
'ปู'ปัดวิจารณ์โผนายกฯคนกลาง
25 มี.ค. 2557
'ยิ่งลักษณ์' ไม่วิจารณ์โผ 'นายกฯคนกลาง' อุบลงเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่ จี้พรรคใหญ่พร้อมใจกันลงแข่ง ไม่ตอบจะแจง 'จำนำข้าว' กับ ป.ป.ช.ด้วยตัวเอง
25 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่โรงเรียนนายร้อย อ.สามพราน จ.นครปฐม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการนปช. ได้เปิดเผยรายชื่อนายกรัฐมนตรีคนกลาง ว่า ตนคงไม่อยู่ในข่ายที่จะวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นดังกล่าว แต่คงต้องไปถามความคิดเห็นจากหลายๆ ท่านที่มีความเห็นในเรื่องของนายกรัฐมนตรีคนกลาง
"เพราะตามหลักในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีส่วนร่วมนั้น ถ้าเปรียบเทียบเสมือนกับการเลือกตั้งผู้ที่ลงเลือกตั้งก็ต้องบอกถึงนโยบาย บอกวิธีการแนวทางการบริหารประเทศ ก็พอจะรู้ได้ว่าใครจะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เช่นเดียวกัน ถ้าจะมีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ก็ควรจะมีแนวทางเพื่อบอกประชาชนว่า การจะมีนายกรัฐมนตรีคนกลาง จะมาด้วยวิธีไหน และจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีโอกาสได้ทราบเช่นกัน แต่ดิฉันคงไม่ได้พูดในประเด็นดังกล่าว คงต้องถามคนที่พูดดีกว่า เพราะมีหลายท่าน หลายวิธีการ"
เมื่อถามว่าข้อเสนอดังกล่าว จะทำให้เกิดความขัดแย้งตามมาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างที่เคยเรียนไว้ ถ้าเรายึดตามขั้นตอนตามกรอบรัฐธรรมนูญ ตามที่เคยปฏิบัติไว้ การยอมรับก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเป็นวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ หรือสิ่งที่ไม่ได้รับการยอมรับ ผู้ที่เสนอก็ต้องมีแนวทางที่จะคิดและอธิบายได้ว่ามีแนวทางอย่างไร ถ้าเกิดประชาชนไม่ยอมรับ จึงได้บอกว่าในการจะอะไรก็ตาม จะต้องมีขั้นตอน และมีการยอมรับ ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการติดสินด้วย เพราะอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ประชาชน 1 สิทธิ์ 1 เสียง ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน ก็ควรจะต้องรู้ว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้นำ และจะเข้ามาเป็นด้วยวิธีการใด แบบไหน อยู่ในกรอบกติกาของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ประชาชนต้องมีสิทธิ์รับทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี จะกลับลงสู่สนามเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่ หรือเหนื่อยแล้วกับการเมืองไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ้มแล้วกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคต และยังเป็นสเต็ปที่ยังอีกไกล สเต็ปแรกคงต้องบอกว่า เมื่อไรที่ทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคใหญ่พร้อมใจกันที่จะลงเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายกฯ ตอบคำถามเสร็จ ก็กล่าวขอบคุณ และได้ลุกออกจากโต๊ะ นั่งรถเข็นออกจากวงล้อมของสื่อมวลชนทันที โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ อีก
อุบไม่บอก จะชี้แจง 'จำนำข้าว' ต่อ ป.ป.ช.เองหรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อเดินทางออกจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม ไปเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีของพรรคเพื่อไทย ที่กรุงเทพฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวถึงอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายว่า ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะอาการบวมลดลง แต่อาการอักเสบที่ข้อเท้ายังคงมีอยู่ แพทย์แนะนำว่า ต้องหลีกเลี่ยงการลงน้ำหนักที่เท้า และคาดว่าจะต้องรักษาต่ออีก 2 สัปดาห์
เมื่อถามว่าช่วงนี้จำเป็นที่ต้องงดภารกิจในต่างจังหวัดก่อนหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวติดตลกว่า เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) ก็เดินทางไปสมุทรปราการมา
ขอบคุณลูกพรรคเพื่อไทยที่อดทนอดกลั่น ไม่นำปท.สู่ความรุนแรง
เมื่อเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวในการประชุมพรรคเพื่อไทย ว่า ดีใจที่มีโอกาสได้เข้าประชุมพรรควันนี้ แม้ตอนนี้ขายังเจ็บอยู่แต่ก็ใจสู้ ขณะนี้มีเหตุการณ์ต่างๆ จากสถานการณ์บ้านเมือง ที่อาจจะเกิดการผันผวนทางการเมือง มีความสำคัญเป็นพื้นฐานของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ พรรครับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนเข้ามายังพรรค และพรรคต้องร่วมกันผลักดันปัญหาของพี่น้องประชาชน ในโอกาสนี้ขอขอบคุณสมาชิกพรรคเพื่อไทย และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เราได้ร่วมกันทำงานมา 2 ปีกว่าในการสร้างความสุขให้กับประชาชน แต่ในเมื่อมีสถานการณ์การเมืองทำให้ตัดสินใจคืนอำนาจให้กับประชาชนด้วยการยุบสภา เพราะเราเห็นว่าความขัดแย้งที่มีอยู่ในสังคมไทย เราต้องเคารพความเห็นที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงส่วนน้อย เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน
"ในเมื่อได้ตัดสินใจยุบสภา เราก็อยากเห็นความขัดแย้งต่างๆ ลดลงไป ซึ่งตามกติกาสากลของระบอบประชาธิปไตยเมื่อยุบสภาก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกรัฐบาลใหม่ แต่แล้วกลับมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่อดทนมาโดยตลอด เราเองก็ต้องทำหน้าที่ของเราในฐานะตัวแทนของประชาชนต้องรักษาประชาธิปไตยนี้ต่อไป แม้ความเห็นที่ต่างแต่สิ่งที่ดิฉัน จากเหตุการณ์ในทางบวกได้เห็นพี่น้องประชาชนมีความหวงแหนในสิทธิของตนเองมากขึ้นในการแสดงออก"
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้มีการแสดงออกมากแต่ต้องอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ในกรอบของกฏหมาย แต่สิ่งที่อยากเห็นก็คือทุกคนต้องยึดมั่นในกติกาความสมดุลของ 3 เสาหลัก ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายที่อำนวยความยุติธรรม ซึ่งถ้าทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ต่างๆ ให้เกิดความเท่าเทียมกัน ก็จะลดความขัดแย้งลงไปและก็จะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในหัวใจของทุกคนและเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนในการประคองสถานการณ์ต่างๆ ให้เกิดความเสมอภาคลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยของเรากับเข้าสู่กลไกของระบอบประชาธิปไตย
"ต้องขอบคุณทุกท่าน เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ตลอดเวลาที่ผ่านมาต้องกราบเรียนที่ประชุมว่าไม่เคยยึดติดกับตำแหน่งใดๆ แต่สิ่งที่เราทำนั้น นั่นเป็นหน้าที่ของทุกคน ในเมื่อยุบสภาแล้วก็เป็นหน้าที่ของพวกเราภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญที่ต้องปฏิบัติตาม ผู้นำรัฐบาลภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้มีการว่างเว้น หากมีการว่างเว้นก็จะเกิดความเสียหาย ต่อประเทศชาติ ทำให้ต้องรักษาการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่อุปสรรคต่างๆ มีมากมาย เชื่อว่าด้วยอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่มีความุ่งมั่นในการรักษากรอบของประชาธิปไตยมาโดยตลอด ทำให้เราได้ใช้หลักตรงนี้เดินในวิธีทางของประชาธิปไตย การเดินในความเห็นที่ต่างไม่ได้หมายความว่าเราจะมองเห็นในสิ่งที่ขัดแย้ง หรือเราจะไม่เคารพกติกาใดๆ แต่สิ่งที่เราต้องแสดงออกนั้นเพื่อให้วิธีทางต่างๆ ดำเนินการไปตามขั้นตอนทำนองครองธรรมของประชาธิปไตย และภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ"
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ยึดติด พร้อมที่จะส่งมอบหน้าที่นี้กับผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลใหม่ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ต้องขอให้ร่วมกันอดทนอดกลั้นและช่วยกันประคองเหตุการณ์ต่างๆ ให้ไปต่อได้โดยไม่ให้เกิดความรุนแรง การประกาศพรก.หรือพรบ.มา 4 เดือนกว่าแล้ว เราผ่านกันมาด้วยความอดทนถึงแม้ในหลายๆ กรณีรัฐบาลไม่สามารถที่จะดำเนินนโยบายที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลใหม่ได้ ทำให้เกิดข้อจำกัดหลายข้อ แต่ครม.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามทุกวิธีทางที่จะทำให้ดำเนินการได้ เท่าที่ทำได้ ไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องติดขัด อยากให้สมาชิกทุกคนไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน
"สุดท้ายนี้หวังว่าถนนหนทางที่เราต้องเดินข้างหน้าไปสู่เส้นทางประชาธิปไตย แม้จะมีทางแยกมากมายที่จะทำให้เราต้องเดินไปคนละทางสองทาง แต่ถ้าเราเดินด้วยความสุขุม เดินด้วยเป้าหมายของประชาธิปไตยด้วยกัน แม้ตอนแรกอาจจะรู้สึกเปล่าเปลี่ยว แต่สักพักเราจะมีคนร่วมเดินไปกับเราด้วยกัน"



