ข่าว

เมืองสามหมอกฟื้น"สภาน้ำเมี่ยง"
สานเสวนาอนุรักษ์..ปอยส่างลอง

เมืองสามหมอกฟื้น"สภาน้ำเมี่ยง" สานเสวนาอนุรักษ์..ปอยส่างลอง

25 มิ.ย. 2552

หากในภาคใต้ หรือภาคกลางมี "สภากาแฟ" ไว้เป็นที่พบปะสังสรรค์ของคนในชุมชน สังคมในภาคเหนือเช่นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ก็มี "สภาน้ำเมี่ยง" ไว้เป็นที่พบปะเสวนาของคนในชุมชนเช่นกัน

 นางเทพิน พงษ์วดี ประธานชุมชนป๊อกกาดเก่า เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวถึงวัฒนธรรมสภาน้ำเมี่ยงที่เมืองสามหมอกแห่งนี้ว่า สภาน้ำเมี่ยง (น้ำชา) เป็นวิถีชีวิตของ "ชาวไทใหญ่" ที่เข้ามาอาศัยอยู่ใน จ.แม่ฮ่องสอน มาตั้งแต่โบราณ

 การเสิร์ฟน้ำเมี่ยง หรือน้ำชาถือเป็นการต้อนรับแขกตามประเพณีของชาวไทใหญ่ ซึ่งถ้ามีแขก หรือญาติมิตรมาเยี่ยมบ้านก็จะมีการยก "สำรับน้ำเมี่ยง" มาต้อนรับขับสู้กัน

 แต่อาหารว่างที่นำมากินเคียงน้ำเมี่ยงจะมิใช่ปาท่องโก๋แบบคนจีน หรือขนมปังตามธรรมเนียมฝรั่งแต่อย่างใด หากแต่เป็น "ถั่วเน่า" หรือ "ถั่วเหลืองหมัก" ที่คั่วพอสุกจนมีกลิ่นหอมกรุ่น ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนชื่อที่เรียกกันตามภาษาพื้นถิ่นแต่อย่างใด

 ระหว่างที่จิบน้ำเมี่ยงเคียงด้วยถั่วเน่าคั่วก็จะมีการพูดคุยสรวลเสเฮฮากันไปตามประสาเหมือนสภากาแฟทั่วไป แต่น่าเสียดายที่วัฒนธรรมสภาน้ำเมี่ยงกำลังจะเลือนหายไปเรื่อยๆ ตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน

 ด้วยเหตุนี้คนในชุมชนป๊อกกาดเก่า (โหย่งกาด) ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จึงพยายามหาแนวทางเพื่อที่จะอนุรักษ์ และฟื้นฟูสภาน้ำเมี่ยงให้กลับมามีชีวิตชีวาดังเดิมอีกครั้ง

 โครงการนี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ โดยกิจกรรมแรกของสภาน้ำเมี่ยง คือ การพูดคุยสานเสวนากันในหัวข้อร้อนๆ คือ  “สังคายนาปอยส่างลอง” เพื่อจะมาร่วมกันระดมความคิดเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์ประเพณีปอยส่างลองที่ชักจะผิดเพี้ยนเข้าไปทุกวัน

 สำหรับพิธีปอยส่างลอง หรือ พิธี "บวชนาค" ของคนภาคกลาง หรือ "บวชลูกแก้ว" ของชาวล้านนาทั่วไป จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างจากงานประเพณีทางภาคกลาง หรือแม้แต่ชาวล้านนาทั่วไปอยู่พอสมควร เพราะประเพณีนี้เป็นธรรมเนียมเฉพาะของชาวไทใหญ่

 ประธานชุมชนป๊อกกาดเก่า แสดงความเป็นห่วงว่า ประเพณีปอยส่างลองทุกวันนี้กำลังผิดเพี้ยนไปจากประเพณีดั้งเดิมค่อนข้างมาก เช่น มีการนำศิลปินแห่งชาติมา "เรียกขวัญนาค" ซึ่งแม้จะเป็นความพยายามที่ดี แต่ก็ไม่สอดคล้อง และต่างจากประเพณีดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง

 ดังนั้น การเปิดสภาน้ำเมี่ยงครั้งนี้จึงจะได้รวบรวมเอาผู้รู้เกี่ยวกับประเพณีปอยส่างลองมาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ซึ่งอาจจะมีการจัดทำเอกสารคู่มือเกี่ยวกับประเพณีปอยส่างลองที่ถูกต้อง เมื่อได้ข้อสรุปก็จะเป็น "แนวทาง" ให้คนรุ่นหลังยึดเอาเป็นแบบอย่างสืบไป

"วินัย บุญมีพิสุทธ์ "