ข่าว

ความจริง!นักบินพูด'ราตรีสวัสดิ์มาเลเซียน370'

ความจริง!นักบินพูด'ราตรีสวัสดิ์มาเลเซียน370'

01 เม.ย. 2557

'มาเลเซีย' แถลงแก้ไขคำพูดสุดท้ายจากห้องนักบิน เป็น 'Good night Malaysian three seven zero' จากเดิม 'all right, good night' ยืนยันจะเปิดเผยสคริปต์ทั้งหมด

 
                         1 เม.ย. 57  มาเลเซีย สร้างความสับสนให้กับทั่วโลกอีกครั้งเกี่ยวกับเที่ยวบิน MH370 ที่หายไปอย่างเป็นปริศนาเกือบ 4 สัปดาห์แล้ว โดยล่าสุด แถลงแก้ไขคำพูดสุดท้ายจากห้องนักบินเที่ยวบิน MH370 เป็น "ราตรีสวัสดิ์ มาเลเซียน 370" จากเดิม "เอาล่ะ ราตรีสวัสดิ์"  ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับญาติผู้โดยสารชาวจีนที่กล่าวหาว่า มาเลเซียปกปิดข้อเท็จจริง และถ่วงเวลาการค้นหา
 
                         นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซีย แถลงข่าวเมื่อเย็นวันจันทร์ว่า คำพูดสุดท้ายระหว่างนักบินและหอบังคับการบินมาเลเซียของเที่ยวบิน MH370 คือ "Good night Malaysian three seven zero"  ไม่ใช่  "all right, good night" อย่างที่มีรายงานก่อนหน้านี้ และจะมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้งว่าเป็นเสียงของนักบิน หรือนักบินผู้ช่วย 
 
                         แต่ก่อนหน้านี้สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วย ฟาริก อับดุล ฮามิด เป็นผู้พูดคำว่า "เอาล่ะ ราตรีสวัสดิ์" เมื่อเวลา 01.19 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ตามเวลามาเลเซีย ก่อนที่เครื่่องบินจะหายไปจากจอเรดาร์ 
 
                         ผู้สื่อข่าวบีบีซี บอกว่า คำพูดใหม่นี้ดูเป็นทางการ และสอดคล้องกับวิธีการที่นักบินสื่อสารกับหอบังคับการบินมากกว่า แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ทำไมจึงมีการแก้ไขคำพูด และทำไมต้องรอจนเนิ่นนานป่านนี้
 
                         ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์การบินของซีเอ็นเอ็น บอกว่า คำพูดใหม่ดูเป็นคำพูดที่นักบินใช้กันปกติ และไม่ได้บ่งบอกอะไรถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเที่ยวบิน นอกจากนี้การที่มาเลเซียแก้ไขคำพูดครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับวิธีการสอบสวนของทางการมาเลเซีย ซึ่งมันเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ 
 
                         แต่นายฮิชามมุดดิน ยืนยันในการแถลงเมื่อวันจันทร์ด้วยว่า มาเลเซียไม่ได้ปกปิดอะไร และการที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดบางประเด็นเกี่ยวกับเที่ยวบินนี้ เป็นเพราะยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และเป็นการทำตามขั้นตอนที่มีอยู่ พร้อมกันนี้เขาสั่งให้ชุดสอบสวนเตรียมเปิดเผยสคริปต์บทสนทนาทั้งหมดในการแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงแก่ญาติของผู้โดยสารและลูกเรือ ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูล และเปิดเผยวิธีการที่ใช้ในการค้นหาเครื่องบิน 
 
                         การแถลงของเขามีขึ้นในขณะที่ญาติผู้โดยสารชาวจีนโกรธเคืองอย่างมากต่อการทำงานของทางการมาเลเซียในการค้นหาและการสอบสวน และคณะญาติผู้โดยสารที่เดินทางถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันอาทิตย์ เรียกร้องให้มาเลเซียบอกความจริงและบอกด้วยว่าจะไม่ยอมให้อภัยสำหรับคนที่มีส่วนทำให้ผู้โดยสารได้รับอันตราย ปกปิดความจริง และถ่วงเวลาการค้นหาและกู้ภัย 
 
                         สำหรับภารกิจการค้นหาในวันนี้ มีเครื่องบิน 10 ลำ และเรือ 9 ลำ เข้าร่วมค้นหาในพื้นที่ที่จำกัดแคบลงเหลือ 120,000 ตร.กม.ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย แต่สภาพอากาศในวันนี้จะมีทัศนวิสัยค่อนข้างต่ำ 
 
                         ส่วนผลการค้นหาในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีการตรวจพบวัตถุจำนวนหนึ่ง แต่ปราฏว่าเป็นเพียงขยะเกี่ยวกับอุปกรณ์การทำประมง สร้างความผิดหวังให้กับทีมค้นหา ที่กำลังเร่งหาวัตถุสักชิ้นจากเที่ยวบิน เพื่อให้สามารถกำหนดจุดที่จะส่งเครื่องค้นหากล่องดำลงไปหาใต้ทะเล โดยคาดว่าเรือโอเชียน ชีลด์ของออสเตรเลีย ที่ติดตั้งเครื่องค้นหาสัญญาณกล่องดำ ที่ออกจากเมืองเพิร์ธเมื่อวันจันทร์ จะเดินทางไปถึงพื้นที่ค้นหาภายใน 3 วัน นายเดวิด จอห์นสตัน รัฐมนตรีกลาโหม ยอมรับว่า มีโอกาสน้อยมากที่จะพบชิ้นส่วนจากเครื่องบิน 
 
                         ขณะที่ในวันพุธนี้ นายกรัฐมนตรีนาจิ๊บ ราซัคของมาเลเซีย จะเดินทางไปยังฐานทัพอากาศเพียร์ซในเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย ที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการสำหรับภารกิจค้นหาเที่ยวบิน MH370 เพื่อดูการทำงานของทีมค้นหาด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก และขอบคุณเจ้าหน้าที่จากทุกชาติที่เข้าร่วมภารกิจครั้งนี้
 
 
 
 
'ออสซี' เตือน การค้นหา MH370 อาจยาวนานและสิ้นหวัง
 
 
                         ออสเตรเลีย เตือนว่า ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER เที่ยวบิน MH370 อาจจะใช้เวลานาน และสิ้นหวัง ในขณะที่เรือโอเชียน ชิลด์ ของออสเตรเลีย พร้อมอุปกรณ์ค้นหากล่องดำ กำลังทำงานแข่งกับเวลาในการเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาในมหาสมุทรอินเดีย 
 
                         แม้ว่าจะมีการปฏิบัติการค้นหาอย่างเข้มข้นของนานาชาติ ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเพิร์ธ แต่กลับไม่พบซากชิ้นส่วนใดๆ นับตั้งแต่เครื่องบินหายไปเมื่อวันที่ 8 มีนาคม โดยวัตถุต่างๆ ที่ถูกกู้ขึ้นมาจากทะเล ล้วนแล้วแต่เป็นพวกอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการตกปลา หรือซากเรืออับปาง 
 
                         พลอากาศเอกแองกัส ฮุสตัน ที่เกษียณแล้ว แต่เข้ามารับหน้าที่ในการเป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานที่เมืองเพิร์ธ ระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ท้าทายที่สุดและอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ตำแหน่งที่สุดท้ายที่เครื่องบินอยู่ มันไกล และไกลมาจากบริเวณที่เครื่องบินหายไป 
 
                         พลอากาศเอกฮุสตัน บอกด้วยว่า ต้องใช้เวลามากกว่า 60 ปี กว่าเรือรบของเยอรมนี จะพบเรือ HMAS ซิดนีย์ ที่จมในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อปี 2484 ส่วนการค้นหา MH370 ไม่มีทางจะลุล่วงได้ภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่อาจจะลากยาวออกไปอีก ขณะที่สภาพอากาศก็ยังเลวร้าย
 
 
 
 
บริษัทประกันอาจเสียค่าชดเชยถึง 450 ล้านดอลลาร์
 
 
                         หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ฉบับออนไลน์ เตือนว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย จะเดินทางไปเยือนเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย เพื่อร่วมสังเกตการณ์ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 77-200ER เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ด้านสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังระดับโลก สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ เตือนบรรดาบริษัทประกันว่า อาจจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 450 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 13,500 ล้านบาท 
 
                         นายฮิสชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย และรักษาการตำแหน่งรัฐมนตรีขนส่ง ได้ประกาศว่า นายกรัฐมนตรีนาจิบจะไปเยือนฐานทัพอากาศเพียซ ที่ตั้งอยู่ที่เมืองเพิร์ธในวันพุธ เพื่อดูการปฏิบัติการค้นหาและขอบคุณบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาที่ประกอบด้วยหลายชาติ ส่วนตัวเขาจะเดินทางไปยังฮาวาย เพื่อพบปะกับรัฐมนตรีกลาโหมจากชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน ที่เตรียมจะประชุมร่วมกับนายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ 
 
                         ปฏิบัติการค้นหา MH370 ดำเนินมา 23 วันแล้ว และมาเลเซีย ระบุว่า ขาดแคลนทรัพยากรด้านเทคนิค ที่จำเป็นต่อการค้นหา ซึ่งนายฮิสชัมมุดดิน บอกว่า เขาจะหารือกับสหรัฐ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะปรับใช้อุปกรณ์ทางทหารเพิ่มมากขึ้น ในกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินการในขั้นตอนของปฏิบัติการที่ซับซ้อน 
 
                         ปัจจุบัน มีบุคคลากร 1,100 นาย จาก 7 ชาติ ที่ร่วมกันปฏิบัติการค้นหาในมหาสมุทรอินเดีย ในความหวังที่จะพบหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้นกับ MH370 ที่หายไประหว่างเส้นทางจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังปักกิ่ง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม // ในบรรดาเรือที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้าหา มีเรือโอเชียน ชิลด์ ของออสเตรเลีย ที่ติดตั้งระบบค้นหากล่องดำของสหรัฐ และโดรนใต้น้ำ แต่ระบบนี้จะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อ พบหลักฐานว่าเป็นเศษซากเครื่องบินแล้วเท่านั้น 
 
                         ด้านสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ระบุว่า บรรดาบริษัทประกันจะต้องเตรียมรับมือกับการต้องจ่ายเงินในวงเงินระหว่าง 250-450 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขที่แท้จริงในตอนสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับว่า เป็นความผิดพลาดของอุปกรณ์บนเครื่องบินหรือไม่ เพราะแค่วงเงินที่ต้องจ่ายที่เกี่ยวข้องกับมูลค่าของเครื่องบินก็สูงราว 100 ล้านดอลลาร์แล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นการจ่ายให้กับบรรดาญาติของเหยื่อบนเครื่องบิน ซึ่งแต่ละคนจะได้ค่าชดเชยลดหลั่นกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่หลากหลาย รวมทั้งสัญชาติของพวกเขาด้วย และในสัปดาห์นี้ ญาติเหยื่อ MH370 มีกำหนดจะพบปะกับผู้เชี่ยวชาญที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่จะพยายามตอบคำถามด้านเทคนิคเกี่ยวกับการหายไปของเครื่องบิน 
 
 
 
 
-----------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว : EPA)