
รายการคม-ชัด-ลึกตอนฟื้นฟูการรถไฟ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ย้ำชัดว่าแผนการฟื้นฟูการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่ใช่แปรรูป เพียงแต่แยกการบริหารออกเป็น 3 ส่วนนั้น แล้วบริหารจัดการใหม่ตามแผนฟื้นฟูฯ ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ หรือเอื้อผลประโยชน์ให้ใคร?
รายการ "คม ชัด ลึก" วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2552 ตอน : ฟื้นฟูรถไฟ...ใครได้ประโยชน์? กับกรณีตั้งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย อาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากทรัพย์สินก้อนโต ทั้งจากการสัมปทานและที่ดินทำเลทองกว่า 3 หมื่นไร่ ขณะเดียวกัน ความเป็นสหภาพแรงงานฯ ก็จะถูกสลายไปด้วย ลูกจ้างก็จะตกงาน ผู้โดยสารอาจได้นั่งรถไฟบริการดีแต่ราคาสูงก็เป็นไปได้
แยกบริษัทไม่ใช่คำตอบแก้ปัญหา
สุภิเชษฐ์ สุวรรณชาตรี
เลขานุการสหภาพแรงงานรัฐวิสหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย
เรื่องนี้สหภาพเคลื่อนไหวมาตั้งแต่มีการออก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีหนังสือแสดงเจตจำนงจะแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย เราไม่เห็นด้วยต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เราสนับสนุนรัฐสวัสดิการ ที่ผ่านมาได้ทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้ว มีการยื่นหนังสือถึงนายกฯ, บอร์ดการรถไฟ และกระทรวงคมนาคม แต่ข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบรับ ทั้งนี้การแยกการบริหารเป็นบริษัทลูกก็เหมือนเอาสมบัติประชาชนไปให้เอกชน อย่างไรก็ตาม ปัญหาขาดทุนที่ผ่านมา รัฐไม่ให้ขึ้นราคาตั๋วมานานแล้ว แต่เมื่อตั้งเป็นบริษัทจะมีการขึ้นราคา 10% ทุก 3 ปี และเมื่อมีบริษัทลูกแล้ว พนักงานจะไม่มีความมั่นคง ต้องยอมรับเงื่อนไขของบริษัทลูก
การแปรรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังมีผลประโยชน์ก้อนโต ทั้งเรื่องสัมปทานและที่ดินอีก 2.6 แสนไร่ ในส่วนนี้มีที่ดินทองคำ 3.6 หมื่นไร่ เช่น ที่ดินการรถไฟแถวรัชดาฯ จตุจักร สวนรถไฟ ฯลฯ แต่ทุกวันนี้การรถไฟมีปัญหาขาดทุนอยู่ที่การบริหารจัดการ เปรียบเทียบกับบ้านที่หลังคารั่ว แต่จะแก้ปัญหาด้วยการรื้อบ้านเลย และการแยกเป็นบริษัทจึงไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาการขาดทุน และยังเป็นการแยกสลายความเป็นสหภาพด้วย
"หยุดงาน"วิถีสหภาพให้สังคมรับรู้ปัญหา
อรุณ ดีรักชาติ
กรรมการฝ่ายวิชาการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย
การนัดหยุดงานเป็นวิถีทางแห่งสหภาพให้สังคมรับรู้ปัญหา ที่ผ่านมาไม่มีใครรับฟัง ต้องให้สังคมรับทราบ ตามข้อตกลงคณะรัฐมนตรีจะยุติการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูฯ ให้การรถไฟมาทำการตกลงกับสหภาพก่อนค่อยเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกคครั้ง ทั้งนี้ขั้นตอนการแปรรูปจะมีการปรับโครงสร้างองค์กรให้เอกชนเข้ามาบริหารโครงสร้างพื้นฐาน และตามแผนปฏิบัติการต้องเพิ่มบทบาทเอกชนทุกส่วน เริ่มแรกอาจจะเป็นของการรถไฟ 100% แต่ต่อไปอาจให้เอกชนเข้ามาถือหุ้น เมื่อเอกชนเข้ามาดำเนินการแล้วก็จะเอาเฉพาะกำไร มีแต่ขบวนรถไฟมีเวลาวิ่งดีๆ จะไม่บริการสังคมเหมือนเป็นรัฐวิสหกิจ และยังเอื้อให้มีการขึ้นราคารถไฟด้วย
แต่งตัวเข้าตลาด-เอกชนรอซื้อ
รศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ
ภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สหภาพกับรัฐบาลมีปัญหาที่ไม่เข้าใจ เนื่องเพราะไม่มีความโปร่งใส ความไว้วางใจ และการแลกเปลี่ยน เมื่อขั้นตอนต่างๆ สลัวๆ ไม่โปร่งใส ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องผิดหรือถูก แต่มันไม่ชัดเจน ก็นำมาสู่การใช้อำนาจต่อรอง ด้วยการนัดหยุดงาน หากเป็นสังคมตะวันตกจะเข้าใจ แต่การนัดหยุดงานไม่ปกติในสังคมไทย เพราะเราไม่เข้าใจ ทั้งนี้การบริการสาธารณะเป็นการจัดตั้งที่ไม่มุ่งกำไร เน้นการบริการที่ดี มีความสะดวกสบาย ลดต้นทุนธุรกิจ ลดค่าครองชีพประชาชน เราได้สนใจสินค้าสาธารณะบริการดีขาดทุนมากก็ไม่เป็นไร ทำไมต้องเลือกแปรรูปตั้งเป็นบริษัทลูก แยกหุ้น ก็จะมีช่องให้เอกชนเข้ามาได้ การตั้งเป็นบริษัทลูก ก็เหมือน แต่งตัวเข้าตลาดแล้ว เอกชนก็จะเข้ามาซื้อ เว้นเสียแต่ว่าการตั้งบริษัทลูกจะมีข้อกำหนด เช่น ห้ามให้เอกชนเข้ามาบริหารอย่างน้อย 20 ปี เป็นต้น
นายธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์
สมาชิกวุฒิสภา (สรรหา) /ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯคมนาคมทางราง
การดำเนินงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย น่าจะมีอะไรต้องปรับปรุง เพราะระบบโลจิสติกส์ระบบรางล้าหลังมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั้งการใช้พลังงานเชื้อเพลิงที่แพงมาก เราใช้โลจิสติกส์ระบบถนน 90% ส่วนระบบราง 2% ซึ่งเสียเปรียบมาก จะต้องมีการทำให้การรถไฟพัฒนาตัวเอง การรถไฟและสหภาพต้องพยายามคิดหาวิธีมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น มาบริการประชาชน หากไม่ประสบความสำเร็จต้องรีเอ็นจิเนียริ่ง การรถไฟต้องปฏิรูปตัวเอง ส่วนปัญหาเรื่องแผนการฟื้นฟูฯ ผมเป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนด้วยตนเอง และเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น พยายามจะหาข้อมูลทุกอย่าง แต่การมีส่วนร่วมของทั้งสองฝ่าย ต้องมีประสิทธิภาพ ในต่างประเทศก็มีการเปลี่ยนโครงการ แต่ไม่ใช่การแปรรูป ทั้งนี้สหภาพกับผู้ว่าจ้างน่าจะมีการพูดคุยกันให้ชัดเจน และน่าจะมีหลายรูปแบบวิธีที่จะไม่แปรรูปก็ได้



