
ค้นหา'MH370'กับ10วันที่สูญเปล่า
26 มี.ค. 2557
ค้นหา'MH370'กับ10วันที่สูญเปล่า : รายงาน
บทสรุปชะตากรรมเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หลังสูญหาย 17 วัน(จันทร์ที่ 24 มี.ค.) ตามที่รัฐบาลมาเลเซียแถลงคือ การเดินทางผิดวิสัยของเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ลำนี้ สิ้นสุดในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้อันใกล้โพ้น จำต้องสันนิษฐานว่าไม่มีผู้ใดรอดชีวิต
แต่คำถามยังไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดยังขาดหลักฐานจับต้องได้ ลำพังการวิเคราะห์คำนวณแบบใหม่ไม่เคยใช้มาก่อนของนักวิทยาศาสตร์บริษัทดาวเทียมอินมาร์แซต ร่วมกับหน่วยสืบสวนอุบัติภัยทางอากาศอังกฤษ (เอเอไอบี) ดูเหมือนจะน้อยเกินไปสำหรับญาติๆ หรือแม้แต่ผู้ติดตามและเอาใจช่วยมาตลอด
แน่นอนว่าการไขปริศนายังอยู่อีกห่างไกล แต่ผ่านมาถึงสัปดาห์ที่สามจนจะเข้าสัปดาห์ที่สี่ อย่างน้อยควรมีคำตอบบ้างว่าเหตุใด จึงใช้เวลานานมากกว่าจะเดินมาสู่การค้นหาในน่านน้ำที่ควรจะเป็น
การค้นหาเริ่มทันทีเมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน ทันทีที่สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ตระหนักว่าขาดการติดต่อกับเครื่องบินลำนี้จริง
ถัดไปวันเดียว บริษัทดาวเทียมอินมาร์แซต ได้เริ่มคำนวณโดยใช้สัญญาณตอบรับแบบอัตโนมัติ 1 ครั้งทุกชั่วโมงระหว่างเครื่องบินกับดาวเทียมดวงหนึ่งของบริษัท ได้ภาพออกมาเป็นสองเส้นทางที่เป็นไปได้ระหว่างทางเหนือกับใต้ของช่องแคบมะละกา ที่มีสภาพภูมิประเทศต่างกันสิ้นเชิง แต่ข้อมูลนี้ก็ไม่ได้นำไปสู่การวางกรอบค้นหาอย่างเหมาะสมนักนานกว่าสัปดาห์
มาเลเซียได้รับผลวิเคราะห์ดาวเทียมอินมาร์แซตเมื่อวันพุธที่ 12 มีนาคม เหตุใดจึงใช้เวลานานนักกว่าจะผ่านช่องทางรัฐบาลอังกฤษ-สหรัฐ ก็เป็นคำถามหนึ่ง และเมื่อมาเลเซียได้ข้อมูลนั้นมาแล้ว ก็ยังใช้เวลาอีกถึง 3 วันในการเผยแพร่ข้อมูล และเปิดเผยเพียงบางส่วน โดยนอกจากสัญญาณตอบรับ หรือ แฮนด์เชก ระหว่างดาวเทียมกับเครื่องบินหลังสุด 08.11 น. แล้ว ดูเหมือนสัญญาณการตอบรับในครั้งอื่นๆ และปมซับซ้อนจากข้อมูลนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
ขณะที่วันเวลาทุกชั่วโมงนาทีหลังเที่ยวบินล่องหนล้วนมีค่า เศษชิ้นส่วนในกรณีเครื่องบินตก อาจจมลงไป หรือลอยขึ้นก่อนกระแสน้ำซัดลอยไปไกล ผู้รอดชีวิตอาจลอยตัวอยู่กับแพชูชีพ แต่นานาประเทศส่งเรือไปค้นหาในอ่าวไทย ต่อมา ก็ในทะเลจีนใต้ ล้วนเป็นพื้นที่ที่ไกลจากข้อมูลดาวเทียมอินมาร์แซตบ่งชี้
อีกทั้งเมื่อผู้เชี่ยวชาญอินมาร์แซตได้คำนวณออกมาแล้วสองวัน การค้นหาก็ยังวนอยู่กับการตรวจสอบเศษชิ้นส่วนนอกชายฝั่งเวียดนาม
เหตุใดจึงล่าช้า..รัฐบาลมาเลเซียระบุว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมื่อได้รับการผลวิเคราะห์แล้ว ยังจำเป็นที่จะต้องกลั่นกรองข้อมูลและหารือเจ้าหน้าที่สหรัฐ นั่นคือผ่านมาแล้วสัปดาห์เต็มนับจากเครื่องบินสูญหาย
แผนที่ที่รัฐบาลมาเลเซียเปิดเผยออกมาในเวลานั้น แสดงพื้นที่ที่เครื่องบินอาจจะไป ได้ขยายออกไปมาก แม้แต่คีร์กิสถานก็เป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ แต่พื้นที่ที่เรือและเครื่องบินได้ทุ่มเวลาหลายวันมองหาเครื่องบิน ไม่อยู่ในความเป็นไปได้นั้นเลย
อังคารที่ 18 มีนาคม สามวันหลังการเผยแพร่แผนที่สองเส้นทางเหนือ-ใต้ช่องแคบมะละกา ออสเตรเลียประกาศว่าได้ร่วมกับคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นทีเอสบี) ตีกรอบพื้นที่ค้นหาใหม่แคบลงจากเดิม เหลือเพียงพื้นที่ 3%
ของเส้นทางสายใต้ที่ลงไปทางมหาสมุทรอินเดีย โดยข้อมูลที่ใช้ในการนี้ ก็ไม่ได้มาจากไหนแต่มาจากการคำนวณของอินมาร์แซต ทุกสัญญาณตอบรับแต่ละชั่วโมง ประกอบกับการสันนิษฐานความเร็วเครื่องบิน และปริมาณน้ำมัน
หากเทียบกับสัปดาห์แรก ความคืบหน้าการค้นหานับจากวันที่ 18 มีนาคมในพื้นที่ที่โฟกัสใหม่ ดูเหมือนเริ่มได้ผล จากการพบวัตถุหลายชิ้นที่ให้ความหวัง (แต่ยังไม่มีการยืนยัน)
เกือบทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการสูญหายของเที่ยวบิน ล้วนเป็นปริศนาทั้งสิ้นตั้งแต่จุดเริ่ม รวมถึงเหตุใด จึงใช้เวลาร่วมสองสัปดาห์นับจากอินมาร์แซตคำนวณออกมาเมื่อ 9 มีนาคมหรือหนึ่งวันหลังสูญหาย กว่าจะมาสู่การค้นหาในมหาสมุทรอินเดีย
นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 22 มีนาคมว่า ฝ่ายสอบสวนสหรัฐพยายามบอกมาเลเซียตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่แล้วว่ากำลังค้นหาเครื่องบินผิดที่ ให้เปลี่ยนมายังมหาสมุทรอินเดีย ซึ่ง ณ เวลานั้น คือผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์นับจากประเมินสองเส้นทางเหนือและใต้
จริงอยู่ที่การค้นหาวัตถุต้องสงสัยในมหาสมุทรอินเดีย ยังไม่เข้าใกล้การยืนยันข้อเท็จจริงใดๆ เกี่ยวกับชะตากรรมเครื่องบินได้
แต่ในเมื่อการค้นหาจริง เพิ่งเริ่มเมื่อ 18 มีนาคมนี้เองหรือ 10 วันนับจากเที่ยวบินเอ็มเช 370 สูญหาย จะให้ญาติพี่น้องผู้โดยสาร ทำใจยอมรับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างไม่คาดฝัน ไร้หลักฐานจับต้องได้และเต็มไปด้วยปริศนามากมายนี้ได้อย่างไร
.......................................
(หมายเหตุ ค้นหา'MH370'กับ10วันที่สูญเปล่า : รายงาน)



