
'ศอ.รส.'ปัดซ้อม'มือปืนป๊อปคอร์น'
26 มี.ค. 2557
'ศอ.รส.' ยัน ไม่มีการซ้อม 'มือปืนป๊อปคอร์น' วอนผู้ชุมนุมหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
26 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการศอ.รส. แถลงผลการประชุมศอ.รส. ว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่ม กปปส.และกลุ่ม กวป. รวมถึงเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่บริเวณสำนักงาน ป.ป.ช. ศอ.รส.ได้กำชับและติดตามให้มีการสืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และวานนี้ (25 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ได้จับกุมผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายพระภิกษุสงฆ์ ที่บริเวณการชุมนุมของกลุ่ม กวป. หน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ 4 คน ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินตามกฎหมายแล้ว โดยจากการสอบสวนได้ความจากปากคำของพระภิกษุสงฆ์ คือ พระปราชญ์ ศุภวิรุตม์ ได้ให้การรับว่าเป็นฝ่ายเริ่มด่าว่า และลงมือทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมก่อน ด้วยการขว้างปาขวด และใช้ไม้ตะพดไล่ตี ซึ่งเป็นการให้การต่อหน้าพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแนวโน้มชัดเจนว่า จะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่ม กปปส.และ นปช. และอาจเกิดความรุนแรงไปสู่สงครามกลางเมืองได้ ศอ.รส.จึงขอร้องแกนนำทั้งสองกลุ่มให้หลีกเลี่ยงการยั่วยุ เผชิญหน้าทุกรูปแบบ โดยขอให้แกนนำทุกกลุ่มจงตระหนักว่า การกระทำของท่านจะมีผลเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างมาก และหากเกิดการกระทำผิดกฎหมาย ท่านจะต้องรับผิดต่อกฎหมายอย่างแน่นอน และจะต้องถูกสังคมประณามอย่างรุนแรงด้วย
นายธาริต กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจับกุมมือปืนป๊อปคอร์น หรือนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ ศอ.รส.ได้ตรวจสอบแล้ว ขอยืนยันว่าเป็นผู้ต้องหาที่กระทำผิดจริง การจับกุม สอบสวนและนำมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เป็นไปโดยเปิดเผย และไม่มีร่องรอยถูกซ้อมใดๆ แต่เมื่อผู้ต้องหาได้พบกับทนายความของกลุ่ม คปท. ผู้ต้องหาก็กลับคำให้การ อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมจึงรับสารภาพ ซึ่ง ศอ.รส.ขอยืนยันว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดทำร้ายผู้ต้องหาและไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน แต่เมื่อผู้ต้องหาพบทนายความแล้ว จะให้การอย่างใด ก็ให้การได้ โดยไม่มีความผิด แม้จะเป็นความเท็จ เพราะกฎหมายให้โอกาสต่อสู้คดีได้เต็มที่
นายธาริต กล่าวว่า ศอ.รส. ได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับการดำเนินคดีพิเศษกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และแกนนำกปปส. รวม 58 คน ถูกดำเนินคดีฐานร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขัดขวางการเลือกตั้งว่า ได้ครบกำหนดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้การต่อสู้คดีตามหมายเรียกในสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีผู้ต้องหาคนใดมาตามหมายเรียก อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการให้โอกาสผู้ต้องหาในอันที่จะแก้ข้อหา และที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้ ศอ.รส.จึงได้แนะนำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษให้โอกาสผู้ต้องหาที่ยังไม่ได้มารับทราบข้อกล่าวหาให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงสัปดาห์หน้า โดยการนัดหมายเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาให้ติดต่อ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ เลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หมายเลขโทรศัพท์ 082-623-8410 เพราะหากเลยกำหนดระยะเวลาดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีความจำเป็นต้องดำเนินการส่งสำนวนการสอบสวนให้กับพนักงานอัยการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป ซึ่งในวันนี้ (26 มี.ค.) เวลา 11.00 น. นายสาธิต ปิตุเตชะ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแกนนำ กปปส. ได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้การต่อสู้คดีแล้ว
นายธาริต กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 มี.ค.) ศอ.รส.ได้เชิญ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ารายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิด ด้วยการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เสร็จในหลายเขต หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ท.แล้วจำนวนมาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหา กว่า 1,000 คน



