
แฉขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติหนังทำถุงมือกอล์ฟ
แฉขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ ฆ่าแล่หนังทำถุงมือกอล์ฟ : กวินทรา ใจซื่อรายงาน
นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ ที่ลักลอบส่งสุนัขจากประเทศไทยข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศลาว ก่อนข้ามไปยังประเทศเวียดนามเพื่อเป็นอาหารให้แก่ลูกค้าที่นิยมบริโภคเนื้อสุนัข ทำให้ขบวนการค้าสุนัขต้องปรับเปลี่ยนพฤติการณ์ โดยล่าสุดได้หันไปชำแหละสุนัขเพื่อนำหนังไปทำถุงมือกอล์ฟแทน
แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดแวดวงค้าสุนัขข้ามชาติ ในพื้นที่ จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่รวมสุนัขที่ถูกขบวนการค้าสุนัขนำมารวบรวมก่อนนำข้ามแม่น้ำโขงไปยังประเทศลาว เพื่อส่งไปยังปลายทางคือประเทศเวียดนาม ให้ข้อมูลว่า หลังจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวาดล้างปราบปรามการค้าสุนัขข้ามชาติอย่างหนัก ทำให้การส่งออกสุนัขที่ยังคงมีชีวิตทำได้ยาก กลุ่มผู้ค้าสุนัขจึงได้เปลี่ยนรูปแบบการส่งออกไปเป็นการชำแหละเนื้อส่งออกแทน แต่ปรากฏว่าไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคเนื้อสุนัขในประเทศเวียดนาม ขบวนการค้าสุนัขจึงหันมาชำแหละสุนัขเพื่อเอาหนังส่งไปจำหน่ายยังโรงฟอกหนังสัตว์ เพื่อนำหนังไปเย็บเป็นถุงมือกอล์ฟ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเนื่องจากหนังสุนัขนิ่มกว่าหนังสัตว์อื่น
"ราคาขายหนังสุนัขเพื่อนำไปผลิตเป็นถุงมือกอล์ฟจะขายกันในราคา 2,000-2,500 บาท ต่อตัว โดยหนังบริเวณอัณฑะจะมีราคาแพงที่สุด เพราะมีความนิ่มและยืดหยุ่น เมื่อผลิตเป็นถุงมือกอล์ฟจะมีคุณภาพดี ส่วนเนื้อจะทำเป็นเนื้อแดดเดียวจำหน่ายกิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งตลาดเนื้อสุนัขในปัจจุบันเปลี่ยนจากเวียดนามเป็นกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเวียดนามไม่นิยมสุนัขที่ชำแหละแล้วแต่ยังมีความต้องการสุนัขที่ยังคงมีชีวิต การขนส่งเนื้อสุนัขแดดเดียวเข้ากรุงเทพฯ จะขนส่งโดยรถทัวร์ ปริมาณเฉลี่ยมากกว่า 1 ตันต่อวัน" แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดในวงการค้าสุนัข เปิดเผย
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับ พ.ต.ท.ภฤศ ภาสว่าง อดีตเจ้าหน้าที่ปราบปรามการค้าสุนัขข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งระบุว่า ระยะแรกที่มีการชำแหละเนื้อสุนัข เครือข่ายค้าเนื้อสุนัขจะใช้พื้นที่บริเวณบ้านเป็นที่ชำแหละสุนัขอย่างเปิดเผย แต่เมื่อตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการปราบปรามอย่างหนัก ขบวนการค้าสุนัขจึงปรับเปลี่ยนไปใช้พื้นที่ป่าละเมาะริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากชุมชนเป็นสถานที่ชำแหละสุนัขแล้วนัดหมายให้ขบวนการค้าสุนัขจากฝั่งประเทศลาวมารับซื้อเพื่อส่งต่อไปยังพ่อค้าเวียดนาม และบางส่วนทำเป็นเนื้อแดดเดียวส่งไปยังตลาดในกรุงเทพมหานคร
"เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ตำรวจจับกุมรถกระบะบรรทุกถังน้ำแข็ง ซึ่งภายในบรรจุเนื้อสุนัขและซากสุนัข ที่ผ่านการชำแหละแล้วอัดแน่นอยู่ ซึ่งการจับกุมดังกล่าวเป็นเพราะสายข่าวได้ข้อมูลมาว่าขบวนการค้าสุนัขได้ปรับเปลี่ยนวิธีการค้าที่เคยส่งออกทั้งตัวขณะสุนัขยังมีชีวิตเป็นการชำแหละเนื้อขายแทน ขบวนการค้าสุนัข มีการปรับเปลี่ยนวิธีในการหลบหลีกการจับกุมของตำรวจเป็นระยะ ทำให้ตำรวจทำงานยากขึ้น" พ.ต.ท.ภฤศ กล่าว
ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจพบว่า พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงยังคงเป็นปลายทางของสุนัขจากทั่วประเทศที่ขบวนการค้าสุนัขลักลอบนำสุนัขเข้ามาพักก่อนส่งข้ามแม่น้ำโขง โดยเฉพาะที่ จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม มีพื้นที่หลายแห่งที่ขบวนการค้าสุนัขใช้เป็นพื้นที่ในการลักลอบส่งออกสุนัข ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. รับผิดชอบในการควบคุมสั่งการตำรวจชุดปราบปรามขบวนการค้าสุนัขให้แก้ปัญหาการค้าสุนัขข้ามชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
พล.ต.ท.เอกรัตน์ จึงประสานความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งทำงานที่เกี่ยวกับการช่วยชีวิตสุนัข เช่นเครือข่ายประชาชนต่อต้านการค้าสุนัขข้ามชาติ มูลนิธิซอยด็อกฟาวเดชัน และองค์กรเอกชนจากต่างประเทศ กองบัญชาการหน่วยเรือป้องกันการกระทผิดตามลำน้ำโขง กองทัพเรือ และกรมปศุสัตว์ ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแผนในการป้องกันปราบปรามการค้าสุนัขข้ามชาติอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรกที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในที่ประชุมได้กำหนดแผนงานในการปราบปรามการค้าสุนัขข้ามชาติอย่างเป็นระบบ ภายใต้ชื่อ "ภาค4โมเดล" โดยจะใช้เป็นแผนปฏิบัติการนำร่องในการปราบปรามการค้าสุนัขทั่วประเทศ
แผนปฏิบัติการดังกล่าวมุ่งเน้นในการปราบปรามขบวนการค้าสุนัขขั้นเด็ดขาดโดยเป้าหมายคือขุดรากถอนโคนขบวนการค้าสุนัข โดยมีการจัดกำลังติดตามหาข่าวขบวนการค้าสุนัขอย่างใกล้ชิด เมื่อมีพยานหลักฐานชัดเจนจะเข้าจับกุมดำเนินคดี และมีการบังคับใช้กฎหมายสถานหนัก ส่วนสุนัขที่ยึดได้มีการเตรียมการดูแลรักษาและหาบ้านใหม่สำหรับสุนัขไว้พร้อม
“การปราบปรามเพื่อหยุดขบวนการค้าสุนัขทุกรูปแบบ เน้นไปที่นโยบายกดดันจับกุมการบังคับใช้กฎหมาย โดยตั้งเป้าจะหยุดขบวนการค้าสุนัข ให้ได้โดยเร็ว" พล.ต.ท.เอกรัตน์ กล่าว
พล.ต.ท.เอกรัตน์ บอกด้วยว่า ในแผนการ "ภาค4โมเดล" ระยะแรกจะมีการแจกจ่ายคู่มือการป้องกันปราบปรามการค้าสุนัขข้ามชาติ ให้กับตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เกี่ยวกับการจับกุม ข้อกฎหมายบังคับใช้ การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือสุนัขแบบครบวงจร นอกจากนี้มีการจัดทำโปสเตอร์รณรงค์การแจ้งเบาะแสขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบ โดยมีการกำหนดรางวัลนำจับเพื่อมอบให้กับผู้แจ้งเบาะแสไว้ด้วย
การค้าสุนัขนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังมีความเคลื่อนไหวจากองค์กรต่างประเทศ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา เยอรมัน และรัสเซีย รวมถึงประเทศในกลุ่มอาเซียน มีความพยายามในการกดดันให้ไทยเอาจริงเอาจังกับการกวาดล้างปราบปรามขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติให้หมดไปโดยเร็ว ซึ่งหากไทยไม่สามารถดำเนินการได้อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศได้
---------------------------------
(หมายเหตุ : แฉขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ ฆ่าแล่หนังทำถุงมือกอล์ฟ : กวินทรา ใจซื่อรายงาน)



