
รอง.ผบ.ตร.แถลงจับการ์ดกวป.อาวุธเพียบ
รอง.ผบ.ตร.แถลงจับการ์ดกวป.อาวุธเพียบ ให้พฐ.นำเอ็ม79ยึดได้เปรียบเทียบมวลชนนับ100บุกปิดโรงพักจี้ปล่อย4ผู้ต้องหา อ้างตร.จัดฉากยัดข้อหา ศอ.รส.ยันให้ความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง.ผบ.ตร. นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมอาวุธสงครามและปืน M-79 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมมือกับฝ่ายปกครองสนธิกำลัง เข้าตรวจค้นบริเวณใกล้เคียงเวทีกวป.หน้าสำนักงานปปช. ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 คน คือนายชูชาติ ชูศิริ อายุ 33 ปี พร้อมของกลางปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 38 นัด โดยถูกตั้งกล่าวหาว่าพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
นายรัตนพงศ์ อินทะรังษี อายุ 35 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนเล็กยาว AK-47 ( อาก้า ) ขนาด 7.62 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 7.62 จำนวน 120 นัด ลูกระเบิดชนิดสังหาร RGD-5 จำนวน 2 ลูก ซองกระสุนปืนจำนวน 4 อัน และถุงทะเลสีเขียวจำนวน 1 ใบ โดยกล่าวหาว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกได้และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย นายสมัย บุญนาน อายุ 60 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 11 นัด โดยกล่าวหาว่ามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย นายคมปกรณ์ เกาะแก้ว อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรีที่ จ.531/2553 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553 ข้อหาลักทรัพย์รถยนต์ ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่บริเวณเดียวกับการ์ดกวป.
และจากการตรวจสอบบริเวณป่ากฐินรกร้างปากซอยนนทบุรี 46 พบเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม.( M-79 ) จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 40 มม. จำนวน 6 นัด ปลอกกระสุนปืนขนาด 40 มม.จำนวน 2 ปลอก ระเบิดชนิดสังหาร RGD-5จำนวน 4 ลูก อาวุธปืนสั้นออโตเมติกยี่ห้อโคลท์ ขนาด.45 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .45จำนวน 44 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด 7.62 จำนวน 39 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในถุงทะเลสีเขียว
ด้าน พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า ผลจากการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มคนลักลอบนำอาวุธปืนเข้ามาภายในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มกวป. ประกอบกับเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ยิงเอ็ม79 ใส่ตึกสำนักงานป.ป.ช.จำนวน 2 ลูก ทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหาย หลังจากเกิดเหตุจึงได้วางแผนสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี เข้าตรวจค้นกลุ่มการ์ด กวป.และผู้ชุมนุมที่นอนปักหลักใกล้ที่ชุมนุม จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนดังกล่าวได้ และจะส่งตรวจ ดีเอ็นเอ และตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่พบทั้งหมดเคยใช้ก่อเหตุที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าเพื่อดำเนินคดีต่อไป
กวป.โวยถูกใส่ร้ายปัดเอี่ยวยิงเอ็ม79ใส่ป.ป.ช.
