
เลิก'ฉุกเฉิน'ชุบชีวิตท่องเที่ยวปั้น'สงกรานต์'ดึงทัวร์นอก
เลิก'ฉุกเฉิน'ชุบชีวิตท่องเที่ยว ปั้น'สงกรานต์'แม่เหล็กดึงทัวร์นอกเข้าไทย : ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดงรายงาน
หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกาศยกเลิกใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้มีแนวโน้มว่า การประกาศห้ามเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยรวม 49 ประเทศ น่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เริ่มจากฮ่องกง ที่ประกาศลดระดับการเตือนเรื่องเดินทางเข้าไทยแล้ว ถือเป็นการจุดประกายให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวของไทยน่าจะเริ่มฟื้นกลับขึ้นมาได้ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หมายมั่นปั้นมือจะดึงนักท่องเที่ยวกลับมาให้ได้ตามเป้าหมายปีนี้ 28 ล้านคน แม้ภาคเอกชนจะมองว่า การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยดีขึ้น แต่อาจจะช้าเกินไปที่ฟื้นให้กลับมาเหมือนเดิม
นับตั้งแต่มีปัญหาวิกฤติการเมืองช่วงปลายปี 2556 และลากยาวมาถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างมาก ซึ่งกลุ่มที่ลดลงมากได้แก่ นักท่องเที่ยวจีน ลดลงมากกว่า 50%, ญี่ปุ่นลดลง 40% และเกาหลีลดลงราว 30%
ททท.ปั้นสงกรานต์แม่เหล็กดึงทัวร์นอก
นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า เป็นเรื่องดีที่ฮ่องกงลดระดับการเตือนประชาชนเดินทางมาไทย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น หลังจากนี้ ททท.จะเร่งส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่จะมาถึงในเดือนเมษายนนี้ อย่างเข้มข้น เพื่อผลักดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
นางฐิติพร มณีเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานฮ่องกง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การประกาศลดระดับคำเตือนของฮ่องกง ทำให้มีภาคเอกชนตอบรับการเข้าร่วมงาน "อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ โรดโชว์ ทู ฮ่องกง" ซึ่งเป็นการเจรจาซื้อขายทางธุรกิจกับผู้ซื้อในกลุ่มเอเย่นต์ทัวร์จากฮ่องกงมาก เพิ่มจากเดิมที่เคยยืนยันมาเพียง 30 ราย เป็น 100 ราย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเอเย่นต์ทัวร์ต่างต้องการทำแพ็กเกจทัวร์ออกขาย แต่คำเตือนจากสำนักงานความมั่นคงทำให้ไม่สามารถนำกรุ๊ปทัวร์ออกได้ เนื่องจากประกันภัยเดินทางไม่ครอบคลุมความปลอดภัย ทั้งๆ ที่ปกติเอเย่นต์ทัวร์เอาท์บาวด์รายใหญ่สุด 10 บริษัทของฮ่องกง จะมีรายได้จากการขายทัวร์มาไทยสูงถึงราว 20% เนื่องจากไทยถือเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับ 3 รองจากไต้หวัน และญี่ปุ่น เท่านั้น ในปีที่ผ่านมา
"ปีก่อนมีชาวฮ่องกงมาไทย 5.8 แสนคน เพิ่มขึ้น 22.8% หรือเฉลี่ยต่อเดือนจะมีคนฮ่องกงมาไทย 5 หมื่นคน ถึง 5.5 หมื่นคน แต่ตัวเลขนับตั้งแต่ฮ่องกงยกระดับการเตือนเป็นสีแดง ต่อเนื่องถึงการยกระดับเป็นสีดำตั้งแต่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นักท่องเที่ยวหายไปแล้วราว 5 หมื่นคน ดังนั้นเมื่อปลดล็อก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ททท.จึงเตรียมแผนฟื้นฟูตลาดแบบเข้มข้น โดยวาง 3 กลยุทธ์หลัก เพื่อทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเร็วที่สุด เพื่อให้ปีนี้ได้นักท่องเที่ยว 6.9 แสนคน เพิ่ม 3.7% ทำรายได้ 2.5 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 7.7% ตามที่วางไว้" นางฐิติพรกล่าว
ด้าน นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การลดกระดับการเตือนของฮ่องกงถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่กระตุ้นให้การท่องเที่ยวจากนี้ปรับตัวดีขึ้น ขณะนี้แอตต้าทำหนังสือถึงตัวแทนจำหน่ายบริษัททัวร์ที่จีนแล้ว และเมื่อจีนรับรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆ เชื่อว่าอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ นักท่องเที่ยวจีนจะกลับเข้ามาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ คาดว่าช่วงแรกจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาประมาณ 40-50% เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในสถานการณ์ปกติ
หวังตลาดทัวร์เอเชียกระเตื้องก่อน
