
'เต้น'ป้องกวป.ปัดเจตนากระทืบพระ
25 มี.ค. 2557
'ณัฐวุฒิ' นัดเปิดโผว่าที่รมต.-สภาปชช. 26 มี.ค. ป้อง กวป. ไม่มีเจตนาไปทำร้ายพระ อ้างเหตุเฉพาะหน้า ปะทะคารม บันดาลโทสะ
25 มี.ค. 57 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวชี้แจงกรณีที่ออกมาเปิดเผย 10 รายชื่อผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางของ กปปส. ว่า ส่วนตัวเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะให้ประชาชนได้พิจารณารายชื่อบุคคลต่างๆ ที่กลุ่มของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และเครือข่ายเบื้องหลัง ได้เจรจาทาบทามจัดเตรียมเอาไว้ เนื่องจากปลายทางสุดท้ายการเคลื่อนไหวของ กปปส.คือการสถาปนาอำนาจรัฐขึ้นมาใหม่ ให้มีรัฐบาลนอกรัฐธรรมนูญ มีนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมาจากนอกกติกาไม่ผ่านการเลือกตั้งของประชาชน ที่ผ่านมา กปปส.ปิดบังอำพรางไม่ยอมเปิดเผยต่อประชาชนว่า คนที่เตรียมไว้ หรือกระบวนการที่จะได้มา ซึ่งนายกฯ และรัฐบาลใหม่เป็นอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของตนที่ทวงถามความเป็นให้ประชาชน นำรายชื่อบุคคลต่างๆ มาเปิดเผยเพื่อประกอบการพิจารณา
"ยืนยันว่าหลายคนในจำนวนที่ผมพูด ได้มีกลุ่มของสุเทพ และเครือข่ายได้เจรจาทาบทามกันบ้างแล้วก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะไม่มีท่าทีขานรับออกมาทางสาธารณะ แต่เมื่อปรากฏความเคลื่อนไหวดังกล่าว คิดว่าถึงเวลาที่ต้องสื่อสารทางสังคม โดยไม่มีเจตนาไปรุกล้ำหรือทำลาย สร้างความเป็นปฏิปักษ์ใดๆ ต่อตัวบุคคลเหล่านั้น หากท่านเห็นว่าไม่สบายใจและไม่ได้เกี่ยวข้อง ผมยินดีที่จะรับฟัง และพร้อมที่จะรับผิดชอบ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า รายชื่อที่เปิดเผยออกมานั้นมาจากสมมติฐานหรือมีพยานหลักฐานใดยืนยันหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มาจากข้อมูลข่าวสารที่ตนได้รับมา หลายรายมีคนเจรจาทาบทามแล้ว บางรายก็อยู่ในรายชื่อที่มีการคิดอ่านกันอยู่ จึงนำมาเปิดเผยและจัดลำดับว่าใครเป็นตัวเต็ง หรือเป็นตัวสอดแทรก
ส่วนกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปฏิเสธนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่านายอภิสิทธิ์ไม่ได้มีชื่อเป็นนายกฯ คนกลาง เพียงแต่ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ อยู่ในกลุ่มที่กระเสือกกระสนที่อยากจะเป็นนายกฯ แต่ไม่ถือเป็นตัวเต็ง หรือตัวสอดแทรกเหมือนคนอื่น
เมื่อถามอีกว่า จากข้อมูลที่มีนั้นได้ตั้งกรอบเวลาในการผลักดันนายกฯ คนกลาง ให้สำเร็จเมื่อใดหรือ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ทราบมาว่าในเดือน เม.ย.นี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีพ้นไปทั้งคณะ และตั้งนายกฯ รวมไปถึงรัฐบาลขึ้นมาใหม่ ทั้งที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบันไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้ รวมไปถึงประชาชนผู้รักประชาธิปไตยก็คงไม่ยินยอมอย่างแน่นอน
"คำว่านายกฯ คนกลาง นายกฯ คนดี หรือนายกฯ มาตรา 7 แท้จริงแล้วกฎหมายไม่เปิดให้ทำได้ หากจะมีก็แสดงว่าท่านเป็นนายกฯ นอกฎหมาย เป็นนายกฯ เถื่อน ประชาชนจะไม่ให้การยอมรับ โดยตามข้อเท็จจริงก็ไม่มีทางที่จะเกิดสุญญากาศทางการเมืองได้ เพราะหากนายกฯ พ้นตำแหน่งก็มีรองนายกฯ ลำดับถัดมาทำหน้าที่แทน หรือ ครม.พ้นทั้งคณะ กฎหมายก็ให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทนอยู่"
นายณัฐวุฒิ เปิดเผยด้วยว่า ในวันที่ 26 มี.ค. ตนจะรวบรวมรายชื่อบุคคลที่สนับสนุน กปปส. เพียงชี้ให้เห็นว่าคนเหล่านี้จะได้ประโยชน์หลังการรัฐประหาร และมีตำแหน่งได้ประโยชน์จากรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งจะเปิดโผกลุ่มคนที่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรี และสมาชิกสภาประชาชนด้วย เพื่อชี้ให้เห็นว่าคนที่ออกมามีบทบาทร่วมกับนายสุเทพ มีเป้าหมายทางอำนาจด้วยกันทั้งสิ้น
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.นั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรามีความชัดเจนว่าไม่ยอมรับการรัฐประหาร และไม่ยอมรับนายกฯ เถื่อน หากเหตุการณ์ถึงจุดนั้นก็มีความจำเป็นต้องออกมาต่อสู้ทันที โดยสันติวิธีตามแนวทางประชาธิปไตยไม่ใช้ความรุนแรง โดยไม่ประสงค์ให้เกิดการเผชิญหญ้า ดังนั้นจึงไม่มีความคิดในการนำประชาชนเข้าไปเผชิญหน้ากับ กปปส.หรือเจ้าหน้าที่รัฐ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าสถานการณ์ขณะนี้จะสามารถนำไปสู่การเลือกตั้งได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เพียงนายสุเทพ และพรรคประชาธิปัตย์ ขานรับให้มีการเลือกตั้ง โดยพรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครหรือไม่ก็ถือเป็นสิทธิ์ แต่ กปปส.ไม่มีสิทธิ์ในการออกมาขัดขวางการเลือกตั้ง และการใช้อำนาจอธิปไตยของประชาชน เวลาผู้คนถูกทำให้เห็นว่า บ้านเมืองไม่มีทางออก ทั้งที่จริงมีทางออกตามกฎหมาย แต่ถูกคนกลุ่มหนึ่งไปขวางทางออกเอาไว้ และอาจว่าสถานการณ์จะถึงทางตัน
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่กลุ่ม กวป.นนทบุรีเคลื่อนขบวนไปยังหน้าสำนักงาน ป.ป.ช.จนเกือบปะทะกับกลุ่ม กปปส.นนทบุรี รวมไปถึงมีการรุมทำร้ายพระสงฆ์ด้วยนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงไม่มีผู้ใดเจตนาไปทำร้ายพระภิกษุ เมื่อติดตามจากข่าวเข้าใจว่าเป็นเหตุกาณ์เฉพาะหน้า ที่อาจจะมีการปะทะคารม หรือบันดาลโทสะ ต่อไปก็เป็นเรื่องการทำหน้าที่ของตำรวจ สำหรับแนวทางป้องกันการเผชิญหน้าหรือเหตุรุนแรงนั้น ในฐานะแกนนำ นปช. ยืนยันว่า เราหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด การแสดงพลัง 4-5 ครั้งที่ผ่านมาก็เหตุการณ์ปกติ เพราะไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าไปทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุรุนแรง ในฐานะที่พวกผมเป็นแกนนำ เมื่อมีแนวทางเช่นนี้แล้วก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ
'พท.' หารือพรรคร่วมเรื่องเลือกตั้งโมฆะ
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (24 มี.ค.) แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคชาติพัฒนา และตัวแทนพรรคพลังชล ได้มีการหารือร่วมกันถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ ทั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลต้องการความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปได้ และมีข้อเรียกร้องไปยังทุกภาคส่วนด้วย แต่ตนขอเปิดเผยในที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยก่อน อย่างไรก็ตาม พรรคร่วมรัฐบาลเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดความขัดแย้ง สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ดังนั้น ขอให้กลุ่ม กปปส.เห็นแก่บ้านเมือง อย่าเดินเกมล้มการเลือกตั้ง เพราะบ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว
แกนนำ-อดีตส.ส.เพื่อไทยแห่แต่งดำประชุมใหญ่พรรคคึกคัก
พรรคเพื่อไทยได้การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557 โดยบรรยากาศในช่วงเช้านั้น คณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และสมาชิกพรรค ทยอยเดินทางมาร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยทุกคนแต่งกายในชุดสีดำเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้กับคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีตำรวจชุดปราบจลาจลจำนวน 1 กองร้อย คอยดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบที่ทำการพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในที่ประชุมนั้น พิธีการเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยเริ่มด้วยกิจกรรมบรรยายธรรมในหัวข้อ “มรรคา ประชาธิปไตย” หรือหนทางของประชาธิปไตย ทั้งนี้ บรรยายธรรมโดย พระครูปลัดบัณทิต อินฺทเมธี (สิทธิพล) วัดสังข์กระจาย
ด้านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุมใหญ่วันนี้ (25 มี.ค.) จะมีการลงคะแนนลับเพื่อเลือกรองเลขาธิการพรรคเพิ่มเติมอีก 3 ตำแหน่งด้วย โดยขณะนี้มีผู้เสนอตัวเข้ามาทำงานตรงนี้หลายคน นอกจากนี้ จะมีการหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองโดยเฉพาะกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะด้วย ขณะนี้พรรคกำลังรอคำวินิจฉัยกลางและวินิจฉัยส่วนตัวของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ ทั้งนี้ อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งดำเนินการออกคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตัวด้วย อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557 นั้น พรรคจะมีการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยต่อด้วย



