ข่าว

อุ้มเอสเอ็มอีรัฐไฟเขียว"ยืด-พักหนี้"ห่วงกิจการกำลังย่ำแย่-เล็งเปิดโครงการเดือนกรกฎาคมนี้

อุ้มเอสเอ็มอีรัฐไฟเขียว"ยืด-พักหนี้"ห่วงกิจการกำลังย่ำแย่-เล็งเปิดโครงการเดือนกรกฎาคมนี้

24 มิ.ย. 2552

ครม.ไฟเขียวอุ้มประกอบการเอสเอ็มอี สั่งเอสเอ็มอีแบงก์ยืดเวลาจ่ายหนี้-พักชำระเงินต้นชั่วคราว สั่งคลังร่วมทำรายละเอียด เร่งเปิดโครงการภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ระบุผู้ประกอบการกำลังแย่จำเป็นต้องช่วยเหลือเร่งด่วน

 นายภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ ขยายเวลาชำระหนี้ และ/หรืองดชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราวให้แก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องจากปัจจัยภายนอกตามภาวะธุรกิจของแต่ละกิจการ และยังให้ขยายความร่วมมือไปสู่สถาบันการเงินของรัฐและเอกชนต่อไปตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ

 "ครม.ได้มอบให้กระทรวงการคลังและเอสเอ็มอีแบงก์ไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้เปิดรับสมัครเอสเอ็มอีให้เข้าโครงการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เป็นต้นไป" นายภูมินทร์กล่าวและว่า ครม.ยังมอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการลดภาระการชำระหนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเอสเอ็มอีตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งการวินิจฉัย บริการที่ปรึกษาแนะนำให้ความรู้ในการวิเคราะห์ปัญหาของธุรกิจ พัฒนาความรู้ด้านบริหารจัดการตลาด

 ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่า เอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ทั้งในภาพรวมและในแต่ละตลาดหลัก โดยมีมูลค่าการส่งออกลดลงจากปีก่อน 13.7% ขณะที่ในตลาดญี่ปุ่นหดตัวลง 19.9% สหรัฐหดตัว 25.4% และจีนหดตัวมากถึง 42.1% ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่างเชื่อว่ายอดขาย ต้นทุนและกำไรในปี 2552 จะลดลง เมื่อพิจารณาจากตัวเลขผลตอบแทนการดำเนินงานลดลงในหลายสาขาการผลิต ซึ่งมีผลต่อการว่าจ้างแรงงาน จึงจำเป็นต้องเร่งหาแนวทางช่วยเหลือโดยด่วน

 นพ.ภูมินทร์ กล่าวว่า เอสเอ็มอีเป็นหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีบทบาทสำคัญด้านการสร้างรายได้ เห็นได้จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเอสเอ็มอีปี 2551 มีมูลค่า 3,446,285.85 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 37.9% ของจีดีพีทั้งประเทศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมองว่า สถานการณ์ปัจจุบัน เอสเอ็มอีกำลังเผชิญความยากลำบากในการประกอบธุรกิจเพิ่มมากขึ้น

 "กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือปัญหาการขาดสภาพคล่องให้แก่เอสเอ็มอี เพื่อให้กิจการเหล่านี้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้ จึงเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วน โดยขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและเอกชนพิจารณาผ่อนคลายภาระการชำระหนี้ของเอสเอ็มอีให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถมีสภาพคล่อง" นพ.ภูมินทร์กล่าว