
'ปู'โผล่แจง'ป.ป.ช.'ปมโกงข้าว
31 มี.ค. 2557
'ปู' แจง 'ป.ป.ช.' แก้ข้อกล่าวหาทุจริตรับจำนำข้าว เป็นลายลักษณ์อักษร-ประกอบการชี้แจงด้วยวาจาเล็กน้อย ใช้เวลา 30 นาที ก่อนเดินทางกลับ คอหวยจับตาทะเบียนรถ '2924'
31 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ. นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อกรรมการ ป.ป.ช. กรณีถูกแจ้งข้อกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฐานไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวส่งผลให้เกิดความเสียหายเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) และหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งวันนี้ (31 มี.ค.) เป็นวันครบกำหนดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อกรรมการ ป.ป.ช. หลังจากกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์คณะไต่สวนทั้งคณะมีมติไม่อนุญาตขยายเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวอออกไปตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำหนังสือร้องขอ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้อนุญาตขยายเวลาชี้แจงข้อกล่าวหา 1 ครั้ง 15 วัน ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นถ้อยคำด้วยวาจาหรือทั้งสองอย่างได้ในวันนี้
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า โดยภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ยังคงรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 1 กองร้อย และทหารจากจังหวัดกาญจนบุรีจำนวน 1 กองร้อย ซึ่งเป็นการรักษาความปลอดภัยในสภานการณ์ปกติเนื่องจากไม่มีกลุ่มผู้ชุมนุมและนายกรัฐมนตรีก็ยังไม่แจ้งว่าจะเข้ามาด้วยตัวเองหรือไม่และจะเข้ามาช่วงเวลาใด ส่วนการรักษาความปลอดภัยภายนอกโดยรอบสำนักงาน ป.ป.ช.นั้น มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท้องที่ ทหารและฝ่ายปกครองสนธิกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยโดยรอบอย่างเข้มงวด
"สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตรวจและเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ของสถานีตำรวจเทศบาลนนทบุรีมีตรวจสอบความปลอดภัยภายในห้องรับรองและห้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเรียบร้อย รวมถึงจุดสูงข่มและจุดล่อแหลม โดยตั้งจุดร่วมถาวรเจ้าหน้าที่ตำรวจและหทาร รวม 3 จุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่คนร้ายยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 มาที่อาคารสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ก่อนหน้านี้ที่อาคารสำนักงาน ป.ป.ช.ถูกยิงด้วยลูกระเบิดเอ็น 79 ไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกรรมการ ป.ป.ช.ที่จะเป็นผู้มารับฟังการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้นหากไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงกรรมการ ป.ป.ช.ก็สามารถลงมารับฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรีทั้งคณะไต่สวนได้"
'นายกฯ' เข้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่เปิดเผยภารกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แจ้งวัฒนะ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทาง เข้ามาที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในเวลาประมาณ 10.00 น. โดยไม่เปิดให้สื่อมวลชนถ่ายภาพการเดินทางเข้า รวมถึงไม่มีการเปิดเผยภารกิจของวันนี้ด้วย โดยคาดว่าช่วงเช้าได้มีการหารือ เพื่อเตรียมความพร้อมในการชี้แจง คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาว่า ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต อย่างไรก็ตามยังไม่มีความชัดเจนว่า นายกฯ จะเดินทางไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่
ชุดรปภ. 'นายกฯ' ส่งหน่วยล่วงหน้าตรวจความปลอดภัย ป.ป.ช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ชุดรักษาความปลอดภัยล่วงหน้าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมาเพื่อตรวจดูความปลอดภัยล่วงหน้า โดยจะนำไปแจ้งต่อชุดรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี เพื่อประเมินสถานการณ์แจ้งต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อตัดสินใจว่า จะเดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเองหรือไม่โดยในวันนี้ (31 มี.ค.) ซึ่งครบกำหนดที่นายกฯ ต้องเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฐานไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวส่งผลให้เกิดความเสียหาย หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์คณะไต่สวนทั้งคณะมีมติไม่อนุญาตขยายเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ครั้งที่ 2 ออกไปตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำหนังสือร้องขอ
'ปู' โผล่ ! นั่งรถเข็นแจงโกงข้าว 30 นาที เดินทางกลับไม่ให้สัมภาษณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.10 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เเจ้งวัฒนะ โดยเดินทางด้วยรถตู้โฟล์กสีดำ ทะเบียน ฮภ 2924 เดินทางมาถึงสำนักงาน ป.ป.ช.สนามบินน้ำ เวลา 14.30 น. ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมากที่ติดตามมาทำข่าว โดยนายกฯ ใส่เสื้อสีครีม กางเกงขายาวสีดำ เเละเฝือกอ่อน ทั้งนี้นายกฯ มีสีหน้านิ่งเฉย เมื่อนายกฯ มาถึงสำนักงาน ป.ป.ช. นายกฯ ลงจากรถตู้ เเละเดินด้วยตัวเองสักระยะ จากนั้นนายกฯ ก็นั่งรถเข็น ตรงทางเข้าสำนักงาน ป.ป.ช. โดยมีนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ พล.ต.ท.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกฯ เเละนายวิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ร่วมคณะกับนายกฯ ในวันนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า การเดินทางมาในวันนี้มั่นใจหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบคำถาม และให้ทีมงานเเหวกวงล้อมสื่อมวชชนเพื่อให้นายกฯ เข้าไปในสำนักงาน ป.ป.ช.ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ปิดประตูทางเข้าสำนักงาน ป.ป.ช.
อนึ่ง วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ ป.ป.ช.จะให้นายกฯ ชี้เเจงด้วยตัวเอง หรือลายลักษณ์อักษรก็ได้ในกรณีโครงการรับจำนำข้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งเเต่ช่วงเช้า-เที่ยงวันนี้ คนใกล้ชิดนายกฯ ได้เเจ้งกับสื่อมวลชนว่า นายกฯ มาทำงานเเล้ว เเละยังไม่มีกำหนดการใดๆ เเต่เวลา 14.00 น. คนใกล้ชิดนายกฯ เเจ้งสื่อมวลชนว่า ขอให้เตรียมตัว เพราะนายกฯ อาจจะออกไปข้างนอก เเละตอนนั้นยังไม่ชัดเจนว่านายกฯ จะมา ป.ป.ช.หรือไม่ โดยให้รถยนต์ของสื่อมวลชนไปตั้งขบวนรอที่ด่านทางด่วนเมืองทองธานี
ล่าสุดเวลา 15.00 น. นายกฯ เดินทางออกจาก ป.ป.ช. โดยไม่ให้สัมภาษณ์เเต่อย่างใด โดยนายกฯ ใช้เวลาอยู่ที่ ป.ป.ช. ราว 30 นาที
'ป.ป.ช.' เผย 'นายกฯ' ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร และประกอบการชี้แจงด้วยวาจาเล็กน้อย
นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช. เปิดเผยภายหลังการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ขยายเวลาตามที่ได้รับการร้องขอจากนายกฯ 2 ครั้ง รวมแล้ว 32 วัน ในวันนี้นายกรัฐมนตรี เดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตนเอง โดยมีผู้ติดตามจำนวนมากและก่อนหน้านี้ได้ส่งทนายความมาตรวจเอกสารถึง 2 ครั้ง โดยทาง ป.ป.ช.อนุญาตให้ตรวจสอบ และคัดสำเนาเอกสารทั้งหมดเท่าที่กฎหมายอนุญาต ครั้ง 1 จำนวน 49 แผ่น และครั้งที่ 2 จำนวน 280 แผ่น ทั้งนี้การเข้ามาชี้แจงของนายกฯ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นการยอมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยนายกฯ ได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและประกอบการชี้แจงด้วยวาจาเล็กน้อย
นายประสาท กล่าวอีกว่า สาระสำคัญหลักของการชี้แจงคือขอให้ ป.ป.ช.สอบพยายนบุคคลเพิ่มอีก 10 ปาก และขอส่งเอกสารเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะประชุมพิจารณาว่าจะอนุญาตตามที่นายกฯ ร้องขอได้มากน้อยอย่างไร ซึ่งจะต้องดูไปตามกฎหมายว่าบุคคลและเอกสารที่กล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าวอย่างไร ซ้ำซ้อนหรือไม่ และพยานบุคคลที่ร้องขอให้สอบเป็นใครมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้องกฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องสอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ อ้างว่าเอกสารมีจำนวนมากเกินไปจึงขอขยายเวลา นายประสาท กล่าวว่า ต้องดูเหตุผลและความจำเป็นซึ่งขึ้นอยู่กับการประชุมในวันพรุ่งนี้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มองว่าการขอขยายเวลาเป็นการยื้อเวลาหรือไม่ นายประสาท กล่าวว่า คงไม่กล้าพูดอย่างนั้นเพราะจะต้องดูเป็นกรณีไป ในแต่ละกรณีมีความจำเป็นและเหตุผลที่ต่างกัน
"บรรยากาศการชี้แจงถือเป็นบรรยากาศที่ดี โดยกรรมการ ป.ป.ช.แจงให้นายกฯ รับทราบว่า ป.ป.ช.ยินดีให้ความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ไม่มีสีไม่มีพวก ขณะที่นายกฯ ก็ขอความเป็นธรรม ซึ่งก็เป็นบรรยากาศของความเข้าใจซึ่งกันและกัน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ป.ป.ช.ถูกมองว่าเร่งรัดคดีเพื่อหาทางลงให้ กปปส. นายประสาท กล่าวว่า การตรวจสอบของ ป.ป.ช.แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ส่อว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่กับการทุจริต โดยข้อหาส่อว่าจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ การไต่สวนจะเข้มข้นน้อยกว่าคดีทุจริต กรณีของนายกฯ ถูกกล่าวว่า ส่อ จงใจ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการดำเนินคดีอาญาต้องแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในการทำคดี ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสร็จภายในเดือนเมษายนหรือไม่
'ป.ป.ช.' ระบุ 5 เหตุผล เรียก 'นายกฯ' เเจง 'จำนำข้าว' 31 มี.ค.
สำนักงาน ป.ป.ช.เเจกเอกสารถึงสื่อมวลชนวันนี้ (31 มี.ค.) โดยระบุถึง "การไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีร้องขอถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกรณีกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว" ว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสาธารณะเกี่ยวกับการทำหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีร้องขอถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกรณีกล่าวหาว่า กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเรียนชี้แจง ดังนี้
" 1. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วยความเร่งรีบใช้เวลาเพียง 21 วัน ก็มีการแจ้งข้อกล่าวหานั้น ขอเรียนว่าเรื่องนี้ เดิมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหานายบุญทรง เตริยาภิรมณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ซึ่งจากการไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้กำหนดให้มีนโยบายโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของประเทศ จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า นางสาวยิ่งมีคษณ์ จะปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ คณะอนุกรรมการไต่สวนจึงได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและมีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยนำไปรวมดำเนินการกับกรณีร้องขอให้ถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว ดังนั้น ในการไต่สวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้นับตั้งแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงจนกระทั่งให้นางสาวยิ่งลักษณ์ มารับทราบข้อกล่าวหา รวมระยะเวลาทั้งสิ้นหนึ่งปีสิบเดือน ดังนั้นในการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหานางสาวยิ่งลักษณ์ จึงไม่ได้ใช้เวลาไต่สวนเพียง 21 วัน แต่อย่างใด
2. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้ามาเป็นผู้กล่าวหาในคดีนี้ทำให้กลายเป็นคู่กรณีกับผู้ถูกกล่าวหาเสียเอง แทนที่จะเป็นคนกลางที่จะอำนวยความยุติธรรมนั้น ขอเรียนว่าตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 66 บัญญัติว่า ในกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยหรือมีผู้กล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองอื่นร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยเร็ว ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับรายงานจากการไต่สวนข้อเท็จจริงว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ได้กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามข้อ 1. จึงต้องดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.สามารถหยิบยกเรื่องขึ้นไต่สวนข้อเท็จจริงได้เอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ อย่างไรก็ดีแม้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเป็นผู้กล่าวหาเอง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะต้องดำเนินการไต่สวนให้เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่ได้มีการยกเว้นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ถูกกล่าวหาทุกรายรวมถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีจึงได้รับการอำนวยความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายดังกล่าว
3. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกกล่าวหาจะมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณานั้น ขอเรียนว่าตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถที่จะดำเนินการไต่สวนทั้งคณะ หรือแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน หรือมอบหมายพนักงานไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนแทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ โดยจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับฐานะ ระดับของตำแหน่ง และการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร ซึ่งในกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อคำนึงระดับตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเป็นการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร จึงได้กำหนดให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจว่าจะต้องมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริงนั้น เป็นการคุ้มครองและให้เป็นธรรมแก่นางสาวยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีตามกฎหมาย
4. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ประสงค์จะใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเพื่อขอตรวจสอบพยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ว่ามีพยานหลักฐานใดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้ในการกล่าวหา หรือกรณีมีข้อสงสัยที่ยังไม่ชัดเจนเพื่อที่จะได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ถูกต้องนั้น ขอเรียนว่าการขอตรวจพยานหลักฐานในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงนั้น ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องเข้าตรวจพยานหลักฐานด้วยตนเอง และตรวจได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา โดยต้องไม่กระทบต่อรูปคดีหรือการคุ้มครองบุคคลที่เกี่ยวข้อง สิทธิดังกล่าวได้มีการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้วตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งในกรณีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เคยอนุญาตให้ทนายความของผู้ถูกกล่าวหาเข้าตรวจพยานหลักฐานแทนผู้ถูกกล่าวหาเนื่องจากมีพฤติการณ์พิเศษ และได้คัดถ่ายเอกสารหลักฐานในสำนวนการไต่สวนให้ไปจำนวน 49 แผ่น ซึ่งได้ครอบคลุมการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาตามที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนที่ผู้ถูกกล่าวหาได้มีหนังสือขอตรวจพยานลักฐานเพิ่มเติมจำนวน 19 รายการ นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื้อหาของเอกสารทั้ง 19 รายการดังกล่าวเป็นเอกสารประกอบเรื่องตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เคยให้ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตรวจดูและคัดถ่ายให้แล้ว จำนวน 49 แผ่น ยกเว้นเอกสารบางรายการซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปและมีอยู่ที่ตัวผู้ถูกกล่าวหาแล้วหรือหน่วยงานที่ผู้ถูกกล่าวหาบังคับบัญชาอยู่ เช่น รายงานการวิจัยคณะกรรมการ ป.ป.ช. โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต เอกสารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่มีไปถึงผู้ถูกกล่าวหา คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เป็นต้น ซึ่งเอกสารดังกล่าวไม่ใช่เอกสารสำคัญที่จะต้องใช้ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา อย่างไรก็ดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงอนุญาตให้ทนายความของผู้ถูกกล่าวหาเข้าตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ และคัดถ่ายไปจำนวน 280 แผ่น ก่อนที่จะถึงกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 3 วัน ซึ่งทั้งหมดเกิดจากความประสงค์ของผู้ถูกกล่าวหาเอง และไม่ทำให้รูปของคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุว่าเพิ่มได้รับเอกสารเพียง 3 วัน ทำให้ไม่อาจชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ทันนั้น จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
5. การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า การขอเลื่อนคดีของผู้ถูกกล่าวจะมีความสมเหตุสมผลหรือไม่ และการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีจะมีเหตุผลมากน้อยเพียงใด นั้น ขอเรียนว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้เคยขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหามาแล้วครั้งหนึ่ง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 31 มีนาคม 2557 หากนับจากวันรับทราบข้อกล่าวหาถึงวันที่อนุญาตให้ขยายรวมแล้วเป็นเวลา 32 วัน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าระยะเวลาดังกล่าว รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่อนุญาตให้คัดถ่ายไปครั้งแรกจำนวน 49 แผ่นครอบคลุมข้อเท็จจริงที่จะใช้ในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว จึงมีมติไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไม่ว่าจะทำเป็นหนังสือหรือชี้แจงด้วยวาจาภายในกำหนดเดิม คือ วันที่ 31 มีนาคม 2557 ทั้งนี้หากผู้ถูกกล่าวหาประสงค์จะเพิ่มเติมพยานหลักฐานในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก็สามารถกระทำได้โดยให้ระบุมาในคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน "
---------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



