
ญี่ปุ่นปล่อยนักโทษผู้รอการประหารนานสุดในโลก
28 มี.ค. 2557
ศาลญี่ปุ่นสั่งรื้อคดีฆ่ายกครัว 4 ศพที่ส่งจำเลยต้องเข้าคุกด้วยหลักฐานไม่ชัดตั้งแต่หนุ่มจนแก่ ยาวนานถึง 48 ปี "แอมเนสตี้"ชี้เป็นนักโทษรอประหารนานสุดในโลก
วันที่ 28 มี.ค.57 ศาลเขตชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 มี.ค.มีคำตัดสินระงับโทษประหารและให้ปล่อยตัวนายอิวาโอะ ฮากามาดะ อดีตนักมวยอาชีพ เพื่อเปิดการพิจารณาคดีใหม่แก่นักโทษวัย 78 ปีผู้นี้ ซึ่งเชื่อกันเป็นนักโทษที่รอการประหารยาวนานที่สุดในโลก หลังถูกตัดสินมีความผิดฐานปล้นและฆ่าหมู่นายจ้าง ภรรยาและลูกของนายจ้างอีกสองคนก่อนจุดไฟเผาบ้าน ในเขตชิซูโอกะ ทางภาคกลางของญี่ปุ่น เมื่อปี 2509
นายฮากามาดะ ถูกจับกุมและคุมขังในปีเดียวกันนั้น เบื้องแรกปฏิเสธข้อหา แต่ต่อมาให้การสารภาพหลังถูกสอบปากคำ 20 วัน
เมื่อพิจารณาคดีในชั้นศาล จำเลยกลับคำให้การโดยอ้างว่าถูกตำรวจซ้อมบังคับสารภาพ แต่ไม่เป็นผล ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตในปี 2511 และศาลสูงพิพากษายืนในปี 2524 โดยเชื่อหลักฐานสำคัญที่อัยการใช้เอาผิด เป็นเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่พบหลังเกิดเหตุและการจับกุมแล้วถึง 1 ปี
คำพิพากษารื้อคดีใหม่มีขึ้นหลังจากทนายความของเขา นำผลตรวจดีเอ็นเอจากคราบเลือดบนเสื้อผ้าที่เชื่อว่าคนร้ายสวมใส่มาแย้ง และพบว่าไม่ตรงกับของจำเลย ผู้พิพากษากล่าวว่า ไม่เป็นธรรมที่จะกักขังต่อไป เพราะมีความเป็นไปได้ที่จำเลยจะเป็นผู้บริสุทธิ์ในระดับที่ต้องรับฟัง นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าพนักงานสอบสวนอาจกุหลักฐานเอาผิดจำเลย
นายฮากามาดะ เป็นนักโทษญี่ปุ่นคนที่ 6 ในยุคหลังสงครามที่ได้รับการพิจารณาคดีใหม่หลังถูกตัดสินลงโทษประหารแล้ว โดย 4 คนจาก 5 คนก่อนหน้านี้ ล้วนได้รับคำตัดสินยกฟ้องทั้งสิ้น
มีรายงานว่าสภาพจิตของนายฮามาคาดะอยู่ในสภาพย่ำแย่ มีอาการความจำเสื่อม หลังถูกกักอิสรภาพรวมทั้งสิ้น 48 ปี
แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ระบุว่า นายฮากามาดะ เป็นนักโทษที่ถูกคุมขังระหว่างรอการประหารนานที่สุดในโลก และตำหนิรัฐบาลญี่ปุ่นควรละอายใจต่อการปฏิบัติอย่างป่าเถื่อน เพราะ 33 ปีที่นักโทษถูกขังเดี่ยว ต้องอยู่ในสภาพความหวาดวิตกถูกประหาร ไม่รู้ชะตากรรมในแต่ละวัน เป็นการทรมานทางจิตใจอย่างยิ่ง พร้อมเรียกร้องอัยการญี่ปุ่นยอมรับคำตัดสิน เพราะเวลาของนายฮากามาดะที่จะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมใกล้หมดลงแล้ว
สภาทนายความญี่ปุ่นซึ่งแสดงความสงสัยหลักฐานที่ใช้การตัดสินคดีนี้มาตั้งแต่ต้น แสดงความยินดีต่อคำพิพากษาของศาล และหวังว่าอัยการจะไม่ยื่นอุทธรณ์
การตัดสินฟื้นคดีนายฮากามาดะ มีขึ้นวันเดียวกับที่แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ออกรายงานสถานการณ์โทษประหารประจำปี 2556 โดยในส่วนของญี่ปุ่น พบว่า ในปีที่แล้ว ประหารนักโทษ 8 คน มากเป็นอันดับ 9 ของโลก
วิธีสอบปากคำและระบบการจัดนักโทษของญี่ปุ่นมักถูกวิจารณ์จากองค์กรระหว่างประเทศ ว่าปิดลับและไม่แน่นอนโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะการขังเดี่ยวนักโทษประหารนานหลายปี และได้รับบอกกล่าวก่อนหน้าประหารไม่กี่ชั่วโมง
ญี่ปุ่นมีอัตราการตัดสินผู้ต้องหาว่าผิดจริงถึง 99 % และยังยืนยันที่จะให้ตำรวจสอบสวนแบบหนักมือต่อไปภายใต้ความเชื่อที่ยึดถือมานานว่า การสารภาพคือมาตรฐานรับผิดดีที่สุด



