ข่าว

แกะรอยเอ็ม79'ก๊วนสีสด-คนมีสี'กดดันฝ่ายตรงข้าม

แกะรอยเอ็ม79'ก๊วนสีสด-คนมีสี'กดดันฝ่ายตรงข้าม

29 มี.ค. 2557

แกะรอย...ระเบิดเอ็ม79'ก๊วนสีสด-คนมีสี'กดดันฝ่ายตรงข้าม : ทีมข่าวอาชญากรรม

              ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมือง ที่ตำรวจสามารถยึดเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ได้ในพื้นที่การชุมนุม โดยการตรวจยึดอาวุธสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา หลังจากตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี และกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน จ.นนทบุรี เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณปากซอยนนทบุรี 46-48 ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี

              นอกจากเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 แล้ว ตำรวจยังตรวจพบระเบิดขนาด 40 มม. ซึ่งเป็นกระสุนของเครื่องยิงเอ็ม 79 จำนวน 6 นัด ปลอกระเบิดขนาด 40 มม. จำนวน 2 ปลอก ปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ปืนเอเค47 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน 4 ซอง บรรจุกระสุนซองละ 40 นัด รวม 160 นัด ปืนพก .45 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง และระเบิดขว้างอาร์จีดี-5 จำนวน 5 ลูก ควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ 10 คน ในจำนวนนั้นสารภาพว่าเป็นทีมการ์ดของผู้ชุมนุมกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่ชุมนุมปิดล้อม ป.ป.ช. อยู่ในขณะนี้

              การบุกตรวจค้นครั้งนี้เนื่องจากก่อนหน้านั้นไม่นานมีเหตุคนร้ายใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่อาคาร ป.ป.ช. จำนวน 3-4 ลูก ต่อเนื่องกัน และระหว่างที่ทหารชุดลาดตระเวนขับรถจักรยานยนต์ออกตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณจุดตรวจ ป.ป.ช. ได้ถูกคนร้ายลอบยิง ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำทำให้ทหารบาดเจ็บ 4 คน

              การลอบยิงทหารครั้งนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย ทหารได้กดดันให้ตำรวจเข้าปิดล้อมเพื่อตรวจค้นอาวุธในจุดดังกล่าว เพราะมีเบาะแสมานานแล้วว่า มีการซุกซ่อนอาวุธสงครามไว้ในบริเวณนั้น และก่อนหน้านี้สำนักงาน ป.ป.ช. ถูกยิงถล่มมาแล้วหลายครั้ง

              หลังการตรวจยึดเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 และอาวุธสงครามดังกล่าว ตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เข้าตรวจสอบพบว่าระเบิดขนาด 40 มม. จำนวน 6 นัด พร้อมปลอกระเบิดที่ผ่านการใช้งานแล้วจำนวน 2 ปลอก มีซีเรียลนัมเบอร์ระบุเป็นลอตเดียวกับที่คนร้ายใช้ยิงตกใส่ลานจอดรถของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ย่านถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้

              "ค่อนข้างชัดว่าระเบิด 40 มม. ที่ยึดได้มีซีเรียลนัมเบอร์ตรงกันกับที่คนร้ายใช้ยิงแล้วตกใส่ลานจอดรถของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสก่อนหน้านี้ ซึ่งกำลังขยายผลว่าเป็นลอตเดียวกับที่คนร้ายใช้ยิงใส่บ้านพักของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ศาลอาญา และศาลแพ่ง รวมถึงสถานที่สำคัญๆ ก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบจะทำโดยการนำเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่ยึดได้ไปทดสอบยิงเพื่อตรวจเกลียวกระสุนว่าสอดคล้องกับเหตุยิงระเบิดก่อนหน้านี้ในจุดใดบ้าง" เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เปิดเผย

              สอดคล้องกับ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบในการคลี่คลายคดีรุนแรงในช่วงการชุมนุมทางการเมือง ที่ยอมรับว่า ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่ยึดได้มีที่มาที่ไปอย่างไร รวมถึงระเบิดขนาด 40 มม. มีซีเรียลนัมเบอร์ตรงกันกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยเฉพาะที่บ้านของนายสุเทพ ศาลอาญา และที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งต้องใช้เวลาอีกสักระยะจึงจะสามารถยืนยันได้