ขณะเดียวกันกลุ่มกวป.ประมาณ 100 คนบุกปิดสภ.เมืองนนทบุรี โดยเรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกจับ อ้างว่าตำรวจจัดฉากยัดข้อหา
ทั้งนี้นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษกกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) กล่าวว่า ขอประนามกลุ่มคนใช้ความรุนแรง วันแรกเข้ามาก็มีกลุ่มชายชุดเหลืองมาก่อกวน เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาตรวจค้นหาอาวุธที่เวทีกวป. แต่เราเป็นภาคประชาชนที่ถูกองค์อิสระ
ด้านนายสมศักดิ์ ล้อเพชรรุ่งเรือง แกนนำ กวป. กล่าวว่า เหตุการณ์ยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 3 ลูกเข้าไปใน ป.ป.ช.เป็นการจัดฉากกลั่นแกล้งการชุมนุมของกลุ่ม กวป. โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจับกุมการ์ด กวป.จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินถือถุงที่ภายในมีอาวุธแล้วมากล่าวหาว่าเป็นของผู้ชุมนุม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับตัว 2 ผู้ต้องหาคือนายชูชาติ ชูศิริ เป็นคนพื้นที่นนทบุรี พบอาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนจำนวน 39 นัด ถูกซ่อนไว้ในรถยนต์ทาง กวป.เห็นว่านายชูชาติ พกมาเนื่องจากขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะไม่มีความปลอดภัยและเกรงกลัวอันตรายจึงพกพาอาวุธปืนออกมาด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับกวป. ส่วนผูัต้องหาอีกรายคือ นายรัตนพงษ์ อินทรักษ์ อายุ35 ปี เป็นคนจังหวัดน่าน พบอาวุธปืน เอเค47 จำนวน 1กระบอก กระสุนจำนวน 120นัด โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่านายรัตนพงษ์ อยู่ใกล้อาวุธดังกล่าวจึงมีความผิด
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้บุกเข้ามาจับกุมการ์ดกวป.ซึ่งพบแต่อาวุธมีดเท่านั้น สำหรับเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 ไปพบในป่าแถวปากซอยนนทบุรี 46 ไม่ได้พบในที่ชุมนุม แก็ยังมีการกล่าวหาว่าเป็นของผู้ชุมนุม กวป. ถือเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายการชุมนุม ทางกลุ่มกวป.จึงขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ผู้ช่วยผบ.ตร.ให้พฐ.นำเอ็ม79ยึดได้เปรียบเทียบ
ด้านพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่า คดียิงเอ็ม 79 ถึงขณะนี้มีประมาณ 17-18 ครั้ง ซึ่งช่วงนี้ก่อนจะมีการชุมนุมใหญ่จะมีเหตุการลักษณะนี้มากขึ้นเป็นเรื่องของการเร่งสถานการณ์ให้สุกงอมด้วยอาวุธสงคราม ก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ส่วนสาเหตุของการยิงเอ็ม79 เป็นเรื่องประเด็นทางการเมือง เป็นไปได้ 2 สาเหตุคือการทำจากฝ่ายตรงกันข้าม และการสร้างสถานการณ์ขึ้นเองให้เกิดความวุ่นวาย รุนแรง ซึ่งขณะนี้เป็นไปได้ทั้งคู่ ส่วนผู้ก่อเหตุก่อนหน้านี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปกดดันกลุ่มต่างๆที่มีการข่าวเคยก่อเหตุมาก่อนกลุ่มเหล่านี้ก็หยุดเคลื่อนไหว หยุดก่อเหตุไปสักพัก แต่ปัจจุบันกลุ่มที่ก่อเหตุไม่มีสังกัด ไม่มีกลุ่มที่แน่นอน ทำคนเดียวก็มีทำให้การสืบสวนทำได้ยาก
พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า คดียิงเอ็ม79 หากยิงแล้วแตกระเบิดจะเสียหายทั้งหมดไม่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์ได้ มีที่ยิงที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่มีพยานเห็นคนร้าย และพบปลอกกระสุนที่ใช้ยิงแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ได้เก็บหมายเลขซีเรียลนัมเบอร์ไว้เปรียบเทียบแล้ว นอกจากนั้นในส่วนที่ยิงแล้วไม่แตกหรือไม่ทำงานก็สามารถนำเกลียวลำกล้องมาพิสูจน์เอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำปืนเอ็ม79ที่ยึดได้ที่จังหวัดนนทบุรีมาตรวจเปรียบเทียบว่าตรงกับที่ไทยพีบีเอส หรือที่อื่นๆที่ยิงแล้วไม่แตกเช่นที่ศาลอาญา บ้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าตรงกันหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ต้องรอการตรวจพิสูจน์ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา
รายงานข่าวแจ้งว่าการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 29 มีนาคมของกลุ่มกปปส.คาดว่าจะมีการย้ายเวทีจากสวนลุมพินี ไปที่รัฐสภาส่วนจำนวนคาดว่าไม่มากน่าจะอยู่ราว 3-4 หมื่นคน คาดว่าจะชุมนุมต่อเนื่องประมาณ 3 วัน กลุ่มผู้ชุมนุมหลักๆเป็นคนกรุงเทพมหานครและสุราษฎร์ธานี นอกนั้นจะกระจายอยู่ตามต่างจังหวัด
