ข่าว

'จีน'พบ3ชิ้นต้องสงสัยบินมาเลย์

'จีน'พบ3ชิ้นต้องสงสัยบินมาเลย์

29 มี.ค. 2557

เครื่องบินจีนพบวัตถุต้องสงสัย 3 ชิ้น คาดเป็นเศษซากบินมาเลย์ ด้านทีมค้นหามีเวลาแค่ 8 เม.ย.ก่อนแบตเตอรี่กล่องดำหมดลง

 
                            29 มี.ค. 57  ครบสามสัปดาห์แล้วนับจากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ สูญหาย พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา แม้รัฐบาลมาเลเซียจะสรุปในวันที่ 17 หลังเกิดเหตุว่า เที่ยวบินเอ็มเอช 370 สิ้นสุดในมหาสมุทรอินเดีย และสันนิษฐานว่าไม่มีผู้ใดรอดชีวิต แต่บรรดาญาติพี่น้องผู้โดยสารโดยเฉพาะชาวจีน ยังไม่เชื่อจนกว่าจะมีเศษชิ้นส่วนเครื่องบินมายืนยัน
 
                            ส่วนปฏิบัติการค้นหายังดำเนินต่อไปในวันที่ 22 มีนาคม ในพื้นที่ค้นหาที่ปรับใหม่ล่าสุดในมหาสมุทรอินเดีย ห่างประมาณ 1,850 กิโลเมตรจากเมืองเพิร์ธ หลังวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์พบว่าเครื่องบินเดินทางเร็วกว่าและน้ำมันก็น่าจะหมดลงเร็วกว่าที่คาดก่อนหน้านี้ จึงร่นระยะค้นหา 
 
                            เรือ "ไห่ซุน 01" ของจีน ออกค้นหาวัตถุต้องสงสัยราว 11 ชิ้น ที่เครื่องบินนานาชาติ 5 ลำแจ้งการพบเห็นขณะบินสำรวจในพื้นที่ค้นหาใหม่ในวันก่อนหน้า นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า ลูกเรือ อิลยูชิน ไอแอล-76 ของจีน ก็เป็นเครื่องบินลำแรกใน 8 ลำที่ออกจากฐานทัพอากาศในเมืองเพิร์ธ และต่อมาลูกเรือแจ้งพบวัตถุลอยน้ำสามชิ้น สีขาว แดง และ ส้ม ขณะเรือไห่ซุน 01 จะพยายามแกะรอยและเก็บกู้        
 
                            ภาพถ่ายดาวเทียมและการแจ้งพบเห็นจากเครื่องบินค้นหาว่าพบวัตถุต้องสงสัยมากมาย จุดความหวังว่าอีกไม่นาน จะพบซากเครื่องบินในที่สุด แต่นายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ แห่งออสเตรเลีย ในฐานะประเทศประสานการค้นหา พยายามลดความคาดหวังลงด้วยการเตือนว่า ไม่ควรประเมินความยากของภารกิจครั้งนี้ต่ำเกินไป ขณะที่นายทหารจากกองทัพอากาศนิวซีแลนด์ ระบุว่า วัตถุต่างๆ ที่มองเห็นจากเครื่องบินโอเรียน และกำลังพยายามค้นหาอยู่นี้มีขนาดเล็กมาก     
 
                            นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กล่าวในวันเสาร์ว่ายังไม่มีการเก็บกู้วัตถุใดๆ สักชิ้นในน่านน้ำตะวันตกของออสเตรเลีย 
 
                            อย่างไรก็ตาม ทีมค้นหาเหลือเวลาถึงราววันที่ 8 เมษายนก่อนแบตเตอรี่อุปกรณ์ส่งสัญญาณบอกพิกัดกล่องดำใต้น้ำของเครื่องบินลำนี้ จะหมดลงใน 30 วัน หลังจากนั้นแล้วภารกิจค้นหากล่องดำที่จะใช้ไขปริศนาเที่ยวบินนี้จะยากขึ้นทวีคูณ
 
 
 
 
เตือนเสียงวาฬอาจกระทบค้นหา 
 
 
                            ด้านเว็บไซต์ข่าวนิวส์ ในออสเตรเลีย อ้างความเห็น ดร.อเล็กซ์ ดันแคน จากศูนย์เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเคอร์ทินว่า มหาสมุทรเป็นสถานที่เอะอะมากจากสารพัดเสียงของสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะเสียงวาฬ ซึ่งแม้ว่าจะไม่สร้างความสับสน เนื่องจากอุปกรณ์ระบุพิกัดที่ติดอยู่กับกล่องบันทึกข้อมูลการบินและกล่องบันทึกเสียงสนทนาของนักบิน จะส่งสัญญาณคลื่นเสียงที่ความถี่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ต่อวินาที ขณะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโดยมากจะส่งเสียงความถี่แตกต่างออกไป แต่ก็อาจจะทำให้การตรวจจับสัญญาณยากขึ้น โดยคลื่นสัญญาณจากกล่องดำสามารถตรวจจับได้ไกลออกไป 2 กิโลเมตรในสภาพอากาศปกติ และมีอายุทำงาน 30 วัน 
 
