้อย่าคิดจะพึ่งใคร เพราะสุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเรา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
"ถ้าเป้าหมายสุดท้ายของท่าน คือ ความหายนะของเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแล้วละก็ ผมขอแสดงความยินดีด้วย เพราะท่านได้เข้าใกล้เป้าหมายนั้นแล้ว"
ข้อความข้างต้นผมนำมาจากคำกล่าวของคุณดุสิต นนทะนาคร อดีตประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานหอการค้าไทย (ปัจจุบันท่านได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว แต่ได้ทิ้งผลงานที่ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต) คำกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ได้สื่อสารไปยังกลุ่มคนไทยที่เรียกตนเองว่านักการเมืองของไทย เพราะสภาพการณ์ในปัจจุบัน ความอ่อนแอและเปราะบางในระบบเศรษฐกิจนั้นได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่าเราไม่ควรคิดว่าธุรกิจที่มีปัญหาจะมีสาเหตุมาจากผลกระทบของสถานการณ์ทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องของภาวะเศรษฐกิจไทยที่ไม่ค่อยดีนัก โดยเอสเอ็มอี บางราย บางกลุ่มก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 แล้วปัจจุบันยังไม่ฟื้น หรือบางรายก็เพิ่งฟื้นแต่ยังแข็งแรงไม่เต็มที่ สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นเป็นเหตุปัจจัยซ้ำเติม เอสเอ็มอี บางรายที่อาจไม่แข็งแรง ไม่แกร่งพอเกิดปัญหาสภาพคล่องติดขัดเร็วขึ้น
ดังคำพูดของนายธนาคารยักษ์ใหญ่ย่านสีลมท่านหนึ่งได้ระบุไว้ดังนี้ว่า "ยอมรับว่าผู้ประกอบการบางรายเริ่มมีสัญญาณอ่อนแอให้เห็น เหมือนคนเป็นไข้ไม่สบาย แต่ไม่ต้องถึงขั้นเข้าห้องไอซียู เพียงแต่ต้องใช้ยารักษา ใครแข็งแรงก็อยู่ได้ ใครอ่อนแอก็อาจไม่รอด แม้ปัญหาการเมืองจะไม่ใช่ปัจจัยหลักปัจจัยเดียวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจ แต่ถ้าปล่อยให้บรรยากาศเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ แนวโน้ม เศรษฐกิจก็ตกลง ความสามารถของภาคธุรกิจก็ต่ำ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อให้ไทยปรับตัวและใช้ประโยชน์ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้น ขอเพียงแต่ไทยอย่าทำตัวเอง ก็เชื่อว่าภาคธุรกิจจะยังแข็งแกร่งได้"
เอสเอ็มอีทั้งหลายควรหันมาดำเนินการดังนี้นะครับ
1.เร่งสำรวจค่าใช้จ่ายของตัวเองว่ามีอะไรที่จะปรับลดลงไปได้อีกบ้าง
2.ยอดขายที่ต้องเร่งเก็บเงินเข้ามาเป็นเงินสด อยู่ที่ไหนให้เร่งเก็บเงินเข้ามา
3.อย่าไปยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน ไม่ต้องไปทำเก่ง เที่ยวไปสนใจเรื่องคนอื่นกลับมาดูแลงานของตนเป็นหลักดีกว่าไหม
4.ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในทุกประเภทต่อเดือนเทียบกับรายได้ที่รับเข้ามาเป็นอย่างไร จะพอหรือไม่ จะเกิดการค้างชำระหรือไม่
5.ต้องเข้าใจกันว่าเวลานี้ คนไม่อยากใช้จ่าย ไม่มีอารมณ์จะใช้จ่าย หรือบางกลุ่มรายได้ไม่มีความสามารถจะใช้จ่าย เอสเอ็มอีต้องแยกให้ออกว่าอะไรพึ่งได้ อะไรพึ่งไม่ได้
6.หากเริ่มติดขัดต้องรีบหาเจ้าหนี้คุยกันแต่เนิ่นๆ เพราะในฝั่งธนาคารและสถาบันการเงินนั้นมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอีที่มีปัญหาหากเกิดกรณีเป็นใจแต่ละรายอาจได้รับพิจารณาวงเงินช่วยเหลือที่แตกต่างกันไปตามความเสี่ยงของลูกค้าที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
เวลานี้ เอสเอ็มอี ต้องอยู่กับความจริงในเวลานี้ อย่าอยู่กับความฝันที่มันยังมาไม่ถึง หรืออยู่กับความหวังที่จะมีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยในเวลานี้ ตัวเราเป็นที่พึ่งของเราเท่านั้นครับ
-----------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : เวลานี้อย่าคิดจะพึ่งใคร เพราะสุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเรา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



