
ชาวตำบลแพรกษา!เป็นเหยื่อบ่อขยะอีกนานแค่ไหน
ชาวบ้านตำบลแพรกษา! ต้องเป็นเหยื่อบ่อขยะอีกนานแค่ไหน : ธนภัท กิจจาโกศลรายงาน
ผลกระทบจากมลพิษที่ตามมาหลังเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษา ภายในซอยสวัสดี แยก 10 เทศบาลบางปู ซอย 8 ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านบริเวณรอบบ่อขยะกว่า 300 คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากควันโดยตรง รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง จ.สมุทรปราการ โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมส่งนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยนำอุปกรณ์ตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยเข้าตรวจสอบปริมาณปนเปื้อนของสารพิษในอากาศในพื้นที่รอบกองขยะ พบอากาศละแวกเกิดเหตุมีสารพิษปนเปื้อนในปริมาณสูงถึง 1.7-2.5 พีพีเอ็ม ซึ่งผู้สูดดมควันพิษเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยนักวิทยาศาสตร์แนะนำให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วนในรัศมี 1.5 กม. หากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ต้องสวมหน้ากากป้องกันควันพิษตลอดเวลา
บ่อขยะแพรกษาเป็นบ่อขยะขนาดใหญ่ 1 ใน 3 แห่งใน จ.สมุทรปราการ คือ บ่อขยะแพรกษา, บ่อขยะ ต.แสงไชย ในพื้นที่ ต.แพรกษาใหม่และบ่อขยะต.บางปลา อ.บางพลี และเมื่อ 4 ปีก่อนได้เกิดไฟไหม้ลักษณะเดียวกันจนประกาศปิดบ่อขยะมาแล้ว แต่ยังมีการลักลอบนำขยะมาทิ้งถึงปัจจุบัน จนเกิดไฟไหม้ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เมื่อตรวจสอบเพิ่มปรากฏว่ามีขยะพิษจากอุตสาหกรรมและกากอุตสาหกรรมจากโรงงานจำนวนมาก เมื่อถูกเผาไหม้จึงส่งผลให้เกิดมลพิษรุนแรง โดยสารพิษที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษจากไฟไหม้กองขยะคือกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศและสารไดออกซิน ฟิวแรน ซึ่งทั้ง 2 เป็นกลุ่มสารก่อมะเร็ง
นายมนัส นุ่นทองคำ อายุ 60 ปี อาชีพเลี้ยงปลา ในพื้นที่ หมู่ 4 ติดบ่อขยะดังกล่าว บอกว่า เป็นคนพื้นที่ตั้งแต่เกิดเดิมบริเวณนี้ไม่ใช่บ่อขยะ เป็นที่ดินธรรมดา เมื่อขุดดินไปถมทำนิคมอุตสาหกรรม ทำให้พื้นที่กลายเป็นบ่อขนาดใหญ่ แรกๆ ก็เป็นบ่อปลาขนาดใหญ่ตรงกลางลึกกว่า 40 เมตรและปล่อยทิ้งร้างไว้ แต่ช่วงระยะ 10 ปี มีการนำขยะไปทิ้งและมีการจัดการเป็นที่ทิ้งขยะชัดเจน มีรถนำดินมาฝังกลบจนมีขยะเต็มบ่อ ซึ่งหลังเกิดไฟใหม้คล้ายๆ กันเมื่อ 4 ปีก่อนก็ถูกประกาศให้ปิดบ่อขยะ แต่มีคนแอบมาทิ้งขยะทุกวัน เหมือนมีคนมาเช่าเพื่อทิ้งขยะด้วย มีการทำสำนักงานรับซื้อขยะและคัดแยกขยะด้วย ตอนนี้ก็ยังทำงานกันอยู่
"ก่อนไฟไหม้ก็ยังทำงานกันอยู่ ไม่ใช่บ่อร้าง มีการนำขยะเข้ามาทิ้งทุกวัน ไม่รู้ว่าเป็นอะไรบ้าง จะเข้ามาทีเป็นรถขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ บ่อต้องทำใจมีกลิ่นบ้างหลายคนร้องเรียนไปเรื่องก็เงียบ ไฟไหม้ครั้งก่อนไหม้ข้างๆ ดับได้ง่าย แต่ครั้งนี้ถือว่าไหม้หนัก เพราะลุกจากตรงกลาง เมื่อก่อนผมก็ใช้น้ำจากบ่อนี้แหละสูบมาเลี้ยงปลา พอเป็นบ่อขยะต้องทำคันให้สูง เพื่อไม่ให้น้ำเสียไหลเข้ามา ไม่งั้นปลาตายหมด ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาให้จบสิ้น ไม่เช่นนั้นชาวแพรกษาต้องตกเป็นเหยื่อไปอีกนาน" นายมนัสกล่าว
ขณะที่นายเอนก นุ่มทอง อายุ 50 ปี ที่ทำอาชีพเลี้ยงปลากว่า 100 ไร่ บอกว่า บ่อขยะสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านบริเวณโดยรอบมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ มีคนบอกว่าบ่อไม่มีเจ้าของ ไม่น่าจะใช่ เพราะถ้าไม่มีเจ้าของจะมีคนมาคอยจัดการเช่าหรือจัดการเรื่องขยะได้อย่างไร ทุกวันนี้ยังมีการทิ้ง ไม่มีการหยุด ส่วนขยะโรงงานที่เป็นเศษเหลือใช้ก็มีบ้าง ส่วนใหญ่จะเอามาทิ้งเป็นรถ ชาวบ้านไม่รู้กฎหมายอะไร อยากให้หน่วยงานที่รู้กฎหมายมาดำเนินการให้เสร็จสิ้นเสียที
ส่วนนายอิม แพหมอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกษา บอกว่า เจ้าของบ่อขยะดังกล่าวคือนายกรมพล สมุทรสาคร อบต.ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว จากการตรวจสอบมีการนำพื้นที่บ่อดินเก่ามาทำเป็นบ่อขยะตั้งแต่ 10 ปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นที่ทิ้งขยะชุมชน เมื่อเกิดไฟไหม้ก็มีการสั่งปิดบ่อ แต่มีการลักลอบทิ้งอยู่ อบต.ได้รับการร้องเรียนมาก็ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ นอกจากนั้นยังมีผู้ค้าของเก่าเข้าไปเช่าเพื่อคัดแยกขยะด้วย ที่ชาวบ้านมาร้องเรียน อบต.ส่วนใหญ่เป็นเรื่องกลิ่นและน้ำเสีย มีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ 90 ครัวเรือน ประมาณ 200-300 คน ส่วนหนึ่งจะให้ไปพักที่อาคารอเนกประสงค์ บางส่วนก็เข้ามาในบ้านเพื่อดูแลทรัพย์สิน
ด้านนายพุฒิพงศ์ สร้อยจำปา กำนันตำบลแพรกษา ให้ข้อมูลว่า บ่อขยะแพรกษาเคยมีการใช้งานเมื่อ 10 ปีก่อน แต่มีการลักลอบนำมาทิ้งอยู่เรื่อยๆ เจ้าของท้องที่ก็เข้าไปตรวจสอบ แต่ยังไม่เคยมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน ยังไม่แน่ชัดว่ามีการนำขยะอุตสาหกรรมจากนิคมบางปูมาทิ้งด้วยหรือไม่ ถ้ามีจริงถือว่ามีความผิด บ่อแห่งนี้เป็นบ่อดินเก่า ลักลอบทิ้งกันเป็นทอดๆ ที่น่ากลัวคือข้างล่างบ่อซึ่งมีความลึกไม่น้อยเป็นน้ำ เต็มไปด้วยก๊าซมีเทน ในอนาคตอาจเกิดไฟไหม้ได้อีก หน่วยงานที่ดูแลต้องเข้าไปจัดการจริงจัง ไม่อย่างนั้นปัญหาคงไม่จบ หลังไฟดับก็คงมีการนำขยะมาทิ้งอีกเหมือนเดิม
นางนภาพร ง่วนจร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.แพรกษา บอกว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบส่วนใหญ่หายใจไม่ออก แสบตาและส่งไปอยู่อนามัยแพรกษา และอบต.แพรกษาแล้วส่วนหนึ่ง สำหรับสาเหตุไฟไหม้เชื่อว่าเป็นเพราะอากาศร้อน เพราะลูกบ้านพบเห็นเปลวไฟลูกไหม้จากบริเวณกลางบ่อและลุกลามจนไหม้เต็มทั้งบ่อ เดิมพื้นที่นี้เป็นบ่อดินที่ตักดินไปขายและถมพื้นที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ระยะแรกก็เป็นบ่อปลาจนมีคนนำขยะมาทิ้งและกลายเป็นที่ทิ้งขยะของชุมชน กระทั่งมีการเช่าเป็นจุดทิ้งขยะ หลังจากเกิดไฟไหม้ช่วง 3-4 ปีก่อน ก็ถูกประกาศให้ปิดบ่อขยะ แต่ยังมีการลักลอบนำขยะมาทิ้งอยู่ตลอด เมื่อชาวบ้านแจ้งมา ก็แจ้งไป อบต. แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ
"กรณีการลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมไปทิ้งนั้น ลูกบ้านเข้ามาบอกหลายรายว่ามีรถนำขยะมาทิ้ง บางครั้งก็ไปแอบซุ่มจับกันบ้าง แต่ทำอะไรได้ไม่มาก ตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่มาไม่ถึงปี รับแจ้งทั้งปัญหากลิ่นเหม็น รกร้าง น้ำเสียและรถขยะเข้าไปแอบทิ้งหลายครั้ง เชื่อว่าหลังมีเหตุไฟไหม้ครั้งนี้น่าจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการปัญหานี้ให้จบซะที" ผู้ใหญ่นภาพรกล่าว
ขณะที่นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่ดูแลเรื่องสุขภาพประชาชนที่รับผลกระทบและเห็นชอบให้เฝ้าระวังประชาชนในรัศมี 1.5 กม. พร้อมมอบให้ อบต.ฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องเพราะเป็นบ่อเก่าที่ถูกสั่งปิด แต่ยังลักลอบทิ้งขยะมาตลอด
.............................
(หมายเหตุ : ชาวบ้านตำบลแพรกษา! ต้องเป็นเหยื่อบ่อขยะอีกนานแค่ไหน : ธนภัท กิจจาโกศลรายงาน)



