ข่าว

'สุเทพ'ชี้เลือกตั้ง2ก.พ.ไม่เป็นปชต.

'สุเทพ'ชี้เลือกตั้ง2ก.พ.ไม่เป็นปชต.

24 มี.ค. 2557

'สุเทพ'ชี้เลือกตั้ง2ก.พ.ไม่เป็นปชต. เจ้าของช่องยังเข้ามาเป็นส.ส.ได้ เพื่อไทยจี้ตลก.ศาลรธน.ออกคำวินิจฉัยกลาง-ส่วนตัว เลือกตั้ง 2 ก.พ.โมฆะ

               เมื่อเวลาประมาณ 20.30น.ของวันที่ 24 มี.ค.2557 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ได้ปราศรัยที่เวทีสวนลุมพินีความว่า  การเลือกตั้งวันที่  2 ก.พ. ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นโมฆะนั้นถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะยังเปิดโอกาสให้เจ้าของช่องเข้ามาเป็นส.ส.ได้ พรรคการเมืองก็ไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริงแต่เป็นพรรคของทุนสามาลย์ จึงจำเป็นต้องการเมืองปฏิรูปการเมืองก่อนเลือกตั้ง

 

แกนนำเพื่อไทยจี้ตลก.ศาลรธน.ออกคำวินิจฉัย

               เมื่อเวลา18.00น.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยแถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการกิจการพรรคที่มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมว่า พรรคเพื่อไทยมีความเป็นห่วงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะแต่ยังไม่มีคำวินิจฉัยกลาง คำวินิจฉัยส่วนตัวออกมาทั้งที่ปกติจะต้องมีคำวินิจฉัยดังกล่าวออกมาแล้ว เพื่อให้ฝ่ายต่างๆ นำไปศึกษาและปรับแนวทาง เนื่องจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ผูกพันทุกองค์กร โดยเฉพาะกกต.จะได้นำจุดนี้ไปศึกษา กำหนดทิศทางและวันเลือกตั้งใหม่ได้ จะได้ไม่มีข้ออ้างทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปอีก พรรคเพื่อไทยจึงอยากให้ศาลรัฐธรมนูญมีคำวินิจฉัยกลางและส่วนตัวออกมาโดยเร็ว ขณะเดียวกันพรรคได้สั่งให้ส.ส.ไปชี้แจ้งกับประชาชนว่าเหตุใดการเลือกตั้งจึงเป็นโมฆะ มีขบวนการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ คนทำผิดรัฐธรรมนูญกลายเป็นคนถูกแต่คนทำตามรัฐธรรมนูญกลายเป็นคนผิด ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว

 

กกต.ถกที่ปรึกษากม.ยันเดินหน้าฟ้องคดีอาญาทำผิดกม.เลือกตั้ง 

               เมื่อเวลา 17.50 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง แถลงภายหลังกกต.ประชุมร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารสำนักงานกกต. ถึงแนวปฏิบัติภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว กกต.ก็จะดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยยุติการจัดการลงคะแนนเลือกตั้งทดแทนการเลือกตั้ง 26 ม.ค. และ2 ก.พ.ที่เสียไปทั้งหมด และจะเร่งพิจารณาเสนอให้มีการตราพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไปใหม่โดยเร็ว ซึ่งมีประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายประการและมีความละเอียดอ่อนจึงต้องรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญที่คาดว่าจะส่งถึงกกต.ภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าหากมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ กกต.จะสามารถดำเนินการได้โดยได้มีการวางมาตรการในการที่จะทำให้การจัดการเลือกตั้งเกิดความสำเร็จแต่ทั้งนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะอาจทำให้ถูกขัดขวางได้อีก

               ด้านนายวรภัทร วงศ์ปราโมทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกกต. กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายมีความเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเฉพาะในส่วนของวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.เท่านั้นที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเนื่องจาก 28 เขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัคร การจะจัดเลือกตั้งในส่วนนี้จะทำให้มีวันเลือกตั้งเป็น 2 วันซึ่งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 108 โดยศาลไม่ได้วินิจฉัยในเรื่องกระบวนการจัดการเลือกตั้งของกกต.ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ประชุมจึงเห็นว่าจากกรณีดังกล่าว ทำให้กกต.ไม่ต้องคืนค่าสมัครรับเลือกตั้งซึ่งเงินค่าสมัครที่ได้ก็จะนำไปรวมเป็นเงินของกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองตามกฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันผู้สมัครก็ต้องยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งซึ่งเป็นคดีอาญาก็จะยังคงดำเนินการได้ต่อไป เพราะเมื่อปี 49 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2เม.ย. 49 เป็นโมฆะ แต่ยังมีคดีฉีกบัตรเลือกตั้ง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในขณะนั้นก็พิพากษาวางแนวไว้ว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ไม่มีผลลบล้างการกระทำผิดตามกฎหมายอาญาแต่อย่างใด เนื่องจากความผิดได้สำเร็จแล้ว แต่ในส่วนของสิทธิเลือกตั้งของประชาชน ที่ประชุมยังเห็นเป็น 2 แนวทางว่า ผู้ที่ไม่ได้ไปเลือกตั้งในวันที่2 ก.พ. จะเสียสิทธิหรือไม่

               นายวรภัทร กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันก็เห็นว่าเมื่อพ.ร.ฎ.ยุบสภาไม่ได้เสียไป เท่ากับว่าสถานะของรัฐบาลยังเป็นรัฐบาลรักษาการที่หากจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ก็ต้องมาขอความเห็นชอบจากกกต.เช่นเดิม ส่วนการดำเนินการต่างๆของพรรคการเมืองและผู้ที่จะลงสมัครก็ควรพึงระมัดระวังว่าจะเป็นการกระทำเพื่อเล็งผลให้ได้รับเลือกตั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใหม่

               นายวรภัทร ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ที่ประชุมก็เห็นว่าระยะเวลาที่กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 60 วันนับแต่พ.ร.ฎ.ยุบสภามีผลบังคับใช้นั้น ในกรณีนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยดังกล่าว ระยะเวลา 60 วันจะเริ่มนับก็ต่อเมื่อพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไปฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ ซึ่งเป็นแนวทางตามปี 49 โดยก่อนที่จะมีการตราพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมฯนี้ กกต.ก็จะมีการหารือกับพรรคการเมือง ผู้แทนรัฐบาลซึ่งอาจเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ในการนำเสนอร่างพ.ร.ฎ. รวมถึงกลุ่มกปปส. เพื่อให้ได้ข้อสรุปในเรื่องของวันเลือกตั้งใหม่ที่เหมาะสม โดยที่ประชุมก็เห็นว่าระยะเวลาที่จะจัดการเลือกตั้งใหม่นั้น ไม่ควรเร็วเกินไปจนอาจทำให้กระบวนการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่ขึ้นเสียไปได้อีก ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ช้าเกินเพราะจะทำให้รัฐบาลอยู่รักษาการนานเกินไป สำหรับประเด็นกรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญมาตรา 93 กำหนดว่ากกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้ได้ส.ส.ในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จให้ครบ 500คนภายใน 180 วันนับแต่วันเลือกตั้งนั้นถือว่าสิ้นผลไปโดยปริยายและมาตรานี้จะใช้บังคับได้อีกครั้งต่อเมื่อพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมฯมีผลบังคับใช้

               เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยศาลจะถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ นายวรภัทร กล่าวว่า “ที่ประชุมเห็นว่าตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ หรือเสมือนไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถือว่าการเลือกตั้งได้เกิดขึ้นแล้วเป็น 1 ครั้ง ซึ่งก็มีการสอบถามกันว่าแล้วหากพรรคประชาปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันอีกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีผลให้ต้องถูกยุบพรรคตามมาตรา 91 ( 2 ) ของพ.ร.บ.พรรคการเมืองหรือไม่นั้น ที่ประชุมมองว่า มาตรา 91 (2) เขียนไว้ว่าหากพรรคการเมืองใดไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง 2 ครั้งติดกัน หรือในระยะเวลา 8 ปีติดต่อกันสุดแต่ระยะเวลาใดยาวกว่ากัน จึงจะเป็นเหตุให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพ ซึ่งคำว่า “หรือ” นี้ทำให้แม้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครอีกก็ไม่ทำให้สิ้นสภาพพรรคการเมืองได้ เนื่องจากมีกรอบระยะเวลา 8 ปีครอบคลุมอยู่

               ทั้งนี้ นายวรภัทร ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยอาจฟ้องเรียกค่าเสียหายที่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้วินิจฉัยการกระทำของกกต.ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องในอีก 3-4 ประเด็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกกต.ก็ยืนยันมาตลอดว่าการดำเนินการที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นเมื่อกกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย