ข่าว

'ปู'วอนทุกฝ่ายหยุดทำปท.เสียโอกาส

'ปู'วอนทุกฝ่ายหยุดทำปท.เสียโอกาส

26 มี.ค. 2557

'ยิ่งลักษณ์' โพสต์เฟซบุ๊กวอนทุกฝ่ายหยุดทำประเทศเสียโอกาส แนะกลับสู่กระบวนการประชาธิปไตย ย้ำโครงการพัฒนาคมนาคมล่าช้าเพราะ 'รบ.' ไม่มีอำนาจเต็ม

 
                     26 มี.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า นายกฯได้เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ ในเวลา 10.30 น. โดยไม่ให้สื่อมวลชนได้บันทึกภาพในช่วงที่เดินทางเข้ามาแต่อย่างใด และจากนั้นเวลา 11.00 น. นายหรรษ วรรณ ศฤงคลา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่
 
                     หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน fackbook ส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า "Yingluck Shinawatra" ระบุว่า "ไทยและอินเดียมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมาเป็นเวลาช้านาน ในหลายด้าน ทั้งศาสนา วัฒนธรรม ตลอดจนด้านเศรษฐกิจ และการค้าการลงทุน ซึ่งอินเดียเป็นตลาดสำคัญของประเทศไทย เนื่องจากมีประชากรประมาณ 1.2 พันล้านคน และในปัจจุบันเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้
 
                     นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าดีใจว่าความสัมพันธ์ระดับประชาชนระหว่างสองประเทศนั้นมีความก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งในปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากกว่า 1 ล้านคน ในขณะที่คนไทยก็นิยมไปท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาที่ในช่วงหลังเพิ่มความนิยมขึ้นอย่างมาก
 
                     น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุผ่าน fackbook อีกว่า ในวันนี้เป็นโอกาสดีที่ได้พบกับเอกอัครราชทูตอินเดียฯ ที่ได้มาเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ จึงได้มีโอกาสพูดคุย หารือกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะการริเริ่มความร่วมมือ เช่น ในด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาโครงข่ายคมนาคม ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาได้มีการเยือนในระดับผู้นำระหว่างกันหลายครั้ง ทำให้ความร่วมมือในหลายด้าน มีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ
 
                     ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ได้มีการหารือ ได้แก่ ความคืบหน้าในโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งทางถนน ระหว่างไทย เมียนมาร์ อินเดีย (Trilateral Highway) ซึ่งได้ริเริ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมการการลงทุนระหว่างกันนั้น ได้มีความคืบหน้าอย่างมากโดยกำหนดเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายในปี 2559 อย่างไรก็ดี ในปัจจุบัน มีการชะลอความก้าวหน้าเนื่องจากขาดการผลักดันในระดับนโยบายโดยเฉพาะในส่วนของประเทศไทยที่ยังไม่มีรัฐบาลอำนาจเต็ม จึงทำให้การประชุม หารือ หรือการตัดสินใจในระดับรัฐมนตรี มีความล่าช้า ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะเส้นทางนี้ จะสามารถส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันได้เป็นอย่างดีค่ะ
 
                     อีกประเด็นหนึ่งที่ได้มีการหารือ คือ โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่ไทยให้การสนับสนุนตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางรัฐบาลได้มีแผนการเชื่อมโยงทวายกับท่าเรือแหลมฉบัง ผ่านการลงทุนในถนน และรถไฟ ภายใต้แผนการลงทุน โครงการ 2 ล้านล้าน โดยหากโครงการนี้สำเร็จ ทวายจะกลายเป็นอีกหนึ่งประตูเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งใหม่ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำผ่านมหาสมุทรอินเดีย สู่ประเทศอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และแอฟริกา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาการค้าการลงทุน ส่งเสริมให้เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะในส่วนของการประหยัดต้นทุนและเวลาในการขนส่ง เพราะสามารถช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากกรุงเทพไปทวายและเข้าเจนไน (Chennai) เหลือเพียงครึ่งเดียว เพราะไม่จำเป็นต้องเดินเรืออ้อมประเทศสิงคโปร์ ผ่านช่องแคบมะละกาซึ่งมีการจราจรที่คับคั่ง แต่ทว่า ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
 
                     นอกจากนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ถือว่าเป็นค่าเสียโอกาสของทั้งไทย และอินเดียคือ ความคืบหน้าในการเจรจา FTA ไทย-อินเดีย ที่ได้ลงนามไปแล้วในปี 2546 โดยในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องสินค้าที่ยังไม่ได้มีการปรับลดภาษี แม้ว่า สองฝ่ายมีนโยบายที่สอดคล้องกันว่าควรจะผลักดันให้ข้อตกลงได้ข้อสรุปโดยเร็ว แต่ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้เพียงในระดับเจ้าหน้าที่ เนื่องจาก กระบวนการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลของประเทศไทยยังไม่เรียบร้อย ก็จะไม่สามารถเข้ากระบวนการการอนุมัติลงนามได้ จึงทำให้ผลการเจรจาล่าช้าออกไปค่ะ
 
                     "ดังนั้น เสถียรภาพทางการเมือง ความเป็นประชาธิปไตย และความต่อเนื่องในการบริหารราชการ มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในมิติที่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับต่างประเทศ โอกาสที่เสียไปแล้วจะนำกลับคืนมาได้ยาก ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันคือหยุดความเสียโอกาสและความเสียหายไว้เพียงเท่านี้ โดยการกลับเข้าสู่ระบบ และกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุผ่านเฟซบุ๊ก