
รถไฟหยุดวิ่งวีถีชีวิตรอบไม้หมอนหยุดเดิน
ล่วงเข้าวันที่ 2 แล้วสำหรับการประกาศหยุดเดินรถไฟทั่วประเทศของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย ระหว่างที่รัฐบาลและสหภาพรถไฟกำลังหาทางออกร่วมกัน หลายชีวิตรายล้อมไม้หมอนที่เคยคึกคักต่างเงียบเหงาและซบเซาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงหวูดรถไฟและการเ
วันนี้ที่สถานีรถไฟดอนเมือง หลักสี่ สามเสน และชุมทางรถไฟบางซื่อ ที่เคยต้อนรับผู้มาเยือนและส่งคนเดินทางมานับไม่ถ้วนในแต่ละวันเต็มไปด้วยความว่างเปล่า โดยเฉพาะที่ชุมทางบางซื่อขบวนรถไฟหลายขบวนทอดกายแน่นิ่ง เหมือนท่อนซุงยักษ์ไร้ชีวิตถูกทิ้งระเกะระกะไม่เป็นที่เป็นทาง พนักงานบางคนปูเสื่อและเบาะนอนอยู่ในตู้สินค้า ขณะที่พนักงานทำความสะอาดบางคนยังคงเดินหน้าทำความสะอาดโบกี้อยู่ตามปกติ ด้วยไม่รู้ว่าต้องเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อไร เมื่อนั้นพวกเขาและเธอก็จะได้ไม่เหนื่อยมากนัก
บริเวณชานชาลาหนึ่ง ซึ่งวันวานยังเซ็งแซ่ไปด้วยแม่ค้าตะเบ็งเสียงเรียกลูกค้าซื้อข้าวของ วันนี้ภาพนั้นไม่มีให้เห็น ยกเว้นป้าขายกล้วยแขกร่างท้วม ผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินตัดกับชุดลายดอกสีชมพู ก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารแจกแจงเรื่องการหยุดการเดินรถไฟ กล้วยแขกในถาดเต็มจนล้นยังไม่ลดไปจากเดิมเมื่อครั้งออกจากบ้านมา
ด้าน "อารีย์ เข็มแดง" วัย 51 ปี แม่ค้าอาหารตามสั่งและสามี สาละวนอยู่กับการไล่ปัดแมลงที่ตอมของสด ตลอด 2 วันที่ผ่านมาแทบไม่มีลูกค้าเข้ามาที่ร้านเลยแม้แต่คนเดียว จากที่เคยมีรายได้ตกวันละเกือบ 2,000-3,000 บาท สองวันรวมกันยังได้ไม่ถึง 500 บาท
"จริงๆ แล้วก็เข้าใจนะว่าทำไมสหภาพรถไฟประกาศหยุดการเดินรถ เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่แปรรูปการรถไฟ บังเอิญว่าการหยุดเดินรถมันส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะคนที่หาเช้ากินค่ำอยู่รอบๆ สถานีรถไฟอย่างพ่อค้าแม่ค้า จึงอยากให้ทั้งสองฝ่ายเร่งหาข้อสรุปโดยเร็ว จะได้ช่วยผ่อนคลายความทุกข์ยากของชาวบ้าน อย่าได้ซ้ำเติมกันเลย" อารีย์ วิงวอน
ร้านของอารีย์เป็นเพียงไม่กี่ร้านที่เปิดตามปกติ ส่วนใหญ่เก็บข้าวของเครื่องใช้ลงหีบห่อ โดยไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาค้าขายอีกเมื่อไร แต่กระนั้นบางรายก็แวะเวียนเข้ามาดูข้าวของว่ายังอยู่ดีหรือไม่ วันนี้แม้ "กิ่งแก้ว" แม่ค้าขายเครื่องดื่มชุมบางทางซื่อ จะไม่ได้เปิดขายตามปกติ แต่ก็แวะมาดูข้าวของในร้าน ตลอดจนสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งก็แทบไม่ต่างไปจากเมื่อวานหรืออาจจะย่ำแย่กว่าด้วยซ้ำ
กิ่งแก้วขายเครื่องดื่มทุกประเภท เช่น น้ำเปล่า น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง นมสด ฯลฯ วันหนึ่งๆ มีรายได้ 1,000-2,000 บาท เนื่องจากชุมทางบางซื่อเป็นชุมทางใหญ่รถไฟแทบทุกสายจะต้องแวะผ่านมา ทว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เธอขายน้ำได้แค่ 17 ขวดเท่านั้น พอรู้ว่าสหภาพยังประกาศหยุดเดินรถต่อไปอีก วันนี้เลยตัดสินใจให้ลูกน้องปิดร้าน
ไกลจากร้านอาหารไปเล็กน้อย ใต้ร่มไม้คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างกำลังโขกหมากรุกฆ่าเวลาระหว่างรอผู้โดยสาร ซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะปรากฏให้เห็นแม้แต่รายเดียว "ชัยวัฒน์ เข็มแดง" ถึงกับล้มตัวลงนอนบนม้าหินอ่อนข้างๆ อย่างสิ้นหวัง ชัยวัฒน์บอกว่าตลอด 2 วันเขาไม่มีรายได้เข้ากระเป๋าเลยแม้แต่บาทเดียว เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่หรือจะเรียกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ของวินชุมทางบางซื่อเป็นผู้โดยสารรถไฟ เมื่อรถไฟไม่วิ่งก็ไม่มีลูกค้า มีเพียงชาวบ้านที่ไม่รู้ข่าวเพียงไม่กี่คนหลงมา ด้วยเข้าใจว่ารถไฟยังวิ่งให้บริการอยู่เท่านั้น แต่ก็ไม่มาก เพียงไม่กี่คนเท่านั้นจริงๆ
"ผมอยากให้เขาแก้ไขปัญหากันให้เร็วๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ ถ้ามันร้ายแรงขึ้นพวกผมคงแย่ แค่ชุมชนที่เราหากินกันอยู่รอบๆ สถานีรถไฟหนึ่งๆ มีนับเป็นพันคนแล้ว"
ไม่ต่างอะไรกับ "สมชัย แกร่งกล้า" คนขับรถสามล้อรับจ้างวัย 38 ปี ที่ตลอด 2 วันนี้ไม่มีลูกค้าเลยแม้แต่คนเดียว รายได้ที่เคยได้หักค่าเช่ารถแล้วตกวันละ 300-500 บาทกลายเป็นติดลบเป็นค่าเช่ารถ ค่าวิน และค่าน้ำ เมื่อไม่มีลูกค้าไม่มีคนเรียกก็ต้องควักเงินในกระเป๋ามาใช้ ซึ่งอีกไม่กี่วันก็คงจะหมดอีก หากไม่รีบเปิดการเดินรถไฟโดยเร็ว คนขับรถวินรับจ้างอย่างเขาคงอดตายกันหมด
ชีวิตสองข้างไม้หมอนที่ทอดยาวไปตามรางรถไฟเคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เต็มไปด้วยชีวิตและเรื่องราวของแต่ละผู้คน ตลอดจนความเป็นไปในสังคม วันนี้เวิ้งว้างว่างเปล่าทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา...นักศึกษาสาวหลงทางผ่านมา ยืนถือกระเป๋าหันรีหันขวางอยู่ที่ชานชาลาอยู่นานสองนานอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก ก่อนจะเดินไปประตูทางออกเรียกรถโดยสารเดินทางออกไป ไม่มีใครรู้ว่าเธอมาได้อย่างไรและกำลังจะไปไหน !?!



