
'เต้น'เปิดชื่อติดโผ'นายกฯเถื่อน'
24 มี.ค. 2557
'ณัฐวุฒิ' เปิดชื่อ 'นายกฯ ม.7' ชี้ 'พลากร' เต็งหนึ่ง 'อานันท์-ประวิตร-หม่อมอุ๋ย-สมคิด-อาษา-สุรเกียรติ์-วิกรม' ติดโผ ซัด 'มาร์ค' กระเสือกกระสนอยากเป็น
24 มี.ค. 57 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ขอสื่อสารไปถึงประชาชนและคนที่จะปรากฏชื่อในที่สิ่งตนกำลังจะกล่าวถึง นี่ไม่ได้นำชื่อมาประณามใส่ร้ายหรือสร้างความเกลียดชัง แต่วันนี้เป็นการหยิบเอาชื่อที่ได้มาจากแหล่งข่าว ทั้งที่เป็นนักการเมืองและแวดวงอื่นรวมถึงเพื่อนสื่อมวลชนบางคนบางกลุ่ม ตนรวมรายชื่อมา 7-8 คน และจัดหมวดหมู่ว่าใครอยู่ในกลุ่มตัวเต็ง ตัวสอดแทรก หรือม้ามืด ขอเรียนว่า ตนรับผิดชอบในสิ่งที่ตนพูด เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งเตรียมชื่อที่จะเสนอ แต่ท่านจะรู้หรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ท่านจะอธิบาย และไม่คิดว่ารายชื่อเหล่านี้จะเป็นศัตรูโดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อยังไม่เกิดความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันยังไม่เกิด ส่วนที่วิเคราะห์ว่าตนต้องการตีปลาหน้าไซนั้น ไม่ใช่ ที่พูดเพราะต้องการทวงถามความเป็นธรรมให้สังคมไทย
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อเป็นการข่าวอาจจะใช่คนในนี้หรือไม่ใช่ก็ได้ ก่อนปี 2549 เกิดคาร์บอมบ์ มีการจับกุมนายทหารหลายคน หนึ่งในจำนวนนั้นคือ "จ่ายักษ์" ซึ่ง "จ่ายักษ์" ให้การว่าเป้าหมายคาร์บอมบ์วันนั้นคือการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และหากทำไม่สำเร็จจะยึดอำนาจ และจะตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ หลายคนกล่าวหา "จ่ายักษ์" ว่าเป็นคาร์บ๊อง แต่ก็เป็นจริง แต่น้ำหนักของแหล่งข่าวน่าเชื่อถือกว่า "จ่ายักษ์" นอกจากนี้สำหรับเรา เราจะไม่เลือกนายกฯ ที่นายสุเทพ เตรียมว่า นายกฯ ม.7 นายกฯ คนกลาง นายกฯ คนดี แต่เราจะเรียกว่า "นายกฯ เถื่อน" เพราะเป็นนายกฯ นอกกฎหมาย และตนส่งรายชื่อให้โรงเรียน นปช. ตรวจสอบข้อมูล
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ชุดแรกสามคน เต็งหนึ่งถึงสาม ตนจะเปิดจากเต็งสามก่อน ซึ่งก็คือ นายอานันท์ ปันยารชุน นายอานันท์ เคยเป็นนายกรัฐมนตรีสองครั้ง จากการยึดอำนาจ และต่อมาก็มีบทบาทรวมถึงการเป็นกรรมการปฏิรูปประเทศ และเคยประกาศว่าจะไม่เอาจำนำข้าว เต็งสอง ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ.ยุค พ.ต.ท.ทักษิณ และต่อมาเมื่อรัฐประหาร ก็ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร เป็นพี่ใหญ่ในทหารบูรพาพยัคฆ์ และมีบทบาทสำคัญในการย้ายข้างทางการเมืองจนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เป็นนายกฯ และวันนี้ยังเป็นผู้ประสานงานกลุ่มต่างๆ ส่วนเต็งหนึ่ง ได้แก่ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี มีข้อมูลว่านายพลากร สนิทกับนักการเมืองหลายฝ่าย และแนบแน่นกับพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เมื่อเริ่มชุมนุมใหม่ๆ นายสุเทพ เคยพบกับนายพลากร ที่คลับ ย่านสุขุมวิท และเครือข่ายสายมหาดไทยที่เคลื่อนไหวกับ กปปส. ก็เป็นสายเดียวกันกับนายพลากร ส่วนข้อจำกัดเรื่องการเป็นองคมนตรี ก็ไม่มี เพราะ พล.อ.สุรยุทธ์ ก็เคยเป็นองคมนตรีมาก่อนเช่นกัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่าชุดที่สอง มี 2 คน เป็นตัวสอดแทรก คนที่ 1 คือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล การที่ลาออกจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในปี 2549 ก็เพื่อมารับตำแหน่งนายกฯ ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร สามารถยืนได้ทุกที่ หรือหาจุดยืนไม่ได้ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก เพื่อหานายกฯ คนกลางด้วย และคนที่ 2 คือ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาในเครือชินคอร์ป และมาเป็นธิงค์แทงค์ ในการกำหนดยุทธศาสตร์ทางการเมือง และเคยเป็นรัฐมนตรีในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้สมัยนั้นมีรายงานข่าวเชิงลึกว่า นายสมคิด เคยไปคุยกับคนมากบารมีและไปติดต่อคนมาเป็นรัฐบาลสมัยนั้น ท่าทีขณะนี้มีการแสดงความเห็นที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลปัจจุบัน
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ม้ามืด สามคน 1. นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย 2. นายอาษา สารสิน และ 3. นายวิกรม กรมดิษฐ์ และยังมีอีกหนึ่งคนที่เขาพยายามยัดเยียดให้เป็นอัศวินม้าขาว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยการกดดันให้ยึดอำนาจ นอกจากนี้ยังมีคนที่กระเสือกกระสนอยากเป็นนายกฯ ซึ่งก็คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ



