
ลูกเห็บเท่ามะนาวตกภาคเหนือเกิดขึ้นไม่บ่อย
ลูกเห็บเท่ามะนาวตกภาคเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง : ประภาภรณ์ เครืองิ้วรายงาน
แตกตื่นไม่น้อยกับปรากฏการณ์ธรรมชาติเมื่อเกิดลูกเห็บขนาดใหญ่เท่าลูกมะนาวในพื้นที่ จ.เชียงราย ลำปาง และจ.แพร่ สร้างความเดือดร้อนและสงสัยให้ชาวบ้านอย่างมาก เนื่องจากทุกครั้งลูกเห็บจะมีขนาดแค่หัวแม่มือเท่านั้น แต่ครั้งนี้ลูกเห็บใหญ่เท่าผลมะนาวซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก
"ลูกเห็บ" ในทางวิชาการให้ความหมายว่าน้ำฟ้าที่ตกลงมาในลักษณะเป็นก้อนหรือชิ้นน้ำแข็งมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ ระหว่าง 5-50 มิลลิเมตร (0.2-2 นิ้ว) แต่บางครั้งอาจมีขนาดโตกว่าและอาจตกลงมาเป็นก้อนๆ หรือเกาะรวมกันเป็นก้อนขรุขระ
นายสมาน ปราการรัตน์ ผอ.ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ บอกว่า ลูกเห็บใหญ่กว่าปกติยังไม่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่เนื่องจากการเกิดพายุฤดูร้อนและมีลูกเห็บตก เกิดจากความร้อนภาคพื้นดินที่ได้รับจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์และทำให้มวลอากาศร้อนขึ้นและเกิดการปะทะของมวลอากาศเย็นที่แผ่เข้ามาปกคลุมในพื้นที่จนทำให้เกิดการปะทะแนวอากาศและเกิดการหมุนตัวหลายรอบจนเกิดการรวมตัวเป็นก้อนตกลงมา ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ขนาดลูกเห็บมีขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับฐานก้อนเมฆและความสูง ซึ่งหากมีความกว้างและมีความสูงมากการหมุนตัวของการปะทะของอากาศก็จะทำให้เกิดลูกเห็บขนาดใหญ่ได้
ดังนั้นการเกิดลูกเห็บจึงเป็นเรื่องความไม่แน่นอนของอากาศโดยจากข้อมูลในต่างประเทศระบุว่าขณะนี้อุณหภูมิของโลกจะมีการปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 0.5-2 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดพายุลูกเห็บได้ รวมทั้งหากดวงอาทิตย์เข้าใกล้พื้นที่ใดมากขึ้นก็จะทำให้เกิดความร้อนมากขึ้นและมีโอกาสสูงในการเกิดการปะทะของมวลอากาศ ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลการวัดขนาดของลูกเห็บอย่างเป็นทางการแม้ว่าจะมีสถานีตัววัดขนาดลูกเห็บในพื้นที่ จ.สุโขทัย แต่เมื่อเกิดพายุฤดูร้อนมักจะเกิดนอกพื้นที่จึงทำให้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือยังไม่มีข้อมูลขนาดของลูกเห็บ
ขณะที่ ดร.ชาคริต โชติอมรรัตน์ อาจารย์ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า ลูกเห็บตกที่ภาคเหนือและมีขนาดใหญ่กว่าอดีตนั้น ในทางวิชาการ ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือมีปัจจัยอื่นเป็นส่วนเสริมและเพื่อเป็นการหาคำตอบเรื่องดังกล่าว สาขาภูมิศาสตร์จึงทำโครงการวิจัยเรื่อง "การศึกษาผลกระทบจากละอองลอยในอากาศต่อการแผ่รังสีดวงอาทิตย์และสภาพภูมิอากาศในภาคเหนือของประเทศไทย" โดยศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศปัจจุบันที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและการเกิดลูกเห็บที่มีขนาดใหญ่ โดยอาศัยตัวแปรสำคัญจากละอองลอย
