
มาเลย์พบวัตถุต้องสงสัย122ชิ้นบินตก
มาเลย์พบวัตถุต้องสงสัย122ชิ้นบินตก เบาะแสใหม่เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม ขณะที่ผู้โดยสารยื่นฟ้องโบอิ้งเปิดเผยข้อมูล
26มี.ค.2557 นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย แถลงความคืบหน้าการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 เมื่อวันพุธ(26 มี.ค.) ว่ามาเลเซียได้รับภาพถ่ายดาวเทียมแสดงภาพวัตถุอีก 122 ชิ้นในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ที่เชื่อว่าเป็นปลายทางสุดท้ายหลังสูญหายจากจอเรดาร์และตกในบริเวณนั้น
นายฮุสเซนกล่าวว่า สำนักงานการสำรวจระยะไกลมาเลเซีย ได้วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมที่แอร์บัส ดีเฟนซ์ แอนด์ สเปซ ในฝรั่งเศส บันทึกไว้เมื่อ 23 มีนาคม และสามารถระบุได้ว่าเป็นวัตถุที่อาจเกี่ยวโยงกับเครื่องบินลำนี้ จำนวน 122 ชิ้นกระจายในพื้นที่ 400 ตารางกิโลเมตร วัตถุบางชิ้นมีความยาว 1 เมตร บางชิ้นยาวถึง 23 เมตร บางส่วนดูเหมือนเป็นวัตถุสีสว่าง ซึ่งบ่งว่าอาจเป็นโลหะแข็ง
รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่า ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่นอนว่าเป็นชิ้นส่วนจากเครื่องบินลำที่หายหรือไม่ แต่ถือเป็นเบาะแสใหม่ที่จะช่วยชี้ทางปฏิบัติการค้นหา วัตถุทั้งหมดที่พบอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ท รัฐออสเตรเลียตะวันตก ประมาณ 2,557 กิโลเมตร มาเลเซียได้ส่งมอบข้อมูลให้กับศูนย์ประสานงานและกู้ภัยออสเตรเลีย ในเมืองเพิร์ทแล้วตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม สำหรับการค้นหาเวลานี้แบ่งออกเป็นส่วนหนึ่งคือ ฝั่งตะวันออกกับตะวันตกของมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ .
ปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้โดยความร่วมมือ 6 ประเทศ และเครื่องบินพลเรือน 5 ลำ กลับมาเริ่มอีกครั้งเมื่อวันพุธ หลังสภาพอากาศดีขึ้น แต่พยากรณ์อากาศในวันถัดไป คาดมีฝนตกและพายุฝนฟ้าคะนอง นอกจากสภาพอากาศในน่านน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากภูมิอากาศแบบแอนตาร์ติกาซึ่งค่อนข้างแปรปรวน เป็นอุปสรรคต่อการค้นหาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การค้นหาซากเครื่องบินหรือกล่องดำใต้น้ำในกรณีที่คาดว่าพบจุดเครื่องบินลงน้ำ จะเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก
ดร.โรบิน บีแมน นักธรณีทางทะเลออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยเจมส์ คุก กล่าวว่า บริเวณที่พบวัตถุต้องสงสัยอาจเกี่ยวโยงกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 นั้น ลึกลงไปเป็นแนวภูเขาไฟอันสลับซับซ้อน และพื้นมหาสมุทรแถวนั้นรวมทั้งบริเวณที่กำลังมีการค้นหาในปัจจุบัน แทบไม่เคยมีการสำรวจทำแผนที่แบบลงรายละเอียดมาก่อน ความพยายามที่จะเก็บกู้ซากเครื่องบินหากเกิดขึ้น จำเป็นต้องใช้ทำแผนที่แบบสามมิติ โดยอาจใช้เรือติดอุปกรณ์สำรวจความลึก (Multibeam echo sounder)
แต่ออสเตรเลียไม่มีขีดความสามารถที่จะทำแผนที่ ณ ระดับความลึก 3,000 เมตร เนื่องจากเรือลำเดียวที่ทำได้ ปลดประจำการแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขณะเรือลำใหม่อยู่ระหว่างสร้างทดแทนในสิงคโปร์ และอยู่ในขั้นเตรียมการทดลอง อีกด้านหนึ่ง เริ่มมีการฟ้องร้องที่เกี่ยวกับชะตากรรมอันคลุมเครือของเที่ยวบินเอ็มเอช370 แล้ว
บริษัทริบเบค ลอว์ ในนครชิคาโกของสหรัฐ บริษัทกฎหมายชื่อดังของโลกที่เชี่ยวชาญการทำคดีการบิน เปิดเผยว่า บริษัทได้เป็นตัวแทนของครอบครัวของผู้โดยสารชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งบนเที่ยวบินนี้ ยื่นฟ้องต่อศาลในเขตคุก เคาน์ตี รัฐอิลลินอยส์ เพื่อขออำนาจศาลบังคับให้บริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบิน โบอิ้ง 777-200อีอาร์ลำที่ประสบเหตุจมลงในมหาสมุทรอินเดีย และสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เจ้าของเครื่องบิน มอบข้อมูลหลักฐานต่างๆเพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับคดีปริศนาของเที่ยวบิน MH370 โดยหมายถึงข้อมูลทั้งในส่วนรายชื่อผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องบิน ผู้ตรวจสอบและซ่อมบำรุงเครื่องบิน ข้อมูลเกี่ยวกับลูกเรือ เป็นต้น
นอกจากนี้คำฟ้องยังเรียกร้องให้นักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐมีส่วนร่วมในการค้นหาซากเครื่องบินและศพผู้เคราะห์ร้ายด้วย
ริบเบค ลอว์ เปิดเผยด้วยว่า จะมีการยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น ผู้ออกแบบหรือผู้ผลิตชื้นส่วนต่างๆของเครื่องบินที่อาจบกพร่องและมีผลเกี่ยวโยงกับอุบัติเหตุ และคำฟ้องจะนำไปสู่การยื่นฟ้องเรียกเงินชดเชยหลายล้านดอลลาร์ในลำดับต่อไป
ก่อนหน้านี้ริบเบค ลอว์ เคยว่าความสู้คดีให้กับครอบครัวของผู้โดยสาร 115 คนในอุบัติเหตุเที่ยวบิน 214 ของสายการบินเอเชียน่า แอร์ไลน์ส ตกในซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนก.ค. ปีที่แล้ว
การยื่นฟ้องมีขึ้นหลังญาติผู้โดยสารชาวจีนเดินขบวนประท้วงด้วยความโกรธแค้นที่หน้าสถานทูตมาเลเซียในกรุงปักกิ่งเพื่อขอคำตอบเกี่ยวกับปริศนาของเที่ยวบินที่หายไปกว่าสองสัปดาห์ก่อนสรุปว่าจมลงในมหาสมุทรอินเดีย โดยตราหน้าว่ามาเลเซียเป็นฆาตกร และขอให้คืนชีวิตญาติของพวกเขา
วันเดียวกัน เครื่องบินสายการบินมาลินโดแอร์ สายการบินน้องใหม่ของมาเลเซีย ต้องลงจอดระหว่างเที่ยวบินในประเทศ เนื่องจากเครื่องยนต์ด้านหนึ่งไฟไหม้ ขณะเดินทางจากสนามบินซูบัง ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อไปยังรัฐตรังกานูทางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย หลังระบบป้องกันไฟไหม้เตือนขึ้น แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ อย่างไรก็ดี เครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ



