ข่าว

ชะตากรรม'เด็ก-สตรี'หนีเข้าเมือง

ชะตากรรม'เด็ก-สตรี'หนีเข้าเมือง

27 มี.ค. 2557

ชะตากรรม'เด็ก-สตรี'หนีเข้าเมือง : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน

               ยังไม่แน่ชัดว่า ชาวมุสลิม 221 ชีวิต จะเป็นชาวตุรกี หรืออุยกูร์ จากจีนแผ่นดินใหญ่ หลังพบพวกเขาซ่อนตัวในสวนยางพารา ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเป็นชาย 69 คน ผู้หญิง 57 และเด็ก 95 คน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทยในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และรอกระบวนการพิสูจน์สัญชาติอีก 1-2 เดือน ระหว่างนี้จึงจำเป็นต้องหาที่อยู่ให้จนกว่าจะตรวจสอบหาแหล่งที่มาเพื่อผลักดันกลับประเทศต้นทาง
 
               สิ่งที่น่ากังวลคือกลุ่มผู้หญิงและเด็กรวม 152 ชีวิต พบว่า ผู้หญิงหลายคนอยู่ในภาวะตั้งครรภ์ใกล้คลอด ทำให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจัดหาที่อยู่ให้ได้พักพิงให้ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสงขลา ขณะที่ผู้ชายจะแยกไปควบคุมที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ ต.ปาดังเปซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

               สำหรับการดูแลทุกขั้นตอนจะมีตัวแทนเจ้าหน้าที่สถานทูตตุรกีประจำประเทศไทย รวมถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ เข้ามาร่วมดูแล โดยเฉพาะการใช้เรื่องชีวิตประจำวัน จะมีผู้นำศาสนาอิสลามเข้ามาช่วยจัดการดูแลด้านอาหารการกินและหลักปฏิบัติตามข้อบัญญัติศาสนา

               "ปวีณา หงสกุล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกหลังจากเดินทางมาตรวจสอบในพื้นที่ว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่พบเด็กจำนวนมากอยู่ในกลุ่มคนที่หลบหนีเข้าเมืองครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือเพื่อให้เป็นไปตามการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและสตรีตามหลักมนุษยชน แต่เนื่องจากไม่สามารถสื่อสารกันได้เพราะส่วนใหญ่พูดภาษาตุรกีหรือภาษาเตอร์กีสจึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งด้านอาหารการกินที่ต้องเป็นฮาลาล ทำให้ต้องระมัดระวังในการประกอบอาหารที่ต้องเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลามขณะที่เด็กและสตรีที่ตั้งครรภ์ยิ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษด้วย

               "ในจำนวนสตรีทั้งหมด มีสตรีอายุครรภ์ 5-9 เดือน 9 คน มีเด็กเล็กอีกเกือบร้อยชีวิต จึงต้องระวังในการดูแลแต่เนื่องจากยังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเท่าที่ควร เบื้องต้นจึงใช้วิธีการจัดหาที่พักที่สะดวกให้พร้อมกับอาหารฮาลาลให้ดูแลกันเองเพื่อความสะดวก เช่น การป้อนข้าวเด็กๆ การทำความสะอาดก็ให้เป็นผู้เป็นแม่ดูแลกันเอง" ปวีณา กล่าว

               "ปวีณา" ย้ำว่า การที่ให้เข้ามาอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสงขลา เพื่อจะช่วยให้สามารถเข้าถึงการดูแลช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันสิ่งที่เป็นกังวลคือต้องไม่ให้เกิดปัญหาการหลบหนีออกจากที่พักเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าการหลบหนีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือจากกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ ดังนั้นตราบใดที่คนเหล่านี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ต้องไม่ให้มีการค้ามนุษย์เกิดขึ้นเด็ดขาด

               "กุลวดี ภู่ธรรมจักร" นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ปัจจุบันมีสตรี  57 คน และเด็ก 83 คนเท่านั้นที่อาศัยอยู่ที่บ้านพัก เนื่องจากเด็กส่วนหนึ่งเดินทางมาพร้อมพ่อจึงต้องอยู่กับพ่อที่ศูนย์พักพิงฯ ไม่สามารถแยกกันอยู่ได้ แต่เด็กทั้งหมดจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ภายใต้การช่วยเหลือขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ กว่า 11 หน่วยงาน สลับผลัดเปลี่ยนเข้ามาร่วมกันดูแลกลุ่มบุคคลทั้งหมดระหว่างที่รอการดำเนินคดี

               อย่างไรก็ตาม จากปัญหาการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันแล้วยังมีช่องว่างทางความรู้สึกที่ยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ทำให้ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เบื้องต้นจึงกำหนดกิจกรรมเอาไว้เพื่อละลายพฤติกรรมในกลุ่ม เนื่องจากส่วนหนึ่งไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ด้วยความเป็นเชื้อชาติเดียวกันทำให้สามารถพูดคุยและทำความรู้จักกันได้ โดยกิจกรรมจะแบ่งเป็น 5 กิจกรรม เริ่มตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้า เป็นการแนะนำตัวเพื่อปรับทัศนคติ, ตามด้วยกิจกรรมทำความสะอาดที่พัก, ช่วงพักรับประทานอาหารกลางวันฝึกให้รู้จักการช่วยเหลือและแบ่งปัน, กิจกรรมสันทนาการ เช่น เล่นเกม ร้องเพลง ชวนเด็กระบายสีเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดสร้างความเป็นกันเองระหว่างเจ้าหน้าที่รวมถึงให้เด็กๆ ได้มีกิจกรรมทำ และปิดท้ายด้วยกิจกรรมยามเย็นที่ฝึกการสร้างวินัยในการอยู่ร่วมกัน   

               "จากวันแรกที่เข้ามาอยู่แทบไม่มีเสียงหัวเราะหรือแม้กระทั่งการพูดคุยหรือร้องขอสิ่งใดๆ ขณะที่เด็กๆ ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาพูดคุยและเล่นกับบุคคลอื่นเลย กระทั่งวันนี้ ปฏิกิริยาต่างๆ เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้นและที่จับสัญญาญได้ชัดเจนคือต่างด้าวกลุ่มนี้มีความแตกต่างจากโรฮิงญาที่ผ่านมาค่อนข้างชัด เช่น รักษาความสะอาดและมีระเบียบวินัยค่อนข้างดี" กุลวดี กล่าว

               เด็กและสตรีกว่า 100 ชีวิตกับข้อหาหลบหนีเข้าเมือง กำลังรอชำระความตามกระบวนการของกฎหมาย ซึ่งเผชิญชีวิตระหกระเหิน เสมือนอยู่บนลำเรือลอยลำกลางมหาสมุทร ซึ่งไม่รู้ทิศทางและไม่เห็นฝั่ง จึงไม่ต่างจากแขวนชีวิตไว้บนเส้นด้าย

.................................

(หมายเหตุ : ชะตากรรม'เด็ก-สตรี'หนีเข้าเมือง : สุพิชฌาย์ รัตนะรายงาน)