ข่าว

'ถวิล'ถก'พุทธะอิสระ'ขอกลับทำงานสมช.

'ถวิล'ถก'พุทธะอิสระ'ขอกลับทำงานสมช.

27 มี.ค. 2557

'ถวิล' นำทีมข้าราชการสมช.หารือ 'พุทธะอิสระ' ก่อนเปิดทำงานสมช.ในศูนย์ราชการอาคารบี ถกแนวคิดปฏิรูปตั้งสหภาพข้าราชการต้านการแทรกแซงทางการเมือง

 
                          27 มี.ค. 57  เมื่อเวลา 09.00 น. นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พร้อมด้วยนายอนุสิษฐ คุณากร และนายพรชาติ บุนนาค รองเลขาธิการสมช. นำคณะเจ้าหน้าที่สมช.เข้าพบหลวงปู่พุทธะอิสระ เพื่อประสานงานเกี่ยวกับการกลับเข้ามาทำงานของเจ้าหน้าที่ สมช.ที่ศูนย์ราชการอาคารบี เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ย้ายสถานที่ทำงานไปหลายแห่ง เช่น สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่ล่าสุดมีกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมทำให้ไม่สะดวกในการเข้าทำงานจึงจะกลับมาทำงานในศูนย์ราชการตามปกติ 
 
                          ขณะที่นายถวิล กล่าวว่า ตนยังไม่ได้กลับเข้ารับตำแหน่งอย่างเต็มตัวเนื่องจากยังมีขั้นตอนที่ต้องเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเสนอให้มีการโปรดเกล้าฯ คาดว่าอีก 2-3 สัปดาห์น่าจะได้กลับเข้าไปทำงานตามปกติ แต่ที่เดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยประสานงานให้กับเจ้าหน้าที่สมช. พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงการต่อสู้จนได้กลับเข้ารับตำแหน่งว่าเป็นเรื่องยากที่ข้าราชการจะต่อสู้ชนะอำนาจทางการเมือง ที่ผ่านมาอาจไม่รู้กันว่าเป็นเรื่องน่ากลัวมาก เเต่ฝ่ายการเมืองไม่ควรเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะจริงๆ แล้วข้าราชการสามารถกดดันการเมืองได้ แต่ที่ผ่านมาข้าราชการเลือกที่จะก้มหัวให้ฝ่ายการเมือง ดังนั้นจึงอยากเสนอให้มีการปฏิรูประบบราชการโดยยึดต้นแบบจากข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขที่มีการเกาะกลุ่มกันในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ และการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม มีฝ่ายการเมืองเข้าแทรก ทั้งนี้ ในรัฐธรรมนูญกำหนดให้สามารถตั้งสหภาพข้าราชการได้ จึงควรเร่งผลักดันให้มีกฎหมายลูกเพื่อขับเคลื่อนให้มีผลอย่างเป็นรูปธรรม
 
                          "การย้ายข้ามหน่วยงานไม่ควรเกิดขึ้น ยกตัวอย่างคำสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ไปเป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์โดยอ้างว่าเพื่อประโยชน์ของข้าราชการ ซึ่งฟังไม่ขึ้น เพราะผู้ว่าฯ ถนัดงานปกครองมาตลอดชีวิตการย้ายมาคุมงานประชาสัมพันธ์จึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชน แต่น่าจะเอื้อประโยชน์กับฝ่ายการเมือง หรือแม้แต่การย้ายทหารมาเป็นพลเรือน ซึ่งกฎหมายบอกว่าทำไม่ได้แต่ก็สามารถไปใช้ข้อยกเว้นโดยคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) ในการแปลงสถานะเพื่อให้เข้าเงื่อนไขได้โดยไม่มีอุปสรรคเพราะนายกรัฐมนตรีก็เป็นประธานกพ. ซึ่งการย้ายข้ามหน่วยงานสร้างความเจ็บช้ำและอ่อนแอให้ข้าราชการหลายหน่วยงานที่ไม่สามารถเติบโตในหน่วยงานที่ตนเองเชี่ยวชาญได้ ดังนั้น จึงต้องเร่งให้มีปฏิรูป"