ข่าว

ไทยตอนบนฝนลดอากาศร้อน

ไทยตอนบนฝนลดอากาศร้อน

24 มี.ค. 2557

ไทยตอนบนฝนลดอากาศร้อน ภาคใต้มีฝน อ่าวไทยคลื่นสูง 2 ม. กทม.ฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ ขณะที่จ.อุตรดิตถ์ ประกาศภัยแล้งครอบคลุมทั้งจังหวัด

 
                      กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 24 มีนาคม 2557 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นกับมีอากาศร้อน ประกอบกับลมตะวันออกกำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ แต่ยังคงทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
 
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
 
                      ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมาก บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
 
                      ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย และหนองคาย อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                      ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
 
                      ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
 
                      ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
 
                      ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน และมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
 
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
 
 
อุตรดิตถ์ประกาศภัยแล้งครอบคลุมทั้งจังหวัด
 
 
                      (24 มี.ค.) นายณรงค์ อินโส ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.) เปิดเผยว่า จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงและวิกฤติในรอบ 10 ปี แหล่งน้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาแห้งขอด ประชาชนไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้ ต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้งครอบคลุมทั้งจังหวัด 9 อำเภอ 38 ตำบล 329 หมู่บ้าน ล่าสุดมีประชาชนขาดแคลนน้ำแล้ว 48,539 ครัวเรือน จึงตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งรับตำบล ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง
 
                      นอกจากนี้ยังได้ประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 9 พิษณุโลก กรมทรัพยากรน้ำ นำรถบรรทุกน้ำมาประจำทุกตำบลที่ท้องถิ่นไม่มีรถบรรทุกน้ำ และออกแจกจ่ายน้ำให้ชาวบ้านทุกวัน ไม่มีวันหยุด เฉลี่ยกว่าวันละ 5 หมื่นลิตร เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ล่าสุดแจกจ่ายน้ำไปแล้วกว่า 5.5 ล้านลิตร
 
                      ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรนั้น วิงวอนเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน งดน้ำทำนาปรังรอบ 2 โดยเด็ดขาด เนื่องจากแหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอ ส่วนเขตชลประทานขอความร่วมมือทำนาปรังหรือปลูกพืชในขอบเขตที่ราชการกำหนดเช่นกัน เพื่อป้องกันผลผลิตที่จะเสียหายจากน้ำที่ไม่เพียงพอ
 
 
บุรีรัมย์-ภัยแล้งกระทบผู้เลี้ยงปลาในกระชัง บางรายเลิกกิจการหวั่นขาดทุน
 
 
                      สถานการณ์ภัยแล้งที่ลำน้ำมูน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ภัยแล้งขยายวงกว้างปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่องแห้งขอดสันดอนทรายโผล่ นายจิรพงศ์ นุตะศะริน ประมงจ.บุรีรัมย์ กล่าว่า ผลกระทบที่เกิดจากภัยแล้งในระยะนี้ ส่งผลต่อผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ต.ท่าม่วง อ.สตึก กว่า 40 ราย ต้องหยุดและชะลอการเลี้ยง เพราะลำน้ำมีสภาพตื้นเขินเป็นกรดแก๊สหากเลี้ยงเสี่ยงกับอาการปลาน็อกตายจากภาพอากาศที่ร้อนจัดและน้ำที่เน่าเสีย ทำให้ขาดรายได้นับล้านบาท
 
                      นอกจากนี้เกษตรกรเลี้ยงปลาเชิงพาณิชย์ที่มาขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประมงจังหวัดกว่า 13,000 ราย ประปัญหาน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเหือดแห้งและน้ำที่กักเก็บไว้หมุนเวียนสำหรับเลี้ยงปลาแห้งขอด ต้องชะลอและเลิกเลี้ยงไปอีกกว่าร้อยละ 20 หรือกว่า 2,000 ราย
 
                      “แจ้งเตือนผู้เลี้ยงปลาให้ชะลอการเลี้ยง เกรงว่าจะประสบปัญหาภัยแล้ง และสภาพอากาศที่ร้อนจัด ปลาจะมีอาการน็อกตายได้ ระยะนี้เกษตรกรควรสูบน้ำออกให้แห้ง แล้วโรยด้วยปูนขาว ตากบ่อให้แห้งเพื่อฆ่าเชื้อไว้รองรับการเลี้ยงปลาในฤดูกาลหน้า พร้อมแจ้งประมงอำเภอ เร่งสำรวจ ให้คำแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังและเชิงพาณิชย์หากพบว่าปลาที่เลี้ยงไว้ตายผิดปกติ รีบแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบและควบคุมดูแล เพื่อป้องกันการระบาดของโรค” นายจิรพงศ์ กล่าว