
'เฉลิม'ปัดพบ'สมชัย'ไร้เกียรติ!
28 มี.ค. 2557
'เฉลิม' ยันเหตุยิงเอ็ม79 ใส่ป.ป.ช. ใครผิดต้องรับโทษ เชื่อ กปปส.ชุมนุม 29 มี.ค.ไม่เกิน 3 หมื่น ปัดแจงงบ ศรส. ไล่ 'สมชัย' ลาออก ชี้ไร้เกียรติ ขอพบ-ไม่ต้อนรับ
28 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 10.20 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. กล่าวถึง เหตุยิงเอ็ม79 ที่บริเวณสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค. ว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นนทบุรี รายงานตนว่า มีเหตุยิงเอ็ม79 จำนวน 2 ลูก ซึ่งฝ่ายตำรวจ พลเรือน ทหาร ได้ไปตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องหาได้ 3-4 คน มีปืนอาก้า ปืนปากกา และปืนลูกซอง อย่างละ 1 กระบอก นอกจากนั้นยังขยายผลพบปืนยิงเอ็ม79 ในบริเวณใกล้เคียง แต่ขณะนี้ยังหาผู้ครอบครองไม่ได้ ซึ่งทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย ใครผิดต้องรับโทษ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เหตุที่เกิดขึ้นคนย่อมเพ่งเล็งมาที่รัฐบาล และเหตุอย่างนี้มันแกล้งกันง่าย เพราะนายกฯ เป็นคู่ความอยู่กับป.ป.ช. ทั้งนี้ตนขอให้ทุกหน่วยงานทำอย่างป.ป.ช. ใครบุกรุกแจ้งจับ ร้องศาล
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า อยากจะเรียนถึงบรรดาผู้ดี อย่าแสดงตนเป็นคนชั้นสูงแล้วจิตใจต่ำ คุณต้องรักษากติกาประชาธิปไตย มาปลุกระดมให้เอานายกฯคนกลางกันทำไม พยายามสุมหัวสร้างกระแสว่าถ้าไม่มีนายกฯคนกลาง บ้านเมืองจะไปไม่ได้ ถ้ามีนายกฯคนกลางขึ้นมาใครจะมารับตำแหน่ง แล้วจะรู้ว่านรกมีจริง ตนขอถามว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ และกปปส.มั่นใจว่ารัฐบาลแย่แล้ว ทำไมไม่ยอมลงเลือกตั้ง
"ผมดูตำราไม่น้อยกว่าพวกช่างพูด คุณจะทำยังไงถ้านายกฯถูกชี้มูล ให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ มารักษาการ คุณบอกเอาใหม่แล้วไม่ได้ ต้องไปทั้งคณะ ซึ่งถ้าหมดทั้งคณะแล้วใครจะมาเป็นนายกฯ รัฐธรรมูญเขียนไว้เสร็จว่านายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง ประธานสภา ต้องรับสนองพระบรมราชโองการ อย่าไปเคลื่อนไหวเลย ไม่มีทาง และกว่าป.ป.ช. จะชี้มูลเสร็จ คดีก็ยังไม่เสร็จ นายกฯก็มีสิทธิ์ลงสมัคร ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นมันอยู่บนพื้นฐานความโง่ เพราะเมื่อป.ป.ช.ชี้มูลเสร็จ ก็ต้องไปอัยการ ซึ่งจะฟ้องหรือเปล่าก็ไม่รู้ และถ้าป.ป.ช. จะฟ้องก็ต้องไปศาลฎีกา จะใช้เวลาอีกกี่ปี เลิกคิดเถอะนายกฯ คนกลาง ตราบใดที่ยังไม่ฉีกรัฐธรรมนูญ อย่าไปคิดเลย เขาเรียกพวกหน้าด้านไม่เอาประชาธิปไตยแต่อยากเป็นใหญ่ในบ้านเมือง รักประชาธิปไตยต้องไปเลือกตั้ง"
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ฝากถึงใครก็ตามในพรรคเพื่อไทย ตราบใดที่ไม่ส่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง ก็ชนะเหมือนกัน แต่ที่นั่งไต่ระดับ 200 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตนลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2549 รู้ว่าสังคมชนบทคิดอย่างไรก็พรรคเพื่อไทย ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง จะชนะเกินครึ่ง ตั้งรัฐบาลได้ ถ้าเป็นคนอื่นจะได้ประมาณ 200 เหลืออีก 300 เขาจะไล่ไปรวมกัน ถ้าอยากเป็นฝ่ายค้านก็ส่งคนอื่นลงเบอร์หนึ่ง ตนฟันธงวันนี้และไม่ผิดด้วย สำหรับกระแสข่าวนายกฯ จะเว้นวรรคการเมืองนั้น มาจากคนอื่นปล่อยข่าว แต่ในพรรคนิ่ง แล้วทำไมต้องเว้นวรรค ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลงสมัครแล้วตำรวจจับเหรอ ตระกูลชินวัตร ได้สัญชาติไทยโดยกำเนิดทำไมจะอยู่ในประเทศไทยไม่ได้ ส่วนเรื่องคดีความก็ว่ากันไป ส่วนการเสนอชื่อนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 แทน ตนไม่ขอพูดถึง"
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มกปปส. ในวันที่ 29 มี.ค. ว่า ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ถ้าชุมนุมสงบ ปราศจากอาวุธก็เป็นสิทธิ์ แต่ตนประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุมไม่เกิน 3 หมื่นคน เพราะคนกทม.เขาเบื่อไม่ชอบนายกฯ คนกลาง แต่เป็นม็อบมีเส้น บรรยากาศจะคึกคัก ทำอะไรได้หมด แต่ ศอ.รส.ไม่ติดตามเป็นพิเศษ เพราะไม่มีอะไร ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาชุมนุมก็เหลือ 2,500 คนหน้าเดิมทั้งนั้น ถ้าเกิดเหตุมือที่สามก็ทำกันเอง พวกตนไม่ทำอยู่แล้ว ส่วนกรณี กกต.ต้องการให้ชี้แจงการใช้งบประมาณของศรส. ตนไม่ชี้แจง เพราะไม่เคยให้เกียรตินายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ตนไม่เคยเบิกงบสักสตางค์ แล้วจะไปชี้แจงเรื่องอะไร และขอให้นายสมชัย หุบปากพูดให้น้อย ความรู้ก็ไม่ค่อยมี คนเป็นกกต.ต้องเป็นกลาง ไม่ออกเฟซบุ๊กกันหรอก ทำตัวแบบนี้ใครจะไปเคารพ ขอให้ลาออกเถอะ ทำให้กกต.อีก 4 คนอึดอัด ถ้านายสมชัยจะมาพบตนก็ไม่ต้อนรับ ไม่มีเกียรติพอสำหรับผอ.ศอ.รส.
