ข่าว

เงินทองต้องรู้ : คิดไม่เหมือน

เงินทองต้องรู้ : คิดไม่เหมือน

28 มี.ค. 2557

เงินทองต้องรู้ : คิดไม่เหมือน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล

 
                          น้องสาวคนสวยแชร์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เป็นเนื้อหาที่แปลจากบทความ “5 เรื่องที่คนรวยคิดไม่เหมือนกับคนทั่วไป” ซึ่งสรุปมาจากหนังสือ “ฮาว ริช พีเพิล ธิงค์” (How Rich People Think) - คนรวยเขาคิดกันอย่างไร อ่านแล้วมีหลายมุมที่เผื่อใครอยากหยิบไปใช้ต่อได้ เลยขออนุญาตนำมาฝากกัน
 
                          เรื่องแรกจากทั้งหมด 5 เรื่องที่ “คนรวย” คิดไม่เหมือนกับคนทั่วไป ก็คือ ในขณะที่คนทั่วไปเน้นการออม คนรวยจะเน้นสร้างรายได้ เขายกตัวอย่างในปี 2555 หรือปี 2012 ที่คนอเมริกันโดยเฉลี่ยจะมีรายได้ปีละ 38,000 ดอลลาร์ ถ้าออมได้ 10% สิ้นปีก็จะมีเงินเหลือ 3,800 ดอลลาร์ แต่เราก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นจริงจังจากการออม ขณะที่คนรวยก็ออม แต่จะเน้นการสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นก่อน เพื่อทำให้สัดส่วนของเงินออมเพิ่มขึ้น และเงินออมจะยิ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า หากว่า ศัตรูของเงินออมคือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยลง
 
                          เป็นความจริงที่ว่า ทางเลือกในการเพิ่ม “เงินออม” ให้มากขึ้นนั้น ดูเหมือนจะมีอยู่ 2 ด้าน ทางที่หนึ่ง คือ เพิ่มรายได้ (เหมือนที่คนรวยคิดกัน) โดยที่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม ส่วนทางที่สอง คือ ลดค่าใช้จ่าย โดยที่รายได้เท่าเดิม ถ้าทำได้แค่ทางใดทางหนึ่ง “เงินออม” ก็จะเพิ่มโดยอัตโนมัติ แต่ที่เล็งผลเลิศกว่านั้น ก็คือ เพิ่มทั้งรายได้ และลดทั้งค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มอัตราเร่งของเงินออม
 
                          เชื่อว่า หลายคนที่พยายามมาแล้ว คงจะเห็นว่า ทางที่ “เล็งผลเลิศ” นั้นน่าจะเป็นทางที่ยากที่สุด ส่วนที่ยากเป็นอันดับรองลงมา ก็คือ เพิ่มรายได้ และที่ดูเหมือนจะง่ายที่สุด ทำได้เร็วที่สุด (แต่ทำไม่ได้เสียที) ก็คือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง
 
                          เรื่องที่สอง - คนทั่วไปมักจะมองการเริ่มธุรกิจส่วนตัวว่า เป็นความเสี่ยง แต่คนรวยจะมองว่า ธุรกิจส่วนตัวเป็นเส้นทางสู่ฐานะที่มั่นคง เขาขยายความว่า คนทั่วไปมองเงินด้วยสมการเส้นตรง ทำงานน้อยได้เงินน้อย ทำงานมากได้เงินมากขึ้น แต่คนรวยจะมองที่ไอเดีย โดยเฉพาะไอเดียที่จะช่วยแก้ปัญหาและตอบสนองความต้องการของผู้คน จากนั้นคนรวยก็จะลงมือทำเงินจากเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่า คนรวยจะกระโดดเข้าใส่ไอเดียพวกนี้อย่างผลีผลาม แต่จะต้องศึกษาความเสี่ยงอย่างดีก่อนที่จะลงมือทำ
 
                          เคยมีทั้งเพื่อนรุ่นพี่และรุ่นน้อง พยายามแสวงหา “ไอเดีย” ใหม่ และเป็น “ไอเดีย” ที่หวังว่าจะตอบสนองความต้องการของผู้คนได้ ตอนนั่งคุยกัน เคยบอก “รุ่นพี่” ว่า จะไปคิดทำอะไรให้วุ่นวายทำไม เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รุ่นพี่คนนี้คลุกคลีอยู่กับตลาดหุ้น รู้จักตลาดหุ้น รู้จักหุ้นแต่ละตัว รู้จักคนในตลาดหุ้น แล้วจะไปลงทุนคิดค้นนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์อะไรให้ยุ่งยากให้ทำไม ถ้าต้องการผลตอบแทนเพิ่ม ก็แค่ “ลงทุนในหุ้นอย่างจริงจัง” เพราะดีที่สุด ก็คือ ทำในสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด มีความรู้ มีความเข้าใจที่สุด และต่อยอดเพิ่มสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ตัวเอง
 
