
รับฟ้อง'ตู่-วีระกานต์-เต้น'หมิ่น'วัชระ'
26 มี.ค. 2557
ศาลรับฟ้อง 'ตู่-วีระกานต์-เต้น' จัดรายการความจริงวันนี้ปี 52 หมิ่นฯ 'วัชระ' กล่าวหาพิมพ์หนังสือชื่อ 'สมัคร จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ' ขึ้นมาใหม่
26 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำ อ.4977/2555 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ หรือวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท
โดยคดีนี้โจทก์ ยื่นฟ้อง ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 52 จำเลยที่ 1 - 3 จัดรายการความจริงวันนี้ ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี ของคนเสื้อแดง กล่าวหาว่าโจทก์ พิมพ์หนังสือชื่อ 'สมัคร จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ' ขึ้นมาใหม่ หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว และพวกจำเลยยังเรียกร้องให้คนเสื้อแดงมาคุกคามโจทก์ที่พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่หนังสือดังกล่าวได้พิมพ์เผยแพร่ ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 51 โดยมีคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นประธานในพิธีเปิดตัวหนังสือฉบับนี้ ร่วมกับนายปรีชา สามัคคีธรรม ก่อนที่นายสมัครจะถึงอสัญกรรม
ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์พยานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้เพื่อพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป โดยนัดสอบคำให้การจำเลยและตรวจหลักฐานในวันที่ 12 พ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.
ภายหลังนายวัชระ อดีต ส.ส. กล่าวว่า การจัดรายการดังกล่าว ทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าตนรังแกนายสมัคร ซึ่งไม่เป็นความจริง ซึ่งตนได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน แต่คดีถูกดองไว้ไม่มีความคืบหน้า จึงนำคดียื่นฟ้องเอง
ขณะเดียวกันที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ นายวัชระ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยังได้ยื่นฟ้อง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 104 วรรคหนึ่งและสองด้วย กรณี เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 56 นายเรืองไกร จำเลยได้ทำหนังสือแจ้งประธาน กกต.ตรวจสอบ สอบสวน และดำเนินคดีโจทก์กับนายศุภชัย ศรีหล้า ว่ากระทำผิดรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่านายศุภชัย ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของสภาผู้แทนราษฎรและโจทก์ ซึ่งเป็นรองประธานฯ ได้ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ ให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาชี้แจงในวันที่ 13 มี.ค. 56 และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช. เดือน เม.ย. - พ.ค. 53 เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำ โดยจำเลยกล่าวหาว่าโจทก์และนายศุภชัย ใช้ตำแหน่ง ส.ส.และในฐานะกรรมาธิการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง เพื่อประโยชน์ตนเองหรือของพรรคการเมือง รวมทั้ง ทั้งที่จำเลยซึ่งเคยเป็น ส.ว.ย่อมรู้อยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 135 วรรคหนึ่ง และสอง ระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา มีอำนาจเลือกสมาชิกตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำกิจการ พิจารณาสอบสวน เรื่องใดๆ อยู่แล้ว การกระทำของจำเลยจึงถือได้ว่าเป็นการกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามกฎหมาย
โดยนายวัชระ โจทก์ กล่าวว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากนายเรืองไกร อดีต ส.ว. ได้ยื่นคำร้องต่อนายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีต ประธาน กกต. ให้พิจารณาตัดสิทธิ์ทางการเมืองตน โดยกล่าวหาว่า ตนน่าจะทำผิดที่เรียกนายธาริต อธิบดีดีเอสไอ มาชี้แจงกรณีชายชุดดำ เหตุการณ์ปี 2553 แต่ต่อมา กกต.ได้ยกคำร้อง เพราะเห็นว่าตนไม่ผิด อย่างไรก็ดีคดีที่ฟ้อง ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบความ หมายเลขดำ อ.703/2557 ซึ่งวันที่ 28 มี.ค.นี้ ศาลนัดฟังคำสั่ง ว่าจะรับคดีไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่



