
'บรรหาร'ปัดเป็นนายกฯคนกลาง
24 มี.ค. 2557
'บรรหาร' ปัดเป็นนายกฯคนกลาง เพราะอายุเยอะแล้ว เชื่อเลือกตั้งเป็นทางออกวิกฤตการเมือง แต่ห่วงบางพรรคดื้อไม่ลงลต. ปัญหาวนไม่จบ บ่น 'ศาลรธน.' ไม่แนะทางออก
24 มี.ค.57 นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวภายหลังร่วมงานประชุมใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนา ครั้งที่1/2557 ถึงการจัดการเลือกตั้งรอบใหม่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้การเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ว่า หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พรรคชาติไทยพัฒนาก็พร้อมจะลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แม้การเลือกตั้งจะถูกเว้นวรรคไป 2 ปี สุดท้ายก็ต้องกลับมาเลือกตั้งอยู่ดี ดังนั้นการเลือกตั้งจึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาได้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามมีสิ่งที่ตนกังวลคือหลังจากที่มีมติศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้วไม่ได้เสนอแนะแนวทางออกทำให้เป็นปัญหาในการปฏิบัติ เช่น การประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ ใครจะเป็นผู้มีอำนาจออกกฎหมายเพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง และที่สำคัญหากบางพรรคการเมือง ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่และมีผลต่อการเลือกตั้ง ไม่ลงสมัครรรับเลือกตั้ง ปัญหาที่ทำให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะจะเกิดขึ้นซ้ำอีกได้ ส่วนปัญหานี้จะแก้อย่างไรตนไม่รู้ ไม่ใช่หน้าที่ตน
"ผมมองว่าศาลรัฐธรรมนูญควรจะชี้แนะทางออกด้วย หากไม่ชี้ประเทศก็จะเป็นทางตันอยู่แบบนี้ แต่สถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นปัจจุบันผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะแก้ไข หรือทางออกอยู่ที่ไหน ส่วนการชุมนุมของกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่จะออกมาเคลื่อนไหวใหญ่ช่วงต่อจากนี้ ผมว่าเขาจะทำอะไรก็ปล่อยเขา ผมห่วงอย่างเดียวคือความรุนแรง ดังนั้นขอให้ผู้สื่อข่าวระวังตัวไว้ด้วย" นายบรรหาร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเร็วๆ นี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเชิญทุกพรรคการเมืองหารือเรื่องจัดการเลือกตั้งรอบใหม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่ทางออก หากบางพรรคการเมืองตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งอีกจะทำอย่างไร ปัญหาก็จะวนอยู่แบบเดิม เมื่อถามต่อถึงกระแสข่าวการทาบทามให้มาเป็นนายกฯคนกลาง นายบรรหาร หัวเราะก่อนตอบว่า "เป็นไปไม่ได้ ผมไม่ไหว จะให้เอาภูเขามาใส่อกทำไม แต่หากผมยังอายุ 60ปี ก็ไม่แน่นะ อาจจะรับก็ได้ ผมคิดว่าคนมาเป็นนายกฯคนกลางไม่ง่าย"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ได้มีแกนนำพรรค อาทิ นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค, นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และมีอดีต ส.ส. รวมถึงสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้องเพรียง
ทั้งนี้นายธีระ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่าขณะนี้พรรคมีสาขาพรรครวม 9 แห่ง ได้แก่ จ.สุพรรณบุรี จ.อ่างทอง จ.นครศรีธรรมราช จ.ปัตตานี จ.สงขลา จ.อุบลราชธานี จ.กาฬสินธุ์ จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ใน จ.เชียงใหม่ ถือเป็นสาขาพรรคใหม่ที่เพิ่งตั้งขึ้น อย่างไรก็ตามในวันที่ 30 มี.ค.ที่มีการเลือกตั้งสว.ขอให้สมาชิกพรรคออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งดัวย และขอให้ระวังการมำผิดกฎหมายเลือกตั้งระหว่างที่จะมีการเลือกตั้งรอบใหม่



