
โพลล์ชี้คนไทยฐานะการเงินแย่ลงปรับพฤติกรรมลดใช้จ่ายฟุ่มเฟือย-กังวลน้ำมันแพง
ปัญญาสมาพันธ์เผยผลวิจัยคนไทยระบุฐานะการเงินแย่ลง ปรับพฤติกรรมใช้จ่ายลดความฟุ่มเฟือย มองเศรษฐกิจ 3 เดือนข้างหน้ายังคงไม่ดีขึ้น แต่มีบางกลุ่มมองโลกแง่บวก กังวลปัญหาน้ำมันแพง
รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบาย ปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการจัดทำผลสำรวจ "ความมั่นใจของคนไทยในช่วงวิกฤติ" ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2552 จาก 8,000 ตัวอย่าง ว่าจากการสำรวจสภาพการเงินของคนไทยในปีนี้และปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าคนไทยมีความคิดว่าฐานะการเงินแย่กว่าปีที่แล้วอย่างชัดเจน และคนที่คิดว่าสภาพทางการเงินของตนดีขึ้นก็ลดลงอย่างน่าใจหาย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ถึงแม้คนส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าคงไม่แตกต่างจากที่เป็นอยู่เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็มีอีกไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 เห็นว่า เศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า
ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะกรรมการบริหารนโยบายปัญญาสมาพันธ์ฯ กล่าวว่า ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจจะทำให้คนไทยขาดความมั่นใจในการใช้จ่าย และมีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจเดือนมีนาคม 2551 พบว่า คนไทยยังไม่พะวงกับค่าใช้จ่ายประจำวันมากนัก แต่กลับให้ความสำคัญเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ น้ำมัน ไฟฟ้า และค่าสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในด้านต่างๆ เช่น งดออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น
"เมื่อถามถึงสภาพทางการเงิน เทียบกับปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร คนไทยคิดว่าฐานะทางการเงินของตนแย่กว่าปีที่แล้วอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน คนที่คิดว่าสภาพทางการเงินของตนดีขึ้นก็ลดลงอย่างน่าใจหาย เป็นที่น่าสังเกตว่า คนไทยส่วนใหญ่เริ่มปลงว่าเศรษฐกิจของไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า คงไม่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็มีอีกไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 เห็นว่า เศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า" ดร.เสาวณีย์กล่าว
ด้านนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะปรับตัวในทิศทางดีขึ้นในไตรมาส 3-4 เพราะแม้ผลสำรวจคนไทยยังขาดความเชื่อมั่น แต่ก็ลดลงจากปีก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ประกอบกับการเมืองเริ่มนิ่งและรัฐบาลก็พยายามผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมา โดยเฉพาะการกู้เงินเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ
"ไตรมาส 3-4 ที่จะถึงนี้ผมมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มดีขึ้น และปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมาที่คนส่วนใหญ่กังวลในเรื่องของน้ำมันที่ปรับตัวสูงมาก ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญคือ ภาคการเงินของไทยยังแข็งแกร่งไม่เหมือนในยุคปี 40" นายก่อศักดิ์กล่าว



