
'ปชป.'ไล่'จารุพงศ์'พ้นหน.พรรค
24 มี.ค. 2557
'ปชป.' เอาคืน ไล่ 'จารุพงศ์' พ้นหน.พรรค เหตุมีคดีถูกถอดถอน บี้ 'นายกฯ-ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.' เร่งทำคดีม็อบการเมือง ยัน 'อลงกรณ์' ไม่ตั้งพรรคใหม่
24 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หากไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก ว่า คนที่น่าจะลาออกจากหัวหน้าพรรค น่าจะเป็นนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะดีกว่า เพราะมีคดีถูกยื่นถอดถอนอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงไม่คัดค้าน และไม่ดำเนินคดีกับคนที่คิดแบ่งแยกประเทศ เชื่อว่าหลายคนในพรรคเพื่อไทยอยากให้เปลี่ยนหัวหน้าพรรค ถ้าไม่เชื่อลองไปเรียกนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คงจะได้เห็นสีหน้าชื่นชอบจากนายสมชาย
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ ก็อยากเสนอให้เปลี่ยนเอานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. มาเป็นผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อันดับที่ 1แทน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะดูเหมือนคนในพรรคเพื่อไทยมองว่านายจตุพร จะสามารถแก้ปัญหาการเมืองได้ จึงได้นั่งเก้าอี้ประธาน นปช. นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้มีการปลดนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่นายณัฐวุฒิ เป็นเลขาธิการ นปช. เพราะถ้าวันใดมีการนำม็อบไปสู่ความรุนแรง ครม.จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เนื่องจากนายณัฐวุฒิ นั่งประชุม ครม.ทุกครั้ง ถ้าไม่ปลดนายณัฐวุฒิ ออก แสดงว่าครม.ให้ท้ายความรุนแรงหรือไม่
บี้ 'นายกฯ-ผบ.ทบ.-ผบ.ตร.' เร่งทำคดีม็อบการเมือง
น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เร่งรัดดำเนินคดี และชี้แจงความคืบหน้าในคดีความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.ในทุกคดี ตั้งแต่เหตุการณ์ที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง จนมาถึงคดีระเบิดที่บิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งผ่านพ้นมานานแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า และหลายคดีเกี่ยวข้องกับความมั่นคง มีอาวุธสงคราม หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนจะหารือกับคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา และฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เอาผิดกับฝ่ายความมั่นคง น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป โดยเฉพาะในคดีที่นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงปทุมธานี ที่ประกาศตั้งกองกำลังเดินหน้ายุทธการมดแดงล้มช้างสาร ถือเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องดำเนินการตามกฎหมายกับคนกลุ่มนี้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป โดยเชื่อว่าโกตี๋ มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หนุนหลังอยู่ จึงอยากให้ ผบ.ตร. ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ ผบช.น. เร่งดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ไม่เช่นนั้นก็ขอให้ถอดเครื่องแบบแล้วลาออกไป
ยัน 'อลงกรณ์' ไม่ตั้งพรรคใหม่
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ทวิตเตอร์ปฏิเสธข่าวการลาออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค โดยตั้งข้อสังเกตอาจถูกคนในพรรคหรือนอกพรรคปล่อยข่าวเจาะยางว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหาเรื่องการเจาะยางกันเอง และไม่มีเรื่องคาใจกันใดๆ เมื่อมีความเห็นที่แตกต่างกันก็ออกมาแสดงความเห็น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สวยงาม และเมื่อปรับความเข้าใจกันแล้วทุกอย่างก็จบ และทุกคนก็ออกมายอมรับอย่างลูกผู้ชาย ซึ่งเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ได้คุยกับบุคคลทั้งสองแล้ว ได้รับการยืนยันว่าไม่มีเรื่องการลาออกและตั้งพรรคใหม่แน่นอน ส่วนที่มีการปล่อยข่าวว่ามีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เป็นนายกฯคนกลาง นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นใคร ก็ไม่มีทางก้าวเข้าสู่อำนาจที่ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย จึงขอร้องไปยังคนเสื้อแดงว่าอย่าปล่อยข่าวเอาพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นเหยื่อทางการเมือง
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า จากการที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยอ้างถึงจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ถึง 20 ล้านเสียง แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยอมรับการเลือกตั้งนั้น ถือว่าพรรคเพื่อไทยบิดเบือนตัวเลขอย่างแปลกประหลาด เพราะปกติการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 35 ล้านเสียง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ 20 ล้านเสียง โดยเสียง 6 ล้านเสียงที่ตั้งใจทำบัตรเสีย แสดงว่ามีผู้ต้องการมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจริง เพียง 14 ล้านเสียง ส่วนผู้ที่ไม่มาใช้สิทธิ์ 15 ล้านเสียง เมื่อรวมกับ 6 ล้านเสียงที่ทำบัตรเสีย จะเท่ากับ 21 ล้านเสียง ชนะ 14 ล้านเสียงของผู้มาใช้สิทธิ์อย่างไม่เห็นฝุ่น ซึ่งการที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ควรเริ่มเปิดเวทีพูดคุยเจรจาให้ประเทศมีทางออก ก่อนที่จะกำหนดวันเลือกตั้งใหม่
"พรรคประชาธิปัตย์จะลงเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับสมาชิกพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าการเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายหรือไม่ ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้งที่พิการไม่เป็นทางออกให้กับประเทศ หากสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อย และอาจเกิดความรุนแรงมากกว่าเดิม"