                            ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐได้ส่งอุปกรณ์ระบุพิกัดกล่องดำ (Towed Pinger Locater) ไปช่วยค้นหาแล้วในกรณีที่ระบุได้แน่ชัดว่าเครื่องบินตก ณ จุดใด
 
                            ดร.ดันแคน กล่าวว่า จำเป็นจะต้องเข้าใกล้อุปกรณ์ส่งสัญญาณของกล่องดำให้ได้มากที่สุด เพื่อจำกัดการดูดซับเสียงในน้ำและเสียงแทรก นอกจากการส่งเสียงของสัตว์นานาชนิดแล้ว ยังเป็นเสียงที่เกิดจากสภาพอากาศของมหาสมุทรแห่งนี้ ที่ล้วนแต่จำกัดระยะทางของการตรวจจับ 
 
 
 
อินมาร์แซทชี้แค่มอบข้อมูลปัดสรุป 
 
 
                            ไชน่า เดลี ของทางการจีน รายงานอ้างคำกล่าวของนายโจนาธาน ซินนัต โฆษกบริษัทดาวเทียมอินมาร์แซทในอังกฤษว่า บริษัทได้มอบข้อมูลการวิเคราะห์เที่ยวบินเอ็มเอช 370 แก่ทางการมาเลเซีย และมาเลเซียได้นำข้อมูลชุดนี้ไปประกอบกับข้อมูลอื่นๆ ที่มีอยู่ในมือ ซึ่งบริษัทไม่อาจทราบได้ก่อนนำไปสรุปและแถลงข่าวเมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคมว่า เที่ยวบินเอ็มเอช 370 สิ้นสุดในมหาสมุทรอินเดีย โดยยกผลวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียมของอินมาร์แซต 
 
                            ถ้อยแถลงนี้ จุดกระแสไม่พอใจในหมู่ครอบครัวผู้โดยสารชาวจีน และพวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับบทสรุปจนกว่าจะพบซากเครื่องบิน 
 
                            "เรามิได้เป็นส่วนหนึ่งในการแถลงข่าวของมาเลเซีย ขึ้นอยู่กับพวกเขา เนื่องจากพวกเขาเห็นภาพรวมทั้งหมด เราเพียงสนับสนุนข้อมูลชุดหนึ่ง" โฆษกกล่าว          
 
 
 
 
อินเตอร์โพลตอกกลับมาเลเซีย 
 
 
                            องค์การตำรวจสากล (อินเตอร์โพล) ออกแถลงการณ์ตอบโต้หลังจากนายซาฮิด ฮามิดี รัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธที่แล้วว่าการตรวจสอบหนังสือเดินทางกับฐานข้อมูลตำรวจสากล ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสิ้นเปลืองเวลาและทำให้ขั้นตอนสนามบินล่าช้า
 
                            ทั้งนี้ การสอบสวนเหตุสูญหายอย่างเป็นปริศนาของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 มุ่งเป้าก่อการร้ายในวันแรกๆ หลังพบว่ามีผู้โดยสารสองคนใช้หนังสือเดินทางถูกขโมยจากนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีและออสเตรียในไทย แต่ตรวจสอบต่อมาพบว่า ทั้งคู่เป็นเพียงผู้อพยพผิดกฎหมายชาวอิหร่านที่พยายามเดินทางไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าในประเทศตะวันตก และทางการมาเลเซียถูกตำหนิอย่างหนักที่ไม่ได้ใช้ฐานข้อมูลอินเตอร์โพลที่ออกแบบมาสำหรับการตรวจสอบหนังสือเดินทางปลอม 
 
                            อินเตอร์โพลระบุว่า การตัดสินใจของมาเลเซียที่จะไม่สืบค้นฐานข้อมูลก่อนอนุญาตให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินหรือเข้าประเทศนั้น ไม่อาจนำมาใช้แก้ต่าง ด้วยการป้ายความผิดไปที่เทคโนโลยีหรือตำรวจสากลได้ แต่เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองล้วนๆ และการตรวจสอบหนังสือเดินทางว่าอยู่ในบัญชีสูญหายหรือถูกขโมยหรือไม่ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น 
 
                            แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ขณะที่หลายประเทศใช้ฐานข้อมูลนี้เป็นร้อยล้านครั้งต่อปี แต่ ตม.มาเลเซียไม่เคยตรวจสอบหนังสือเดินทางผู้โดยสารกับฐานข้อมูลอินเตอร์โพลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ก่อนเกิดเหตุเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์สูญหายในปี 2557 นี้
 
 
 
 
'ออสซี' ยังไม่พบ 'MH370'
 