                          เรื่องที่สาม - คนทั่วไปมองเงินทองด้วยอารมณ์ แต่คนรวยจะมองด้วยเหตุผล หมายถึงคนทั่วไปมักจะกลัวที่จะขาดทุนหรือเสียเงิน เมื่อจะทำอะไรใหม่ๆ แต่คนรวย (และที่มีโอกาสรวย) จะมอง “เงิน” ว่าเป็นเครื่องมือที่นำมาซึ่งทางเลือกและโอกาส
 
                          เรื่องที่สี่ - คนทั่วไปตั้งเป้าหมายอย่างเลื่อนลอย แถมยังผัดวันประกันพรุ่ง ส่วนคนรวยจะตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและยึดมั่นอย่างจริงจังกับเส้นตาย คนทั่วไปอาจลองทำอะไรหลายๆ อย่างแบบสะเปะสะปะ แต่คนรวยจะจดจ่อจริงจังอยู่กับธุรกิจเพียงอย่างเดียวที่กำลังปลุกปั้นอยู่ในตอนนั้น และทำทุกๆ ทางที่ชอบธรรม เพื่อให้สำเร็จตามเวลาที่ตั้งใจไว้ อ่านถึงตรงนี้ก็นึกถึง “รุ่นน้อง” ที่เคยมาปรึกษา ช่วงที่อยากทำหลายอย่าง เดี๋ยวอยากทำโน่น เดี๋ยวอยากทำนี่ เหมือนวิ่งตามความฝันของตัวเองที่มีอยู่ร้อยแปดพันเก้าอย่าง สุดท้ายกลายเป็นไม่สำเร็จเสียอย่าง จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขาตัดสินใจมุ่งมั่นกับธุรกิจเพียงอย่างเดียว จนกิจการเติบโตก้าวหน้าไม่น้อย
 
                          เรื่องสุดท้ายที่ “คนรวย” คิดต่างจากคนทั่วไป ก็คือ คนทั่วไปใช้ชีวิตเกินฐานะที่แท้จริง แต่คนรวยใช้ชีวิตต่ำกว่าฐานะ ถึงแม้หลายครั้งเราจะเห็นว่า คนรวยใช้ชีวิตหรูหรา ฟุ้งเฟ้อและดูฟุ่มเฟือย แต่นั่นก็อาจจะต่ำกว่าฐานะที่แท้จริงของเขาก็ได้ มีเงินหลายร้อยล้าน จะถือกระเป๋าใบละแสนหรือหลายแสน ก็ยังถือว่า ต่ำกว่าฐานะของเขาอยู่มาก หรือมีเงินเป็นพันล้าน จะซื้อกระเป๋าใบละล้าน จะนั่งเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาส ก็ไม่แปลก 
 
                          แต่ก็ไม่ใช่ “คนรวย” ทั้งหมดที่เป็นอย่างนั้น เพราะยังมีคนรวยที่รวยเงียบๆ และเราก็จะไม่มีโอกาสได้เห็น มีคนรวยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ไหลไปตามกระแสวูบวาบ พวกเขาต้องการอิสระทางการเงิน และจะไม่เป็นทาสของสิ่งต่าง ๆ
 
                          อาจจะกล่าวโดยสรุปได้ว่า 5 เรื่องที่คนรวยคิดไม่เหมือนคนทั่วไป อยู่ที่ “ทัศนคติ” ในการแสวงหาผลตอบแทนที่มากขึ้น และยอมรับความเสี่ยงที่มากกว่า ตั้งแต่เน้นสร้างรายได้มากกว่าเงินออม มีความกล้าที่จะลงทุนในธุรกิจส่วนตัวโดยมองว่าเป็นเส้นทางไปสู่ฐานะที่มั่นคงมากกว่าเป็นความเสี่ยง มองเงินด้วยเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์ ยึดเป้าหมายที่ชัดเจนและจริงจังกับเส้นตาย ไม่ปล่อยให้สะเปะสะปะไปวันๆ รวมทั้งใช้ชีวิตให้ต่ำกว่าฐานะที่แท้จริง
 
                          แต่ในชีวิตจริง “ทัศนคติ” อาจจะไม่เพียงพอ เพราะเบื้องหลัง “ทัศนคติ” ต้องมีทั้งพื้นฐาน ซึ่งหมายรวมถึงความรู้-ความเข้าใจสำหรับคนที่ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว รวมถึงยังมีโอกาส สำหรับคนที่ต้องการแสวงหารายได้เพิ่ม เพื่อเพิ่มเงินออมตามข้อที่หนึ่ง
 
                          สุดท้ายแล้ว นอกจากทัศนคติด้านบวก และความกล้ายอมรับความเสี่ยงแล้ว หลายครั้งการขยับจากคนทั่วไปขึ้นไปอยู่ในระนาบของ “คนรวย” ยังต้องอาศัยการ “สั่งสม” ประสบการณ์ เมื่อฐานรากมั่นคง การต่อยอดเพื่อรับความเสี่ยงที่มากขึ้น รับโอกาสที่ท้าทายกว่า ก็ย่อมจะมีความเป็นไปได้มากกว่า
 
 
 
-------------------------
 
(เงินทองต้องรู้ : คิดไม่เหมือน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล)