ข่าว

'เชื่อ-ไม่เชื่อ'เอ็มเอช370ดิ่งมหาสมุทรอินเดีย

'เชื่อ-ไม่เชื่อ'เอ็มเอช370ดิ่งมหาสมุทรอินเดีย

27 มี.ค. 2557

ปริศนาที่รอคลี่คลาย 'เชื่อ-ไม่เชื่อ'เอ็มเอช370ดิ่งมหาสมุทรอินเดีย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               17 วัน 408 ชั่วโมง 24,480 นาที คือจำนวนเวลาที่ทั่วโลกเฝ้ารอคำตอบจาก "นาจิบ ราซัค" นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ออกแถลงการณ์อย่างปัจจุบันทันด่วน เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 24 มีนาคม ว่า "เครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 สูญหายไปบริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนใต้"

               แถลงการณ์ฉบับนี้มีข้อความไม่กี่บรรทัด อ้างเพียงดาวเทียม "อินมาร์แซท" (Inmarsat) ของอังกฤษ  และสำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของภาคพื้นยุโรป หรือ เอเอไอบี ว่า พบตำแหน่งล่าสุดของเครื่องบินห่างจากชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียไปทางมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ประมาณ 2,500 กม. โดยไม่มีการยืนยันภาพถ่ายหรือหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น

               หลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมจากจุดมุ่งหมายเดิมที่ "ปักกิ่ง" กลับกลายมาเป็น "ออสเตรเลีย" ได้ เรียกว่าอยู่คนละฝั่งของมหาสมุทรเลยทีเดียว !?!

               หากย้อนกับไปดูทฤษฎีที่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ถึงสาเหตุการจารกรรมเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 นั้น ได้แบ่งกลุ่มผู้ต้องสงสัยไว้ 3 กลุ่ม คือ 1.นักบินหรือผู้ช่วยนักบิน 2.กลุ่มผู้ก่อการร้าย และ 3.กองทัพนิรนาม โดยกลุ่มที่ 1 "นักบิน" ถูกวิเคราะห์ว่า อาจต้องการฆ่าตัวตายโดยไม่มีเป้าหมายอื่นแอบแฝง หรือ มีแรงจูงใจบางประการที่ต้องการยึดเครื่องบินไว้ และเลือกที่จะเปลี่ยนพิกัดการบินไปบริเวณดังกล่าว กระทั่งน้ำมันหมดและดิ่งเครื่องบินลงใต้ท้องสมุทร

               2 "กลุ่มก่อการร้าย" อาจเป็นไปได้ที่หลังจากบังคับเครื่องบินให้หมุนกลับมาฝั่งมาเลเซียหรือมุ่งหวังไปดินแดนอื่น แต่ทำไม่สำเร็จถูกเรดาร์ทหารจับได้ หรือมีเครื่องบินรบเข้าไปประกบบังคับให้บินออกนอกน่านฟ้ามาเลเซียไปยังจุดที่ห่างไกล เมื่อบินจนน้ำมันหมดก็ตกไปมหาสมุทรอินเดีย

               3 "กองทัพนิรนาม" หลายฝ่ายเชื่อว่า การไฮแจ็คหรือจารกรรมเครื่องบินโบอิ้งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ผู้ก่อการร้ายกระจอกทั่วไปคงทำไม่ได้ ต้องเป็นระดับกองกำลังนิรนามหรือกองทัพขนาดย่อม จึงสามารถขโมยหรือยึดเครื่องบินที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าไปได้ โดยหวังจะเอาไปซ่อน ทำลายหรือค้นหาสิ่งของสำคัญบางประการที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเครื่องบินลำนี้ เมื่อปฏิบัติการสำเร็จบังคับให้เครื่องบินไปแถวมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ เนื่องจากไม่มีค่อยมีเรือสินค้าผ่าน เป็นเหมือนทะเลอาภัพ เพราะคลื่นลมแรง ถือเป็นบริเวณปลอดภัยจากการติดตามจากดาวเทียมด้วย

               อย่างไรก็ตามถ้อยแถลงของรัฐบาลมาเลเซียในค่ำคืนวันที่ 26 ไม่ใช่ว่าทุกฝ่ายจะยอมรับและเชื่อถือตามนั้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ติดตามค้นหาเครื่องบินลำนี้มาตั้งแต่ต้นนั้น ยังแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ "กลุ่มเชื่อ" และ "กลุ่มไม่เชื่อ"

               "กลุ่มที่เชื่อ" ไม่ได้เชื่อเพราะรัฐบาลมาเลเซียบอก แต่เชื่อเพราะรู้ข้อมูลสมรรถภาพของดาวเทียม "อินมาร์แซท" ว่าเป็นดาวเทียมที่ถูกพัฒนามาเพื่อให้บริการอุตสาหรรมด้านการเดินเรือทะเลโดยเฉพาะ รวมถึงการจัดการความปลอดภัยในการเดินเรือด้วย มีเครือข่ายสื่อสารครอบคลุมทะเลเกือบทั้งโลก หากดาวเทียมอินมาร์แซทยืนยันว่ามีข้อมูลเที่ยวบิน เอ็มเอช 370 มาสูญหายบริเวณนี้จริง คงไม่มีดาวเทียมอื่นจะมาขัดแย้งได้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผนวกเข้ากับการวิเคราะห์ของเอเอไอบี สำนักงานสืบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของภาคพื้นยุโรปก็ยิ่งทำให้เชื่อใจมากยิ่งขึ้น

               ขณะที่ "กลุ่มไม่เชื่อ" กล่าวแย้งว่า บริเวณมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ที่ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียไปกว่า 2,500 กิโลเมตรนั้น เป็นพื้นที่ทะเลลึกเวิ้งว้าง ไม่มีอะไรที่เป็นเป้าหมายหรือสัญลักษณ์ของกลุ่มก่อการร้ายหรือเป้าหมายการฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน เพราะทำไปแล้วก็ไม่มีใครรับรู้หรือไม่ได้ประโยชน์อะไร ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มนี้ยังมีแนวคิดว่า รัฐบาลมาเลเซียร่วมมือกับบางประเทศปกปิดข้อมูลสำคัญบางอย่างของเที่ยวบินปริศนาลำนี้ เพราะเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 20 วัน ยังไม่เคยมีความจริงใจในการช่วยเหลือหรือเปิดเผยข้อมูลความจริงมาแจ้งให้ทั่วโลกรับรู้

               แม้กระทั่งตัวแทนรัฐบาล "จีน" สุดท้ายออกมาเรียกร้องให้มาเลเซียเอาหลักฐานทุกอย่างออกมาพิสูจน์ยืนยัน เพื่อให้ทุกคนเชื่อว่า เอ็มเอช 370 ดิ่งหายไปในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้จริงๆ !?!  เพราะการแถลงข่าวอย่างเลื่อนลอยไปวันๆ คงไม่เกิดประโยชน์อะไร และยิ่งนานวันสิ่งเหล่านั้นจะกลายผลสะท้อนกลับย้อนเข้าเล่นงานทางการมาเลเซียชนิดไม่ทันตั้งตัว

.................................

(หมายเหตุ : ปริศนาที่รอคลี่คลาย 'เชื่อ-ไม่เชื่อ'เอ็มเอช370ดิ่งมหาสมุทรอินเดีย : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)