ข่าว

'นครบาล'จับ-ปรับจริง!ผู้ขับขี่ไร้วินัย

'นครบาล'จับ-ปรับจริง!ผู้ขับขี่ไร้วินัย

24 มี.ค. 2557

'นครบาล' จับ-ปรับจริง! 'จอดแช่ป้าย-หยุดรถกีดขวางทางจราจร' เดินหน้าแล้ว 10 จุดทั่วกรุง จ่อขยายเพิ่มอีก 45 จุด หวังแก้ปัญหารถติดระยะยาว

 
                    24 มี.ค.57 พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบงานด้านการจราจร พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) หัวหน้าคณะทำงานจัดการจราจร กทม. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผบช.น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ผบก.น. 5) พร้อมนายตำรวจระดับ รอง ผบก.น. 5 กำกับดูแลงานจราจรร่วมกันเปิดโครงการ "แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ตลาด และป้ายรถโดยสารประจำทาง" นำร่อง 10 จุดในพื้นที่ บก.น. 1 บก.น. 2 บก.น. 5 บก.น. 7 และ บก.น. 8 รณรงค์กวดขันวินัยจราจรผู้ขับขี่พร้อมกันตั้งแต่วันนี้ (24 มี.ค) เป็นต้นไปหากพบผู้กระทำความผิดลักษณะจอดแช่ป้าย จอดกีดขวางการจราจรเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะดำเนินกาจับปรับในทันที
 
                    สำหรับจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกวดขันเข้มงวดในจุดต่างๆบริเวณป้ายรถประจำทางหน้าโรงแรมอินทราถนนราชปรารภ บริเวณหน้าศูนย์การค้าและโรงภาพยนต์เมเจอร์รัชโยธิน สน.พหลโยธิน บริเวณหน้าหน้าตลาดมีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์-สยามพารากอน หน้าห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า หน้าบริเวณป้ายรถประจำทางตลาดไทยช่วยไทย ถนนรัชดาภิเษกย่านฝั่งธนบุรี บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค ถนนเพชรเกษม และหน้าสนามบินดอนเมืองถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นจะขยายผลดำเนินการในระยะ 2 และ 3 ในพื้นที่ต่างๆ ให้ครบทั้งหมด 45 จุดที่เป็นปัญหาในพื้นที่ กทม.ชั้นในและรอบนอกโดยเฉพาะบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า หน้าตลาด หน้าสถาบันกวดวิชา เป็นต้น
 
                    พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ศึกษาปัญหาการจราจรติดขัดในหลายพื้นที่พบว่า การจอดรถกีดขวางการจราจรและการจอดแช่เป็นเวลานานมีผลกระทบการต่อสภาพการจราจรติดขัดเป็นวงกล้างโดยเฉพาะบริเวณหน้าศูนย์การค้าใหญ่ๆ บช.น.จึงออกมาตรการดำเนินการจับปรับบังคับใช้กฎหมายเด็กขาดกับผู้ขับขี่ที่ไม่มีระเบียบวินัยทำให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะการหยุดจอด การจอดรถรับส่งผู้โดยการที่ไม่เข้าป้ายไม่จอดในที่ที่กำหนดให้ การจอดลักษณะกีดขวางการจราจรไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสาเหตุให้การจราจรติดขัด จึงมีแนวคิดจัดระเบียบรถโดยสารประจำทาง รถแท็กซี่ รถสามล้อสาธารณะ รถผู้โดยสาร รวมถึงรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ประชาชนได้รับความสะดวกในการสัญจรมากที่สุด โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการทั้งหมด 45 จุด โดยวันนี้ดำเนินการพร้อมกัน 10 จุดในพื้นทีที่กำหนด
 
                    พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังดำเนินการมาตรการยกรถแทนล็อคล้อในระยะ 3 ควบคู่ไปด้วยโดยขยายเส้นทางในวงกว้างออกไปในพื้นที่ บก.น. 1 บก.น. 2 บก.น. 5 และ บก.น. 6 จับปรับยกอย่างเด็ดขาดจริงจังเนื่องจากปี 2557 เป็นปีแห่งการบังคับใช้กฎหมายจราจรเด็ดขาดเหตุที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่เนื่องจากที่ผ่านมาติดการชุมนุมทางการเมืองทำให้ไม่สามารถดำเนินการกวดขันจับกุมได้อยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เคารพกฎหมายการจราจรเมื่อไม่มีการกระทำความผิดตำรวจก็ไม่มีการจับกุม ขอยืนยันว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโปร่งใสตรงไปตรงมาไม่มีการกลั่นแกล้งเร่งทำยอดจับกุมผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาเดียวกันมีพิธีเปิดโครงการดังกล่าวอีก 3 จุดด้วยกันคือ โครงการ "แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ตลาด และป้ายรถโดยสารประจำทาง" ในพื้นที่ บก.น. 1 หน้าโรงแรมอินทราถนนราชปรารภโดยมีพล.ต.ต.วิชาญวัชญ์ บริรักษ์กุล ผบก.น. 1 เป็นประธานพร้อมรณรงค์ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและจัดระเบียบการจราจรมีการปล่อยแปรป้ายลูกโป่งและปล่อยแถวตำรวจจราจรในการทำหน้าที่
 
                    พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.น. 7 พร้อมด้วยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ บก.น. 7 ร่วมกันปล่อยแถวโครงการ "แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ตลาด และป้ายรถโดยสารประจำทาง" ในพื้นที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้ามีการแจกเอกสารประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ขับขี่รถที่ผ่านไปมา ด้าน พล.ต.ต.รัษฎากร ยิ่งยง ผบก.น. 8 เป็นประธานเปิดโครงการ "แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า ตลาด และป้ายรถโดยสารประจำทาง" และปล่อยแถวตำรวจจราจร บก.น. 8 ทำหน้าที่จัดระเบียบจราจรบริเวณหน้าตลาดไทยช่วยไทยย่านฝั่งธนบุรีพร้อมติดสติกเกอร์คำเตือนห้ามหยุดห้ามจอดห้ามแช่นานในลักษณะกีดขวางการจราจรท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ผ่านไปมา
 
 
ตำรวจเร่งสอบพยานเอาผิดคนขับรถเมล์สาย8
 
 
                    จากกรณีที่นายเหมือน ปรางประเสริฐ อายุ 32 ปี คนขับรถโดยสารประจำทางสาย 8 สีชมพูทะเบียน 13-7382 กทม. ได้ขับรถเฉี่ยวชนรถจยย.จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บบริเวณถนนลาดพร้าวช่วงแยกไฟแดงปากซอยลาดพร้าว 64 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม.เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารสาย8 แต่อย่างใด
 
                    ความคืบหน้าวันนี้ (24 มี.ค.) ร.ต.ท.อิสระพงษ์ ผาผาย ร้อยเวร สน.โชคชัย กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยายามรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมาย เบื้องต้นขณะนี้ได้มีการสอบปากคำพยานไว้ส่วนหนึ่งแล้ว หลังจากนี้ก็จะทำสำนวนสรุปให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งเบื้องต้นคงต้องแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ส่วนจะแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่อยู่พยานหลักฐานและการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา