
ปม "เกลือเป็นหนอน" ปล้นทอง 15 กก.
ความหละหลวมในการขนทองคำแท่ง 15 กิโลกรัม โดยปราศจากการแจ้งหรือจ้างตำรวจคุ้มกัน ประกอบกับความผิดปกติบางประการ ทำให้ตำรวจพุ่งเป้าไปที่ประเด็นมีคนในร่วมรู้เห็นด้วยเป็นประการแรก !?!
ทันทีที่คนร้ายลงมือปล้นรถขนทองคำแท่งตอนบ่ายสามโมงครึ่ง วันที่ 22 มิถุนายน พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พร้อมชุดสืบสวนก็เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 22 ซึ่งคนร้ายได้จับพนักงาน 2 คนใส่กุญแจมือไว้ในรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีครีม ทะเบียน ภณ 4864 กรุงเทพมหานคร กระจกด้านคนขับถูกทุบแตก
ทองคำแท่งที่ถูกปล้นเป็นของบริษัท บางกอกแอสเสย์ ออฟฟิศ จำกัด อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปราว 1.5 กิโลเมตร ก่อนเกิดเหตุพนักงาน 2 คนขับรถกระบะวีโก้ขนทองคำแท่งหนัก 15 กิโลกรัม พร้อมเงินบริสุทธิ์อีก 2 ก้อน ออกจากบริษัทเพื่อไปส่งให้ร้านทองย่านเยาวราช โดยวิ่งมาตามถนนบางนา-ตราด ผ่านห้างเทสโก้โลตัส สาขาซิตี้ปาร์ค เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกิ่งแก้ว-คลองขุด มุ่งหน้าเทพารักษ์ ก่อนถึงมูลนิธิแห่งหนึ่งเพื่อกลับรถก็ถูกคนร้ายดักปล้น โดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 5 นาที ท่ามกลางสายตาของผู้ใช้รถใช้ถนนที่สัญจรผ่านไปมา
ข้อเท็จจริงที่ชุดสืบสวนตรวจพบข้างต้นมี 2 สิ่งที่ชวนให้สงสัย นั่นคือ การขนทองคำแท่งมูลค่ามากถึง 15 ล้านบาทนี้ ไม่มีการแจ้งให้ตำรวจทราบเพื่อป้องกันเหตุ และไม่มีแม้แต่การว่าจ้างตำรวจคอยคุ้มครองดูแลความปลอดภัย หมายความว่าการขนทองครั้งนี้ปราศจากการรับรู้เห็นของตำรวจ นั่นอาจเปิดโอกาสให้คนร้ายลงมือได้ง่ายขึ้น
ประเด็นต่อมาคือ เหตุใดพนักงานต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนกิ่งแก้ว ทำไมไม่วิ่งถนนบางนา-ตราดแล้วขึ้นทางด่วนไปลงหัวลำโพงตัดเข้าเยาวราช พล.ต.ท.ฉลอง สอบถามในจุดนี้แล้วได้รับคำตอบว่า ก่อนหน้านี้มีการซ่อมถนนบางนา-ตราด เลยมากลับรถที่จุดเกิดเหตุเพราะสะดวกกว่า ส่วนส่งผลจนเป็นความเคยชินต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันหรือไม่นั้น ยังคลุมเครืออยู่ !?!
จากการสอบสวนพยานแวดล้อมอย่างละเอียด ชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่า ขณะที่พนักงานขับรถขนทองออกจากบริษัท พยานสังเกตเห็นรถเก๋งมิตซูบิชิ สีขาว ลักษณะแต่งซิ่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ใกล้บริษัทขับตามออกไป โดยกล้องวงจรปิดของการเคหะบางพลีสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ด้วย จากนั้นคนร้ายขับรถตามประกบจนถึงจุดกลับรถ แล้วขับรถปาดหน้าบังคับให้รถขนทองจอด ก่อนจะมีรถกระบะตามหลังมาอีกคัน คนร้าย 4 คนสวมไอ้โหม่งกระโดดลงมาทุบกระจกฝั่งคนขับ ใช้ปืนจี้พนักงานจับใส่กุญแจมือ ผลักให้ไปนั่งเบาะหลัง แล้วขับรถออกมาทิ้งริมถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 22 นำทองคำแท่งและเงินบริสุทธิ์ไป
ด้วยเหตุนี้ตำรวจจึงค่อนข้างมั่นใจว่ามีคนในร่วมรู้เห็นด้วยอย่างแน่นอน และเชื่อว่าจะมีคนในเครื่องแบบรวมอยู่ด้วย เนื่องจากมีการวางแผนประทุษกรรมมาอย่างดี !?!
ในส่วนทองคำแท่งที่ถูกปล้นไปนั้น บริษัท บางกอกแอสเสย์ ออฟฟิศ จำกัด ได้ทำประกันภัยไว้ตามราคาวงเงินทองคำแท่ง มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 15 ล้านบาท โดยทองคำแท่ง 14 ก้อน แต่ละก้อนมีสัญลักษณ์ BAO และ 8 ใน 14 ก้อนมีซีเรียลนัมเบอร์ T 73499 และ T 73506 พร้อมภาษาอังกฤษกำกับ FINE GOLD ส่วนเม็ดเงินบริสุทธิ์ไม่มีตำหนิ
"ความเสียหายที่เกิดขึ้น บริษัทประกันจะรับผิดชอบตามจำนวนทรัพย์สินที่ถูกปล้น แต่ประเด็นมีคนในรู้เห็นกับการปล้นครั้งนี้ด้วยหรือไม่นั้น ต้องให้ตำรวจสืบสวนสอบสวน เพราะปกติเวลาไปส่งทองคำพนักงานจะมีการประสานทางวิทยุสื่อสารกันตลอดเวลา ช่วงเกิดเหตุพนักงานกำลังแจ้งวิทยุกลับมาที่บริษัทว่าเกิดเหตุปล้น แต่คนร้ายทุบกระจกเข้ามาเร็วมาก แล้วดึงสายวิทยุสื่อสารออก ไม่ให้พนักงานแจ้งเหตุกลับบริษัท" พนิดา สุวรรณดี ผู้บริหารบริษัท บางกอกแอสเสย์ ออฟฟิศ จำกัด ให้ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุตำรวจได้ประสานไปยังสมาคมผู้ค้าทองให้ช่วยกันสังเกตทองคำแท่งที่ถูกปล้น ตามรายละเอียดของทองคำข้างต้น หากมีคนนำทองคำแท่งมาขายให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าพบสิ่งผิดปกติให้ประสานงานกับตำรวจท้องที่รับผิดชอบทันที
ผู้ประกอบการร้านทองแห่งหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า ปกติร้านทองหรือร้านหลอมทองส่วนใหญ่ นอกจากจะทำประกันทองคำเอาไว้แล้ว ยังจ้างตำรวจที่ว่างเว้นภารกิจมาทำหน้าที่คุ้มกัน จะได้สะดวกและปลอดภัย ส่วนคนร้ายที่ปล้นนั้นจากประสบการณ์ที่เคยได้ยินตำรวจเล่าให้ฟังคือ เมื่อคนร้ายปล้นทองคำแท่งที่มีสัญลักษณ์ของร้านทองแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่นำไปขายเอง เพราะเสี่ยงต่อการถูกจับ แต่จะนำไปหลอมเองหรือจ้างหลอมใหม่ ก็จะดูไม่ออกว่าเป็นทองของร้านไหน พิสูจน์ได้เพียงอย่างเดียวว่าเป็นทองคำแท่งจริงหรือไม่เท่านั้น
"ส่วนใหญ่พวกนี้จะไม่นำไปขายร้านทองเล็กๆ เพราะอาจจะมีเงินสดรับซื้อไม่พอ ต่างจากร้านใหญ่ๆ จะมีเงินสดสำรองไว้อยู่ แต่ก็เสี่ยงนะถ้านำไปขายเยอะๆ โดยมากจะทยอยขายมากกว่า แล้วก็ขายไปซ้ำร้านไม่ซ้ำพื้นที่ ป้องกันพิรุธ ยิ่งตกเป็นข่าวแล้วคนร้ายคงระวังตัวมากขึ้น" ผู้ประกอบการร้านทอง ให้ความเห็น