 
                            เจ้าหน้าที่ออสเตรเลีย ระบุ วัตถุต้องสงสัยที่พบเห็น ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามาจากเที่ยวบิน MH370 จนกว่าจะมีการนำมาตรวจสอบทางกายภาพ ท่ามกลางความหวังว่าจะพบกับเศษซากเครื่องบินชิ้นแรก ที่สุดท้ายแล้วจะสามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า เครื่องบินลำนี้ได้ร่วงลงสู่ท้องทะเลจริงๆ
 
                            ปัจจุบันมีการเตรียมเครื่องบิน 8 ลำ เพื่อสำรวจพื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียเพิ่มเติม หลังจากมีการพบวัตถุต้องสงสัยหลายชิ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รวมถึงวัตถุทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากสีน้ำเงินเทา ระหว่างการมุ่งค้นหาในจุดใหม่ตามข้อมูลใหม่ที่ระบุ เครื่องบินบินเร็วกว่าการคาดการณ์เดิม ทำให้น้ำมันหมดเร็วขึ้น และเครื่องบินน่าจะตกในอีกจุดหนึ่ง
 
                            นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นายโทนี่ แอบบอท ได้กล่าวกับผู้สื่อขาวในเมืองซิดนีย์ว่า ตอนนี้ ยังไม่เจอซากเครื่องบินใดๆ ดังนั้นการค้นหาจะยังดำเนินต่อไป
 
                            ปัจจุบันเรือจีนและออสเตรเลีย ก็กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดดังกล่าว เพื่อตามเก็บวัตถุเหล่านี้ โดยเรือไห่ซุน 01 ของจีน ได้เข้าไปถึงพื้นที่แล้ว และจะอยู่ในตำแหน่งที่สามารถตามเก็บวัตถุต้องสงสัยได้ในวันนี้ เมื่อวาน ทางเรือรายงานกลับมาว่า ยังไม่พบวัตถุอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน นอกเหนือจากวัตถุที่ลอยน้ำได้ ขนาดเท่าฝ่ามือ 1 ชิ้น 
 
                            สำหรับเรือ HMAS ซัคเซส ของออสเตรเลีย จะเข้าถึงพื้นที่ในวันนี้ ขณะที่เรือจีนอีก 4 ลำ ก็กำลังจะตามมา
 
                            ทางด้านนิวซีแลนด์แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องบินโอเรี้ยน พบวัตถุต้องสงสัย 11 ชิ้นในทะเล ส่วนมากมีขนาด 50 - 100 เซ็นติเมตร และมีรูปร่างสี่เหลี่ยมมุมฉาก แต่ไม่มีการยืนยันว่ามันน่าจะมาจากเที่ยวบิน MH370 และปัญหาตอนนี้ก็คือการไปเก็บสิ่งเหล่านี้เพื่อนำมาตรวจสอบ
 
                            ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย ระบุว่า แนวปะทะอากาศเย็นทำให้เกิดฝน และเมฆ ซึ่งลดทัศนวิสัยการมองเห็นบริเวณทางใต้ของพื้นที่ค้นหา ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการค้นหา ขณะที่ลมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนคลื่นมีขนาดใหญ่ประมาณ 2 เมตร แต่สภาพการณ์คาดว่าจะดีขึ้นในวันอาทิตย์นี้ ถึงแม้ว่าจะยังมีฝน และเมฆ
 
 
 
 
'มาเลเซีย' ประกาศเดินหน้าหาคนรอดชีวิตต่อไป
 
 
                            นายฮิชามมุดดิน ฮุสเซน รักษาการณ์รัฐมนตรีขนส่งมาเลเซีย ได้พบกับญาติของผู้โดยสารของเที่ยวบิน MH370 สายการบินมาเลเซีย ที่สูญหายไปตั้งแต่ 3 สัปดาห์ก่อน 
 
                            งานนี้เขายืนยันว่า ปฏิบัติการณ์ค้นหาและช่วยชีวิตจะยังคงเดินหน้าต่อไป ตราบเท่าที่ยังคงมีความหวังว่าอาจจะยังคงมีผู้รอดชีวิต โดยบอกว่า ไม่ว่าความหวังจะห่างไกลสักเพียงใด เราก็ยังจะสวดมนต์ ยังจะหวังและเดินหน้าค้นหาผู้ที่ยังอาจจะรอดชีวิตต่อไป
 
                            ฮุสเซน ซึ่งมาพร้อมกับภรรยาและลูก ยังยืนยันด้วยว่า เขาจะทำให้สายการสื่อสารระหว่างสายการบินมาเลเซียกับครอบครัวผู้สูญหาย ดำเนินไปอย่างราบรื่น และอ่อนไหวมากกว่าที่เป็นอยู่
 
                            ขณะที่มาเลเซีย ส่งเครื่องบินแบบ C-130 ของกองทีพอากาศมาเลเซีย 2 ลำ มาที่เมืองเพิร์ธของออสเตรเลียเพื่อเข้าร่วมในการค้นหาเครื่องบิน
 
 
 
 
-----------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)