เตรียมเพิ่มคดีปิดสถานที่ราชการเป็นคดีพิเศษ
ร.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล คณะทำงานศอ.รส. แถลงผลการประชุมศอ.รส. ว่า ศอ.รส.ร่วมกับส่วนราชการดำเนินการตามกฎหมายทั้งแพ่งและอาญาอย่างจริงจังกับกลุ่มต่างๆ ที่นำมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐ โดยขณะนี้การดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก มีการดำเนินคดีกับแกนนำแล้วจำนวน 35 คดี โดยแยกเป็นคดีของกปปส. จำนวน 32 คดี เป็นคดีของกลุ่มกวป. ที่ปิดล้อมสำนักงานป.ป.ช. 3 คดี ทั้งนี้ศอ.รส. ย้ำว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในความผิดฐานบุกรุกปิดล้อมสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐต่างๆ โดยไม่มีการละเว้น และขอร้องมวลชนทุกกลุ่ม งดเว้นการเข้าปิดล้อม ปิดกั้น และคุกคามการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ ศาล และหน่วยงานต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม
ร.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี กล่าวว่า จากเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม79 เข้าไปที่สำนักงานป.ป.ช. เมื่อคืนวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งมีการเข้าจับกุมบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 คน พร้อมของกลางระเบิดชนิดขว้าง 2 ลูก ปืนอาก้า 1 กระบอก ปืนลูกซอง 1 กระบอก ปืนสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก และได้ค้นพบและตรวจยึดเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 พร้อมระเบิดชนิดขว้างอีก 4 ลูก ลูกในป่าละเมาะบริเวณที่เกิดเหตุด้วย โดยศอ.รส. ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ต้องหาดังกล่าวอย่างรัดกุม รวดเร็ว และเป็นธรรมอย่างที่สุด
ร.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี กล่าวต่อว่า ศอ.รส.ได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษถึงการดำเนินคดีพิเศษกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำ กปปส. รวม 58 คน ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดฐานอื่นๆ ว่า คณะพนักงานสอบสวนอัน ประกอบด้วย พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการของสำนักงานอัยการสูงสุด ต้องนำการกระทำความผิดฐานอื่นที่เป็นการกระทำความผิดหลายเรื่องต่อเนื่อง หรือเกี่ยวพันกันกับการกระทำความผิดเดิมที่เป็นคดีพิเศษแล้ว เพื่อดำเนินคดีเป็นคดีพิเศษเพิ่มอีกด้วย โดยทั้งนี้ ศอ.รส. ได้รับแจ้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า นอกจากจะอยู่ระหว่างรวบรวมคดีเกี่ยวกับการขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว และจะได้รวบรวมคดีบุกรุกสถานที่ราชการและหน่วยงานของรัฐที่นายสุเทพ และแกนนำกปปส. ได้ร่วมกันกระทำผิด ส่งสำนวนคดีมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับดำเนินการต่อในฐานะเป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นคดีความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษเดิมต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ คณะทำงานศอ.รส. กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ว่า ที่ประชุมศอ.รส.ได้ประเมินสถานการณ์แล้ว จึงสั่งการให้มีการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้ผู้ชุมนุม และผู้ที่ไม่ได้ร่วมชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะมีมือที่ 3 เข้ามาสร้างความวุ่นวาย ขณะเดียวกันได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร เพราะวันที่ 29 มี.ค.มีความสุ่มเสี่ยงที่จะมีการปะทะกันกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ส่วนการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีการประเมินสถานการณ์การชุมนุม และจำนวนผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องว่ามีมากน้อยอย่างไร ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ตำรวจแต่ละพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะเพิ่มกำลังเท่าที่จำเป็นเท่านั้น