สำหรับละออง หรือแอโรซอล คือของผสมประเภทคอลลอยด์ที่ประกอบด้วย อนุภาคของแข็งหรือของเหลวที่เป็นละอองฟุ้งกระจายในอากาศ (มักเรียกละอองอนุภาคของแข็งว่าฝุ่น หรือฝุ่นละออง) อนุภาคเหล่านี้ลอยในอากาศในลักษณะกึ่งสารละลายและกึ่งสารแขวนลอย เช่นเดียวกับคอลลอยด์ชนิดอื่นๆ ระยะแรกหมายความเฉพาะอนุภาคของแข็งที่กระจายในก๊าซ แต่ปัจจุบันรวมถึงหยดละอองของเหลว หรือทั้งคู่ที่กระจายในก๊าซ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากภาคอุตสาหกรรม การเผาชีวมวลและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ดร.ชาคริต กล่าวว่า การศึกษาวิจัยจะมุ่งเรื่องการเกิดละอองลอยจากการเผาชีวมวลซึ่งตรงช่วงวิกฤติหมอกควันภาคเหนือว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เนื่องจากละอองลอยหรือฝุ่นละอองนี้อาจมีส่วนทำให้เกิดกระแสอากาศไหลขึ้นในแนวดิ่ง เมื่อเกิดการควบแน่นอาจก่อตัวเป็นหยดน้ำได้ โดยจะศึกษาเรื่องดังกล่าวนานกว่า 6 เดือน เพื่อหาข้อสรุปที่แท้จริงและเพื่อนำข้อมูลมาคาดการณ์ในอนาคต โดยจะนำการศึกษาการเกิดไฟป่าในปี 2556 มาดำเนินการ เบื้องต้นได้ทดสอบเป็นโมเดลจำลองพบว่าละอองลอยหรือฝุ่นละออง มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและอาจเป็นปัจจัยหนึ่งของการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดของลูกเห็บ
ด้านนายปิยะชีพ วัชโรบล นักวิชาการอิสระ ชี้ว่าการเกิดลูกเห็บขนาดใหญ่กว่าอดีตเป็นหนึ่งในกระบวนการการสลับของแกนแม่เหล็กโลกที่อยู่ในกระบวนการที่ 1 ในขั้นตอนสุดท้าย หรือขั้นตอนที่ 4 และถือเป็นหนึ่งในกระบวนการของการสลับแกนแม่เหล็กโลกเท่านั้น นอกจากนี้ในช่วงเดือนมิถุนายน ก็เป็นการเข้าสู่กระบวนการที่ 2 ซึ่งในไทยจะพบเหตุการณ์การบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกโดยจะต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องแผ่นดินไหวมากขึ้น โดยจากข้อมูลพบว่าขณะนี้ในพื้นที่ประเทศไทยแผ่นดินไหวเฉลี่ยวันละ 1 ครั้ง และมีแนวโน้มปรับเป็น 3 ครั้งต่อวันได้
ขณะเดียวกันช่วงเดือนเมษยายนพื้นที่ภาคเหนืออาจต้องเผชิญพายุฤดูร้อนอีกระลอกและมีแนวโน้มว่าจะมีการเกิดลูกเห็บด้วย สาเหตุสำคัญเกิดจากความร้อนในอากาศมีมากขึ้น ประกอบกับมีความชื้นเพิ่มสูงขึ้นจึงทำให้เกิดการหมุนตัวกันและเกิดแรงหมุนทำให้เกิดการรวมตัวเป็นก้อนก่อนตกลงมา โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเคลื่อนตัวของแกนโลก
อย่างไรก็ตามช่วงหลังจากนี้สิ่งที่ประชาชนจะต้องเฝ้าระวังเมื่อมีการเกิดพายุฤดูร้อน คือการสำรวจที่อยู่อาศัยและรีบซ่อมแซมวัสดุที่ไม่มั่นคงแข็งแรงและทนทานต่อพายุลูกเห็บได้และต้องหาที่หลบในบ้านหรือเพดานและหลังคาที่แข็งแรงและปิดประตูหน้าต่างให้สนิทเพื่อป้องกันการกระแทกและสิ่งของปลิวเข้าบ้านเรือน ตลอดจนต้องอยู่ให้ห่างจากวัตถุที่เป็นสื่อนำไฟฟ้าทุกชนิด ไม่สวมใส่เครื่องประดับ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน เป็นต้น งดเว้นการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดชั่วคราว เพราะช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองมักเกิดฟ้าผ่าอาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้
....................
(หมายเหตุ : ลูกเห็บเท่ามะนาวตกภาคเหนือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง : ประภาภรณ์ เครืองิ้วรายงาน)



