
'ปู'หนักใจแจงโกงข้าว-ปัดเว้นวรรค
28 มี.ค. 2557
'ยิ่งลักษณ์' โวย ป.ป.ช.ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนเหมือนคนอื่น หนักใจแจงโกงข้าว บันทึกเทป 127 ปี 'กห.' ไร้ 'ผบ.ทบ.' มาร่วม ไม่คิดเรื่อง 'เว้นวรรค'
28 มี.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.50 น. ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังบันทึกเทป 127 ปี กระทรวงกลาโหม ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ขยายกรอบเวลาการเข้าชี้แจงคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า เรียนตรงๆ ว่าค่อนข้างหนักใจ จากการหารือกับทีมทนายความ เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างสั้น ถ้ามาดูตั้งแต่เริ่มต้น ตามหลักการตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบของ ป.ป.ช.นั้น ปกติตามขั้นตอนจะต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาสอบสวนก่อน จากนั้นจึงจะส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่
"แต่ในส่วนของดิฉันได้ถูกตั้งข้อกล่าวหาในคณะกรรมการชุดใหญ่เลย ไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการ จึงมีหลายประเด็นในส่วนของเราที่อยากตั้งข้อสงสัย นอกเนื่องจากไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ การตรวจสอบจากคณะกรรมการชุดใหญ่ก็ใช้เวลาเพียง 21 วันก็ตั้งข้อกล่าวหาดิฉันแล้ว ทั้งนี้ในจำนวน 21 วัน ฝ่ายเราได้ขอคณะกรรมการเพื่อให้เวลากับผู้ที่ถูกกล่าวหาซึ่งตามหลักและข้อกฎหมายนั้นผู้ถูกกล่าวหาควรจะมีเวลาพอสมควรที่จะได้มีโอกาสชี้แจง ซึ่งได้ขอเวลาไป 45 วัน แต่ทางป.ป.ช.ให้เวลาเพียง 15 วัน"
นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ ได้สอบถามไปยังประเด็นที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพราะได้รับเอกสารในเวลา 21 วันมาเพียง 49 แผ่นเท่านั้น และล่าสุดเพิ่งได้รับเอกสารจาก ป.ป.ช.อีก 280 แผ่น และให้เวลาเราอีกเพียง 3 วัน และให้ไปชี้แจงในวันจันทร์ที่ 31 มี.ค.
"ประเด็นเหล่านี้ดิฉันอยากขอความกรุณาและตั้งข้อสงสัยว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ให้ความยุติธรรมกับดิฉันเหมือนกับผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท่านอื่นๆ หรือไม่ ทั้งเรื่องระยะเวลาและเรื่องต่างๆ คงต้องขออนุญาตสอบถามและติดตามต่อไป และหวังว่ากระบวนการต่างๆ จะให้ดิฉันได้รับความยุติธรรมเหมือนกับผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นในอดีตอย่างที่เคยได้รับ"
เมื่อถามย้ำว่าจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปเมื่อ ป.ป.ช.ยืนยันว่า จะไม่ขยายเวลาในการเข้าชี้แจง นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คงไม่มีทางอื่นก็คงต้องทำตามขั้นตอนของ ป.ป.ช. แต่อย่างไรก็ตามคงต้องหารือในข้อกฎหมาย เพียงแต่วันนี้ก็ตั้งเป็นข้อสงสัยและอยากขอความยุติธรรมและความกรุณา เพราะเรามีเวลาแค่ 15 วันที่จะทำเอกสารทั้งหมดในการชี้แจงข้อกล่าวหา อีกทั้งประเด็นที่ตนถูกตั้งข้อกล่าวหานั้น เป็นประเด็นในระดับนโยบายก็ต้องมาดูว่าได้รับความยุติธรรมเหมือนคนอื่นหรือไม่
ต่อข้อถามที่ว่ามีความรู้สึกอย่างไรที่มีกระแสข่าวระบุว่านายกฯ จะถูกชี้มูลความผิดจากคดีนี้อยู่แล้ว นายกฯ กล่าวว่า "ดิฉันก็ไม่อยากให้กระบวนการยุติธรรมมีการวางไว้ล่วงหน้าจนมีการตั้งข้อกล่าวหา ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะรักษาความยุติธรรมและให้ความยุติธรรมกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ถ้าให้ความยุติธรรมกับทุกคนอย่างเท่าเทียมก็จะได้รับการยอมรับมากขึ้นและเกิดความชอบธรรม"
ส่วนวันจันทร์ที่ 31 มี.ค.นี้จะเดินทางไปชี้แจงกับป.ป.ช.ด้วยตนเองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบในตอนนี้ ขอหารือกับทีมทนายความก่อน เพราะเพิ่งได้รับทราบจากข่าว คงต้องมีการหารือกันแล้วจะเรียนให้ทราบ อย่างไรก็ตาม ทางป.ป.ช.ก็ได้แจ้งแล้วว่า สามารถเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเองหรือส่งเป็นเอกสาร
ผู้สื่อข่าวถามว่าเอกสารที่ ป.ป.ช.ส่งมาถือว่าครบถ้วนตามที่ทนายได้ร้องขอไปหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะยังไม่เห็นเอกสารเนื่องจากในตอนแรกข้อกล่าวหาที่เราได้รับมานั้นได้รับเอกสารเพียงแต่ 49 แผ่น ซึ่งไม่เพียงพอกับการชี้แจงในข้อมูลต่างๆ และเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ทีมทนายก็ได้ทำเรื่องเพื่อขอข้อมูลก็ได้รับเอกสารเพิ่มมาอีก 280 แผ่น ก็คงต้องมาดูว่าเอกสารที่ได้มาครบถ้วนหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามเอกสาร 280 แผ่นนั้นในวันจันทร์ที่ 31 มี.ค.จะต้องปิดสำนวนที่จะต้องชี้แจงข้อกล่าวหาก็หวังว่าทางคณะกรรมการป.ป.ช.จะให้ความเป็นธรรมกับเราพอสมควร
บันทึกเทป 127 ปี 'กห.' ที่ช่อง 5 ไร้ 'ผบ.ทบ.' มาร่วม
เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางไปบันทึกเทปรายการพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 127 ปี กระทรวงกลาโหม ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 โดยมีพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหมให้การต้อนรับ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในการเดืนทางไปบันทึกเทปในครั้งนี้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พบว่า ไม่มีพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา ผบ.ทบ. เดินทางมาร่วมงานหรือมาต้อนรับ ทั้งๆ ที่ปกติในทุกปี ผบ.ทบ.จะเดินทางมาด้วยแทบทุกครั้ง ทั้งนี้จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจงว่า เนื่องจากเป็นงานในส่วนของกระทรวงกลาโหมโดยตรง ผบ.ทบ.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่ได้เดินทางมาร่วมงานด้วยแต่อย่างใด และไม่ถือว่าเป็นสิ่งผิดปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสีหน้าดีขึ้น ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงอาการบาดเจ็บของข้อเท้าซ้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อาการดีขึ้นหลังจากที่มาใช้เฝือกอ่อนแบบถอดได้ ทำให้อาการบาดเจ็บดีขึ้นและเจ็บน้อยลง สามารถรับน้ำหนักขาได้ค่อนข้างดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีบุคคลทางการเมืองหลายคนได้รับบาดเจ็บ อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก้าวลงจากรถตู้เพื่อไปรับประทานก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา จนเสียหลักล้มจนมีอาการบาดเจ็บถึงทุกวันนี้ และอีกไม่กี่วันต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เกิดอุบัติเหตุหกล้ม ทำให้ไหปลาร้าแตก ขณะที่พลอากาศเอกสุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม เกิดอุบัติเหตุจักรยานล้ม นั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้รับรายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ขับรถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นคนเก่าแก่ ก็ได้เกิดอุบัติเหตุสะดุดล้มในวันเดียวกันกับที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสียหลักล้มด้านหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท และได้รับบาดเจ็บที่ขาข้างซ้ายเช่นเดียวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงขั้นเป็นแผลสดและต้องเย็บแผล ซึ่งขณะนี้แผลยังไม่หายดี
ไม่คิดเรื่อง 'เว้นวรรค' แต่ถ้าปชช.ต้องการ-ปท.สงบ ยินดีให้ความร่วมมือ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังบันทึกเทปโทรทัศน์ 127 ปีกระทรวงกลาโหม ถึงกระแสข่าวการเว้นวรรคทางการเมืองของบุคคลในตระกูลชินวัตร ว่า "ต้องเรียนตรงๆ ว่า วันนี้ยังไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะว่าขั้นตอนต่างๆ นั้นยังอีกไกล สิ่งที่ต้องคิดในวันนี้คือสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้วว่าจะทำอย่างไรต่อไป ให้ทุกฝ่ายยอมรับให้มีการเลือกตั้ง ให้กระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้น ดังนั้นดิฉันยังไม่ได้คิดอะไรในเรื่องของอนาคตข้างหน้า"
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกจะมีปัญหาอะไรหรือไม่ในอนาคต นายกฯ กล่าวว่า ก็หวังว่าทุกคนมีส่วนสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ก็หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ดำรงไว้ซึ่งเรื่องของประชาธิปไตย และยึดมั่นในเรื่องของพรรคการเมืองที่จะให้มีการเลือกตั้ง หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อไทยยังจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งสัญญาณว่าจะเว้นวรรค น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยู่ที่การตัดสินใจของพรรคและอยู่ที่คณะกรรมการบริการของพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่าได้คุยเรื่องประเด็นการเว้นวรรคทางการเมืองกับคนในครอบครัวและคนในตระกูลชินวัตรหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ก็เรียนว่าเรื่องนี้ยังอีกไกลคะ ยังไม่คิดอะไรเลย แค่วันนี้ดิฉันเองต้องมาแก้คดีความ ก็มีอะไรที่ต้องคิดอยู่แล้วนะคะ ก็เรียนว่ายังไม่ได้คุยยังไม่ได้คิดอะไร ดิฉันพร้อมที่จะทำตามที่ประชาชนต้องการ แต่เรายังคิดว่าเรื่องนี้ยังอีกไกล วันนี้ขอเอาเรื่องแรกก่อนว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับของทุกคนและพรรคการเมืองใหญ่มาลงเลือกตั้งคะ"
เมื่อถามว่าคิดว่าถ้าหากตระกูลชินวัตรเว้นวรรคทางการเมืองจริงจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ก็ได้ฟังจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.แล้วใช่หรือไม่คะ"
เมื่อถามย้ำว่าหากการที่ตระกูลชินวัตรเว้นวรรคแล้วประเทศเดินหน้าต่อไปได้จะยอมหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าวันนี้ดิฉันปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาประชาธิปไตย ดิฉันไม่ได้ยึดติด แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นความต้องการของประชาชนและเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศสงบดิฉันยินดีให้ความร่วมมือ แต่วันนี้ต้องถามว่าผู้ที่ไม่ต้องการให้กระบวนการต่างๆ เดินหน้าไปนั้น จะเห็นด้วยหรือไม่และหลายๆ ส่วนต้องช่วยกันแก้คะ ดิฉันเป็นเพียงหนึ่งในส่วนของคนกลไกต่างๆ ดิฉันเชื่อว่ายังมีอีกหลายกลุ่ม หลายหน่วยซึ่งเราต้องหารือกัน แต่เรียนว่าอะไรที่ช่วยให้ประเทศเดินได้ และอะไรก็ได้ที่ช่วยให้ประเดินได้ภายใต้กรอบของประชาธิปไตยคะ"



