
กินแบบโอบามา
บ้านเรากำลัง เห่อแพนด้าน้อย กันอย่างหนัก ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็กลายเป็นข่าวไปหมด แต่ที่สหรัฐอเมริกาคนยัง เห่อโอบามา ไม่สร่างซา เวลาผู้นำสุดป๊อปคนนี้หยิบอะไรใส่ปาก คนก็จะแห่ไปซื้อมากินตามเพื่อให้อินเทรนด์
อย่างร้าน "ไพ พิซซ่า" ในเมืองเซนต์หลุยส์นั้น มีลูกค้าเต็มใจยืนเข้าแถวรอโต๊ะนานกว่า 2 ชม. นับตั้งแต่มีข่าวว่าตอนที่มาแวะกินช่วงหาเสียงนั้น โอบามาชอบพิซซ่าร้านนี้มากถึงขั้นเชิญเจ้าของร้านไปทำพิซซ่าให้กินที่ทำเนียบขาวเลยทีเดียว
คริส ซอมเมอร์ส ผู้เป็นเจ้าของร้านบอกว่า ได้บอกกับลูกค้าไปแล้วว่าอาจต้องรอโต๊ะนาน 2-4 ชม. แต่พวกเขาก็ไม่ยั่น
นอกจากพิซซ่าที่เซนต์หลุยส์แล้ว ของกินยอดฮิตของโอบามายังมีแพนเค้กจากพิตสเบิร์ก แฮมเบอร์เกอร์ฉ่ำๆกับไส้กรอกรมควันใส่พริกครึ่งหนึ่งในวอชิงตัน
จะว่าไปไอ้อาการฮิตกินอาหารตามคนดังนี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตำรับกับข้าวของทำเนียบขาวก็ได้รับความนิยมมาโดยตลอด เอ็ดดี้ เกห์มาน โคฮาน เจ้าของบล็อก Obama Foodorama วิเคราะห์เรื่องนี้เอาไว้ว่ามีสาเหตุผลอยู่ 2 ประการ คือ คนสนใจเรื่องอาหารการกินกันมากขึ้น ประกอบกับความอยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับโอบามา
อย่าง บลูฮิลล์ ภัตตาคารหรูที่โอบามาควงมิเชลไปกินดินเนอร์ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนั้น ก็กลายเป็นที่รู้จักกันชั่วข้ามคืน โดยโคฮานบอกว่าเย็นนั้นเธอมีธุระต้องออกไปข้างนอก พอกลับมาก็เห็นคนโพสต์ถามกันให้ว่อนเน็ตว่า โอบามากับเมียอยู่ที่บลูฮิลล์จริงๆ รึเปล่า พอวันรุ่งขึ้น บล็อกของเธอก็มีคนคลิกเข้ามาชมหลายล้านครั้งเลยทีเดียว
ด้วยความที่โอบามาเป็นประธานาธิบดีก็อดที่จะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้ เริ่มจากการที่ อลิซ วอเตอร์ส ซึ่งเป็นทั้งเชฟและนักประพันธ์ได้เขียนจดหมายถึงสามีภรรยาโอบามา เสนอตัวช่วยเลือกเชฟประจำทำเนียบขาวใหม่ โดยบอกว่าควรจะเป็นคนที่อุทิศตัวให้แก่แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ แล้วก็อนุรักษนิยม
ทำให้วอลเตอร์เชบ ที่เคยเป็นเชฟให้ทั้งคลินตัน และบุชมานานถึง 11 ปีอดรนทนไม่ไหวต้องออกมาปรามว่า "คนพากันลืมไปว่าประธานาธิบดีและครอบครัวหมายเลข 1 ไม่ได้มาจากดาวอังคารนะ พวกเขาก็กินอาหารเหมือนที่คนทั่วไปกินกันนั่นแหละ"
หรือจะพูดให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า "อย่าเวอร์ให้มากนัก"
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



