
แกนนำ "กำนัน-ผญบ." ประสานเสียง จี้รัฐเพิ่มบทบาทชาวบ้าน-ร่วม "ดับไฟใต้"
ภาคใต้-แกนนำกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน แดนใต้ เสนอรัฐเพิ่มบทบาทภาคประชาชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น หลังสะท้อนภาพ 5 ปี ได้แค่เสนอแนวทางไร้รูปธรรม จี้สร้างความเข้มแข็งภาคพลเมืองหนุนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดับไฟใต้
นายอนันต์ ดือเระ ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.ปัตตานี กล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะนี้กำลังส่งผลต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐในระยะยาว หากรัฐยังไม่สามารถยุติความรุนแรงให้คลี่คลายลงได้ ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมารัฐได้พยายามเพิ่มศักยภาพแก่ผู้นำชุมชน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิมากขึ้น แต่การเปิดโอกาสดังกล่าว ประชาชนเป็นเพียงผู้ให้ความเห็นต่อตัวแทนจากส่วนกลางที่ลงพื้นที่มารับฟังข้อมูลเท่านั้น
ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.ปัตตานี กล่าวอีกว่า รัฐควรสร้างกลไกแก้ปัญหาในพื้นที่ด้วยการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งแก่ประชาชนให้สามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง จะเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ ส่วนการส่งกำลังโดยเฉพาะทหาร ขอให้ใช้จากกองทัพภาค 4 เนื่องจากการใช้กำลังจากภาคอื่นจะมีช่องว่างในประเด็นศาสนา วัฒนธรรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ของพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนใต้
“อยากให้ใช้กำลังที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคใต้เป็นหลัก เพราะมีความเข้าใจเรื่องศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม ดีกว่าเจ้าหน้าที่ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน มีความซับซ้อนของเงื่อนไขมากมายและต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นจึงอยากเห็นรัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าปัจจุบัน"
ด้านนายเสรี นิมะยุ ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.นราธิวาส กล่าวว่า วันนี้ทุกฝ่ายต้องแสดงความจริงใจและทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพทั้งตำรวจ ทหาร และพลเรือน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสและเพิ่มบทบาทของภาคพลเมืองในการมีส่วนร่วมทั้งรับรู้ข้อมูล มีส่วนดูแลปัญหา เสนอแนวทางออกและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนคลี่คลายความรุนแรงในพื้นที่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา
"ที่ผ่านมาภาคประชาชน หรือท้องถิ่นมีบทบาทเพียงแค่เสนอแนวทาง ส่วนรัฐจะนำไปปฏิบัติจริงหรือไม่เป็นอีกเรื่อง ซึ่งบางประเด็นเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมากที่ประชาชนเสนอไปแล้วแต่ไม่ได้รับความสนใจ ทำให้คนในพื้นที่รู้สึกว่าภาครัฐยังไม่เดินหน้าแก้ไขตามที่คนในพื้นที่อยากให้เป็นมากนัก" นายเสรี กล่าว
ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.นราธิวาส กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาไม่ปฏิเสธว่ารัฐได้พยายามให้ชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา แต่ทั้งนี้แนวทางดังกล่าวถูกดำเนินการเพียงบางส่วนเท่านั้น ตรงกันข้ามหากมองภาพในองค์รวมจะพบว่าภาครัฐจะต้องเพิ่มหรือกระจายพื้นที่ดำเนินการลักษณะนี้ให้ครอบคลุมมากกว่าที่เป็นอยู่ และเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด



