ข่าว

ปชป.ประชุมใหญ่ดันปฏิรูปปท.ไร้เงา'มาร์ค'

ปชป.ประชุมใหญ่ดันปฏิรูปปท.ไร้เงา'มาร์ค'

28 มี.ค. 2557

ปชป.ประชุมใหญ่ดันปฏิรูปปท. 7 ด้าน ไร้เงา 'อภิสิทธิ์' ยังไม่ฟังธงลงลต.หรือไม่ จี้ 'ปู' คุย 'สุเทพ' เปิดทางแก้ปัญหา หนุ่มชูป้าย 'Respect My Vote' โผล่ป่วนอีก!

 
                      28 มี.ค.57 เมื่อเวลา 09.00 น. พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 เพื่อพิจารณาเรื่อง “จาก 10 ฐานรากสู่... พิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย และแนวนโยบายพรคประชาธิปัตย์” โดยมีแกนนำพรรค ประธานสาขาพรรค สก. สข. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างคึกคัก อาทิ นายชวนหลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค เป็นต้น
 
                      โดยมีนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรคเป็นประธานกล่าวเปิดงานแทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จากอุบัติเหตุล้มจนไหปลาร้าหัก
 
                      ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยผ่านโทรศัพท์ว่า ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสามัญพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะแพทย์อนุญาติให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในบ่ายวันเดียวกันนี้ ส่วนการประชุมวันที่ 29 มี.ค.นั้น แพทย์ยังคงต้องการให้พักผ่อนจึงอาจไม่ได้มาร่วมประชุม อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนอาการดีขึ้นมากแล้ว และขอบคุณทุกความห่วงใย
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ มีวาระสำคัญคือการพิจารณาพิมพ์เขียวประเทศไทย 7 ด้าน คือ 1.ปฏิรูประบบการขจัดและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.การปฏิรูประบบการเลือกตั้งที่เป็นธรรม 3. ปฏิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจ-นโยบาย 4.ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และแนวนโยบาย 5.ปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม 6.ปฏิรูปการศึกษา สังคมและแนวนโยบาย และ 7. ปฎิรูปสื่อมวลชน โดยจะเปิดกว้างให้สมาชิกพิจารณาและแสดงความคิดเห็น ส่วนการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งหริอไม่ ไม่มีในวาระการประชุม
 
 
'ปชป.' ยังไม่ฟังธงเลือกตั้งหรือไม่ จี้ 'ปู' คุย 'สุเทพ' เปิดทางแก้ปัญหา
 
 
                      เมื่อเวลา 13.45 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวมีคนในพรรคไม่พอใจการตัดสินใจพรรคและอยากลงเลือกตั้งว่า ตนไม่เชื่อว่ามีข่าวนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเปิดหลายคนตัดสินใจไม่เหมือนกันทั้งหมด จึงต้องร่วมกันตัดสินใจ และข่าวลือที่ว่า จะมีส.ส.ลาออกจากพรรคหากพรรคตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้ง เพราะไม่เคยได้ยินคนในพรรคพูดว่าจะลาออก และวันนี้เร็วเกินไปที่จะตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากสถานการณ์ในบ้านเมืองยังไม่สงบ นอกจากนี้ยังมีคำถามว่าหากไปเลือกตั้งแล้วจะมั่นใจอย่างไรฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะไม่ถูกข่มขู่ขณะที่ไปลงพื้นที่หาเสียง จึงเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องจัดการคนของตัวเองให้หยุดการกระทำก่อนเรียกร้องให้ผู้อื่นร่วมเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลโดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะปัดความรับผิดชอบและทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้
 
                      นายจุติ กล่าวว่า ส่วนการที่ 53 พรรคการเมืองมีมติให้เดินหน้าจัดเลือกตั้งต่อไปนั้น เห็นว่า ก่อนหน้านี้น.ส.ยิ่งลักษณ์รระบุว่าจะขอเจรจากับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. แต่เหตุใดไม่ไปคุยกันก่อน ซึ่งนายสุเทพมีเงื่อนไขเพียงแค่ว่า ให้มีการเจรากันอย่างเปิดเผย อีกทั้งการเลือกตั้งก็ต้องไปคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า จัดเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์นี้ได้อย่างสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
 
                      “ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดขวางเลือกตั้ง แต่ไม่อยากให้มีการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งการประชุมอดีตส.ส.ที่เป็นการประชุมประจำเดือนคงจะมีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่ยังไม่ตกผลึกว่าจะเลือกตั้งหรือไม่แต่พรรคพร้อมลงเลือกตั้งหากบ้านเมืองสงบ ซึ่งต้องถามนายกรัฐมนตรีว่าพร้อมให้บ้านเมืองสงบสุขเมื่อไหร่ ซึ่งแนวทางการพิจารณาเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องจัดการแก้ไขปัญหาเอง “เลขาธิการพรรคปชป. กล่าว
 
                      เมื่อถามว่าหากคนในตระกูลชินวัตร ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ จะเป็นเงื่อนไขให้พรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายจุติกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะไม่ใช่บิดา ไม่ใช่ญาติและไม่ใช่ผู้สนับสนุนพรรค
 
 
หนุ่มชูป้าย 'Respect My Vote' โผล่ป่วนอีก! 'เมียประจักษ์ สว่างจิต' สวมชุดดำแจมด้วย
 
 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.30 น. ระหว่างที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กำลังจะเข้าห้องประชุมในช่วงบ่าย ปรากฏว่า เกิดความวุ่นวายขึ้นที่หน้าห้องประชุมชั้น 4 ของโรงแรม โดยนายเอก อัตถากร หนุ่มแว่นดำที่เคยชูป้าย “Respect My Vote” ป่วนงานปฏิรูปประเทศของพรรคที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ พร้อมผู้หญิงอีก 2 คน สวมชุดดำมายืนที่บริเวณหน้าห้องประชุมชูป้าย “Do You Hear The People Sing, ปฏิรูปตัวเองเถอะ, We are the people, ไม่เอาพิมพ์เขียวสามานย์” พร้อมกับตะโกนเรียกร้องว่า ให้พรรคประชาธิปัตย์ปฏิรูปตัวเองก่อนที่จะปฏิรูปประเทศ ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมมารุมล้อม โดยมีอาการตกตะลึงไปชั่วขณะ จนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งสติได้หยิบนกหวีดขึ้นมาเป่าไล่บุคคลทั้ง 3 ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมประชุมต่างโห่ไล่ ตะโกนพร้อมกันว่า “ขี้ข้าทักษิณออกไป” พร้อมกับไล่ให้ออกไป แต่บุคคลทั้ง 3 ยังดื้อยืนชูป้าย ทำให้มีการผลักดัน จนทั้ง 3 คนต้องถอยลงบันไดเลื่อน ไปจนถึงล๊อบบี้ชั้น 1 สมทบกับหญิงชุดดำอีก 2คนที่ยืนชูป้ายโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน โดยมีการระบุว่า 1 ใน 2 เป็นภรรยาของ พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิตร ซึ่งระหว่างนั้นสมาชิกพรรคยังคงตะโกนต่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวว่าเป็น “ขี้ข้าทักษิณ” แต่คนกลุ่มนี้ตะโกนสวนกลับมาว่า “ขี้ข้าเผด็จการ” พร้อมเป่านกหวีดสีขาวใส่สมาชิกพรรคด้วย
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ชุลมุนมากขึ้น เนื่องจากสมาชิกพรรคได้เดินรุกไล่กลุ่มนายเอก รุมล้อมเป่านกหวีด บางคนเข้าประชิดตัวและเกิดเหตุการณ์สาวหมัดใส่หน้านายเอกจนแว่นดำกระเด็นหล่นลงพื้น ทำให้นายเอกสาวหมัดสวน แต่ไม่โดน นอกจากนี้ยังมีมือมืดกระโดนถีบด้านหลังของนายเอกด้วยแต่ก่อนที่เหตุการณ์ที่จะวุ่นวายไปมากกว่านี้ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมได้มากันตัวนายเอกออกไปนอกโรงแรม ส่วนสมาชิกปชป.ก็เข้าร่วมประชุมต่อ ทำให้เหตุการณ์เข้าสู่ปกติ
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบไปยังเฟสบุ๊กของนายเอก ที่ใช้ชื่อว่า “Ake Auttagorn” พบว่า มีการโพสต์ข้อความว่าจะมาชูป้ายป่วนงานพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมด้วย และมีการเตรียมป้ายข้อความดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว เมื่อนายเอกเดินทางมาถึงที่โรงแรมได้มีการเช็คอินว่าอยู่ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์แล้ว หลังจากเกิดเหตุ นายเอกยังโพสต์ข้อความอีกว่า “โดนต่อย โดนถีบทั้งมือและตีนครบ” และ “ไม่ได้โกรธที่โดนต่อย แต่โกรธที่ต่อยจนแว่นกระเด็นหายไปเลย แจ้งความ!”
 
                      ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน ที่ผ่านมาเกิดความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ต้องมานั่งทำนายกันว่า บ้านใครจะโดนระเบิด ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำตามหน้าที่อย่าให้ถึงเวลาเกษียณไปแล้วมาบอกว่า ในช่วงที่ท่านทำหน้าที่อยู่เป็นช่วงที่เกิดเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นมากที่สุด
 
 
'จุฤทธิ์' วอนศาลถอนประกัน 'เต้น-ตู่' ชี้ยังไม่ถึงเวลาตัดสินใจ ลง-ไม่ลงเลือกตั้ง
 
 
                      นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฐ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้ถอนประกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการนปช. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. เพราะชื่อได้ว่าจะสร้างเหตุระดมมวลชนคนเสื้อแดงมาชุมนุม แต่ก็มีคนเสื้อแดงบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยได้แจ้งข่าวมาว่าวันที่ 1 เม.ย.นี้ มีความพยายามจะสร้างความวุ่นวายทั่วประเทศ โดยการให้คนเสื้อแดงไปแจ้งความทั่วประเทศกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ข้อหาคือ 1.กบฎ และ2.ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ทั้งสองประเด็นจะสร้างความวุ่นวายและทำให้เสื้อแดงเชื่อว่าตุลาการทำร้ายคนเสื้อแดง
 
                      นายจุฤทธิ์ กล่าวต่อว่า การประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 28-29 มี.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ มีวาระสำคัญคือการพิจารณาพิมพ์เขียวประเทศไทย 7 ด้าน จะเปิดกว้างให้สมาชิกพิจารณาและแสดงความคิดเห็น ส่วนการที่พรรคจะตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ วันนี้ยังไม่ถึงเวลา คงต้องให้คู่ขัดแย้งคือ นายกรัฐมนตรีและกปปส. ไปเปิดการเจรจากันก่อน
 
 
ปชป.เตรียมเปิดเวทีให้อดีตส.ส.ถกลงเลือกตั้งหรือไม่
 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 16.00 น. หลังการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ จะมีการเรียกประชุมอดีตส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีอดีตส.ส.พากันสอบถามถึงท่าทีของพรรคว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้หรือไม่ จึงต้องการเปิดเวทีให้อดีตส.ส.ได้แสดงความเห็น เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤตทางการเมือง และเปิดให้อดีตส.ส.ได้สอบถามถึงการจะลงสมัครหรือไม่