ข่าว

ภารกิจ'ดาวเทียมไทยโชต'กู้เอ็มเอช370

ภารกิจ'ดาวเทียมไทยโชต'กู้เอ็มเอช370

29 มี.ค. 2557

เบื้องลึกภารกิจ'ดาวเทียมไทยโชต' กู้เอ็มเอช370 : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               เกือบ 3 สัปดาห์..การหายไปของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน  เอ็มเอช 370 ยังเป็นปริศนา..?

               หลังจากเครื่องบินลำดังกล่าว ออกจากสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ตั้งแต่เวลา 00.41 น. ของคืนวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2557 มีกำหนดการระยะเวลาการบินถึงกรุงปักกิ่งในเวลา 06.30 น. แต่จู่ๆ ก็ขาดการติดต่อกับสถานีการบินในเวลา 01.30 น. และหายไปอย่างไร้ร่องรอย

               กระทั่งดาวเทียมของอังกฤษ มีหลักฐานชี้ว่า "เอ็มเอช 370" น่าจะตกที่มหาสมุทรอินเดีย หลังจากสำรวจพื้นที่ครอบคลุมทั้งโซนเหนือและใต้ ระบุชัดเจนว่า "เอ็มเอช 370" บินลงมาทางโซนใต้ ก่อนสัญญาณจะขาดหายไปกลางมหาสมุทรอินเดีย นอกชายฝั่งเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย

               ปฏิบัติการค้นหาของนานาชาติ เริ่มมีความหวังมากขึ้น ประกอบกับดาวเทียมของชาติต่างๆ รายงานถึงการค้นพบวัตถุต้องสงสัยกลางมหาสมุทรอินเดีย คาดว่าจะเป็นชิ้นส่วนของเครื่องบินลำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

               เริ่มจากดาวเทียมของออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2557  มีรายงานงานค้นพบวัตถุต้องสงสัย 2 ชิ้นอาจเกี่ยวข้องกับเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ที่หายไปพร้อมกับลูกเรือและผู้โดยสาร 239 คน เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม กลับเตือนว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปเร็วเกินไป เพราะการหาตำแหน่งของวัตถุที่พบเป็นภารกิจที่ยากอย่างสูงสุด และอาจเป็นไปได้ว่า อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่กำลังค้นหาอยู่ก็เป็นได้

               ต่อมาวันที่ 18 มีนาคม 2557 ดาวเทียมจากจีน จับภาพวัตถุปริศนาขนาดใหญ่ อยู่ทางตอนใต้มหาสมุทรอินเดีย ขนาด 22.5x13 เมตร คาดอาจเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินเอ็มเอช 370

               วันที่ 23 มีนาคม 2557 ภาพถ่ายดาวเทียมจากฝรั่งเศส ระบุว่ามีการค้นพบเศษชิ้นส่วนที่คาดว่าจะเป็นของเอ็มเอช 370 ถึง 122 ชิ้น ห่างจากชายฝั่งเมืองเพิร์ธของออสเตรเลียไป 2,557 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับที่ข้อมูลจากดาวเทียมของอังกฤษ ระบุว่าเป็นจุดที่เครื่องบินตก และยังอยู่ในบริเวณเดียวกับที่เครื่องบินของออสเตรเลียและจีนพบซากชิ้นส่วนก่อนหน้านี้อีกด้วย

               โดยชิ้นส่วน 122 ชิ้นล่าสุด มีลักษณะเป็นของแข็ง ขนาดตั้งแต่ 1 เมตร ไปจนถึงชิ้นใหญ่ที่สุด มีความยาว 23 เมตร แต่ทางการมาเลเซีย ยังคงย้ำว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าวัตถุเหล่านี้เป็นชิ้นส่วนของ เอ็มเอช 370 จริงหรือไม่ จนกว่าจะมีการเก็บกู้มาตรวจสอบ

               วันที่ 24 มีนาคม 2557 เวลา 10.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ดาวเทียมไทยโชตของประเทศไทย สามารถบันทึกภาพวัถตุสีขาวลอยน้ำประมาณ 300 ชิ้น ทางทะเลทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียห่างจากเมืองเพิร์ธไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 2,700 กม. ซึ่งจุดที่ดาวเทียมไทยโชตพบวัตถุสีขาวลอยน้ำ อยู่ห่างจากจุดที่มาเลเซียร้องขอให้ตรวจสอบกว่า 200 เมตร และจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่า ภาพวัตถุสีขาวลอยน้ำประมาณ 300 ชิ้น เป็นชิ้นส่วนเครื่องบินเอ็มเอช 370 หรือไม่ แต่คาดว่าเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน

               วันที่ 26 มีนาคม 2557 เวลา 07.00-13.00 น. ดาวเทียมของญี่ปุ่นพบวัตถุราว 10 ชิ้นลอยอยู่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งออสเตรเลีย อาจเป็นของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ซึ่งวัตถุเหล่านั้น อยู่ห่างจากเมืองเพิร์ธไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 2,500 กม. และว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ลำที่หายไป วัตถุชิ้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาด 8x4 เมตร

               จากบรรดาภาพถ่ายจากดาวเทียมทั้งหมด ซึ่งพบวัตถุต้องสงสัยกลางมหาสมุทรอินเดียนั้น ภาพถ่ายดาวเทียมของไทย กำลังได้รับความสนใจจากนานาชาติมากที่สุด ซึ่งอาจเป็นเบาะแสนำไปสู่การค้นพบสิ้นส่วนของ "เอ็มเอช 370 "!!
 
               "กัมปนาท ดีอุดมจันทร์" หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า)  ผู้ดูแลรับผิดชอบเรื่องภาพถ่าย 300 ชิ้นดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า บางคนเห็นภาพขาวดำนึกว่าถ่ายกลางคืน แต่ที่จริงภาพที่ได้นั้นเป็นการถ่ายเวลา 10 โมงเช้าของท้องถิ่น แม้ว่าดาวเทียมไทยโชตจะมีทั้งกล้องสีและกล้องขาวดำ แต่การถ่ายภาพขาวดำจะทำให้ชัดกว่า เพราะกล้องสีจะมีระยะการถ่าย 90 กม แต่กล้องขาวดำระยะ 22 กม.
      
               ผู้เชี่ยวชาญเล่าว่า ภาพที่ได้ถ่ายมาเป็นชุดหรือเรียกว่าเป็นซีน ถ่ายทั้งหมด 6 ซีน แต่ละซีนกว้าง 22 คูณ 22 กม. หรือประมาณ 480 ตารางกิโลเมตร และมีเพียงซีนสุดท้ายเท่านั้นที่เราได้เห็นจุดสีขาวๆ เจ้าหน้าที่ต้องค่อยๆ ซูมเข้าเพื่อดูว่าเป็นจุดน่าสงสัยจริงหรือไม่ เมื่อแน่ใจในระดับหนึ่งก็เอาไปปรึกษาผู้ใหญ่จนทุกฝ่ายค่อนข้างมั่นใจถึงประกาศเป็นข่าวออกมา
 
               "เราให้ดาวเทียมตามถ่ายภาพมาตั้งแต่ที่รู้ข่าวเครื่องบินตกแล้ว ไล่ลงมาตั้งแต่อ่าวไทย ช่องแคบมะละกา แต่ยังถ่ายไม่เจออะไร จนกระทั่งมาได้ที่มหาสมุทรอินเดียเมื่อวันที่ 24 มีนาคม แต่น่าเสียดายที่กล้องถ่ายได้แบบมุมเฉียงถึง 26 องศา ทำให้ไม่รู้พิกัดแน่ชัด หลายคนคิดว่าพิกัดที่เห็นเป็นที่อยู่ของวัตถุสิ่งของ 300 ชิ้น แต่จริงๆ เป็นที่อยู่ของดาวเทียม เมื่อถ่ายเอียงขนาดนั้น คงต้องใช้โปรแกรมค่อยๆ สำรวจว่าพิกัดสิ่งของอยู่บริเวณไหนก็แน่ ปกติภาพที่ดีจะต้องถ่ายที่ไม่เกิน 10 องศา สุดท้ายคงต้องอยู่ที่ทีมเรือค้นหาแล้วว่าจะตามไปเจอไหม" กัมปนาท กล่าวทิ้งท้าย
  
......................................

(หมายเหตุ : เบื้องลึกภารกิจ'ดาวเทียมไทยโชต' กู้เอ็มเอช370 : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)