              "ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองรอบนี้ คนร้ายใช้เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ก่อเหตุแล้ว 17-18 ครั้ง และคาดว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงก่อนการชุมนุมใหญ่ของทั้งสองฝ่าย เพื่อเร่งสถานการณ์ให้สุกงอม ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสองทาง คือฝ่ายตรงข้ามทำและการสร้างสถานการณ์ขึ้นเองเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ก่อนหน้านี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปกดดันกลุ่มต่างๆ ที่การข่าวระบุว่าเคยก่อเหตุมาก่อนทำให้หยุดความเคลื่อนไหวไประยะหนึ่ง แต่ขณะนี้กลุ่มที่ก่อเหตุไม่มีสังกัด ไม่มีกลุ่มที่แน่นอน บางกรณีลงมือคนเดียว การสืบสวนจึงทำได้ยาก" พล.ต.ท.วินัย กล่าว

              ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ให้ข้อมูลว่า การใช้อาวุธสงคราม โดยเฉพาะเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 และระเบิดชนิดขว้างอาร์จีดี-5 มีผู้ดำเนินการอยู่หลายกลุ่ม ซึ่งก่อเหตุบ่อยครั้งสุดคือกลุ่มคนมีสีที่รับรู้กันในกลุ่มว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" และ "ก๊วนสีสด" ซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ชุมนุมทางการเมืองบางกลุ่ม โดย "ก๊วนสีสด" นี้ มีเครือข่ายเชื่อมโยงกันในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใน จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ กลุ่มเขาชะเมา กลุ่มแก่งหางแมว จ.ระยอง โดยสมาชิกก๊วนหลายคนเคยผ่านการฝึกใช้อาวุธมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

              ส่วนระเบิดอาร์จีดี-5 เป็นระเบิดชนิดเดียวกันกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุรุนแรงหลายครั้งก่อนหน้านี้ เช่นกรณีคนร้ายปาระเบิดใส่กลุ่ม กปปส. ที่นำโดยนายสุเทพ ขณะเคลื่อนขบวนผ่านถนนบรรทัดทอง และเหตุระเบิดที่พื้นที่ชุมนุมกลุ่มกปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมถึงกรณีตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) จับกุมผู้ต้องหาครอบครองอาวุธสงครามจำนวน 4 คนได้ขณะตั้งด่านตรวจที่หน้ากรมอุตุนิยมวิทยา ย่านบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้

              "อาวุธสงครามดังกล่าวมีข้อมูลว่ามีการนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านตามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเข้ามาลอตใหญ่ ก่อนถูกกระจายไปให้กับก๊วนสีสดในหลายพื้นที่ ขณะที่ความรุนแรงในเวลานี้เป็นผลต่อเนื่องมาจากอดีตคนมีสีและนักการเมืองกลับจากต่างประเทศ ซึ่งได้รับคำสั่งให้มีการเคลื่อนไหวในหลายๆ เรื่อง ซึ่งทันทีที่คนกลุ่มนี้กลับมาก็เกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดถล่มพื้นที่ชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ แต่พลาดเป้าระเบิดไปตกลงในพื้นที่กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน และตามมาด้วยการยิงถล่ม ป.ป.ช.อีกหลายระลอก" แหล่งข่าวด้านความมั่นคง เปิดเผย

              หน่วยงานด้านความมั่นคง วิเคราะห์ว่า หลังจากนี้จะมีกลุ่มบุคคลพยายามก่อเหตุสร้างความรุนแรงเป็นระยะ โดยเฉพาะกับหน่วยงานอิสระ และคู่ขัดแย้งทางการเมือง แต่สถานการณ์จะไม่บานปลายลุกลามซ้ำรอยปี 2553

            ....................

(หมายเหตุ : แกะรอย...ระเบิดเอ็ม79'ก๊วนสีสด-คนมีสี'กดดันฝ่ายตรงข้าม : ทีมข่าวอาชญากรรม)