ศอ.รส.ยันดำเนินคดียิงเอ็ม79ใส่ป.ป.ช.เป็นธรรม
เมื่อเวลา 13.00 น. ร.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศอ.รส. แถลงผลการประชุมศอ.รส. ว่า ศอ.รส.ร่วมกับส่วนราชการดำเนินการตามกฎหมายทั้งแพ่งและอาญาอย่างจริงจังกับกลุ่มต่างๆ ที่นำมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐ โดยขณะนี้การดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก มีการดำเนินคดีกับแกนนำแล้วจำนวน 35 คดี โดยแยกเป็นคดีของกปปส. จำนวน 32 คดี เป็นคดีของกลุ่มกวป. ที่ปิดล้อมสำนักงานป.ป.ช. 3 คดี ทั้งนี้ศอ.รส. ย้ำว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในความผิดฐานบุกรุกปิดล้อมสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐต่างๆ โดยไม่มีการละเว้น และขอร้องมวลชนทุกกลุ่ม งดเว้นการเข้าปิดล้อม ปิดกั้น และคุกคามการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ศาล และหน่วยงานต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม
ร.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี กล่าวว่า จากเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม79 เข้าไปที่สำนักงานป.ป.ช. เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งมีการเข้าจับกุมบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 คน พร้อมของกลางระเบิดชนิดขว้าง 2 ลูก ปืนอาก้า 1 กระบอก ปืนลูกซอง 1 กระบอก ปืนสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก และได้ค้นพบและตรวจยึดเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 พร้อมระเบิดชนิดขว้างอีก 4 ลูก ลูกในป่าละเมาะบริเวณที่เกิดเหตุด้วย โดยศอ.รส. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาดังกล่าวอย่างรัดกุม รวดเร็ว และเป็นธรรมอย่างที่สุด
ร.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี กล่าวต่อว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษถึงการดำเนินคดีพิเศษกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. รวม 58 คน ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดฐานอื่นๆ ว่า คณะพนักงานสอบสวนอัน ประกอบด้วย พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการของสำนักงานอัยการสูงสุด ต้องนำการกระทำความผิดฐานอื่นที่เป็นการกระทำความผิดหลายเรื่องต่อเนื่อง หรือเกี่ยวพันกันกับการกระทำความผิดเดิมที่เป็นคดีพิเศษแล้ว เพื่อดำเนินคดีเป็นคดีพิเศษเพิ่มอีกด้วย โดยทั้งนี้ ศอ.รส. ได้รับแจ้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า นอกจากจะอยู่ระหว่างรวบรวมคดีเกี่ยวกับการขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว และจะได้รวบรวมคดีบุกรุกสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐที่นายสุเทพ และแกนนำกปปส. ได้ร่วมกันกระทำผิด ส่งสำนวนคดีมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับดำเนินการต่อในฐานะเป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นคดีความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษเดิมต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ คณะทำงานศอ.รส. กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ว่า ที่ประชุมศอ.รส.ได้ประเมินสถานการณ์แล้ว จึงสั่งการให้มีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ผู้ชุมนุม และผู้ที่ไม่ได้ร่วมชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างความวุ่นวาย ขณะเดียวกันได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เพราะวันที่ 29 มี.ค.มีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีการปะทะกันกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ส่วนการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีการประเมินสถานการณ์การชุมนุม และจำนวนผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องว่ามีมากน้อยอย่างไร ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ตำรวจแต่ละพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะเพิ่มกำลังเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
...........................
(หมายเหตุ : ที่มาของคลิป https://www.youtube.com/watch?v=b7QTodfgu94&feature=youtu.be)