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร มองว่า การที่รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวไทย โดยในระยะอันใกล้ หรือช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ อาจไม่ทันในการที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลับเข้ามา โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ต้องใช้เวลาเดินทางเข้ามาพักหลายวันหรือ 7-10 วัน และต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า อีกทั้งก่อนหน้านี้บริษัททัวร์ส่วนใหญ่ก็ขายแพ็กเกจทัวร์ไปหมดแล้ว รวมทั้งแบบเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ส่วนใหญ่หันไปตลาดสิงคโปร์และฮ่องกงแทน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดเอเชียอาจจะกระเตื้องขึ้น เพราะใช้เวลาตัดสินใจไม่นานและเข้ามาพัก 3-5 วันเท่านั้น อีกทั้งสามารถจองห้องพักผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ ทำให้สะดวกรวดเร็ว โดยกลุ่มของนักท่องเที่ยวจีน และฮ่องกงน่าจะกลับเข้ามามากขึ้น หากเทียบกับในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ที่หายไปเกินครึ่ง ซึ่งเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่นำคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือจีนก็อาจจะทำโปรโมชั่นขายตั๋วราคาถูกเพื่อนำนักท่องเที่ยวของ 2 ประเทศนี้กลับเข้ามาเที่ยวเมืองไทยในระหว่างนี้ก็ได้
“ขณะนี้ยอดจองห้องพักที่ถนนข้าวสารในช่วงสงกรานต์อยู่ที่ 50% ลดลงมาก เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 70-80% แต่พบว่าปัจจุบันพฤติกรรมลูกค้าที่จองทางระบบออนไลน์มีมากขึ้น และไม่ต้องจองล่วงหน้านาน หวังว่าระหว่างนี้ภาครัฐ หรือ ททท. จะเร่งจัดโปรโมทเพื่อฟื้นการท่องเที่ยวไทยอย่างจริงจัง หรือจับมือกับภาคเอกชน ทั้งห้องพักโรงแรม สายการบิน ทำแพ็กเกจที่น่าสนใจ เพราะยังมีเวลาอีก 3 สัปดาห์ ก็น่าจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่เหมือนปีก่อนๆ” นายสง่ากล่าว
เป้านักท่องเที่ยว28ล้านคน"ยาก"
นายสง่ายอมรับว่า ในช่วง 2 เดือนของปีนี้ ยอดเข้าพักของนักท่องเที่ยวบริเวณถนนข้าวสารลดลงเหลือ 60% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 90% โดยยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่เข้ามาพัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่จองห้องพักเอง หรือกลุ่มท่องเที่ยวอิสระ แต่กลุ่มของนักท่องเที่ยวเอเชียที่นิยมมากับบริษัททัวร์นั้น หายไปจำนวนมาก เพราะการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้ขายทัวร์ลำบาก เนื่องจากการรับประกันภัยจะไม่คุ้มครองครอบคลุมผู้เดินทาง โดยจากข้อมูลพบว่า นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยกว่า 70% มากับบริษัททัวร์ ที่เหลือ 30% เป็นกลุ่มทัวร์อิสระ จึงไม่แปลกใจที่กรุ๊ปทัวร์จีนจะหายไปจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว แต่โอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้ามา 28 ล้านคน ตามที่ ททท.ตั้งเป้าไว้นั้น คงเป็นไปได้ยาก เพราะช่วงไตรมาสแรก ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย (ไฮซีซั่น) นั้น บรรยากาศซบเซามาก และหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น คงต้องไปลุ้นอีกครั้งในช่วงปลายปีว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามามากขึ้นหรือไม่ โดยช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม อาจมีชาวออสเตรเลียที่หนีหนาวมาเที่ยวเมืองไทย แต่ทั้งปีมองว่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 25 ล้านคน หรือน่าจะมีนักท่องเที่ยวหายไปกว่า 3 ล้านคน
ผู้ประกอบการย่านถนนข้าวสาร ระบุด้วยว่า ระหว่างนี้ภาคเอกชนไม่ได้นิ่งนอนใจ เริ่มจัดกิจกรรมกระตุ้นความสนใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนข้าวสารมากขึ้น แม้ขณะนี้ในกรุงเทพฯ ยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของการชุมนุมและมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งการจัดงานคอนเสิร์ตต่างๆ และเตรียมจะจัดงานใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เหมือนเดิม คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนต่อวัน หากเทียบกับปีก่อนน่าจะลดลงประมาณ 20% เพราะนักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนเป้าหมายไปต่างจังหวัดที่มีการจัดงานสงกรานต์แทน ส่วนการที่สิงคโปร์จัดงานสงกรานต์แข่งกับเมืองไทยนั้น ไม่น่าห่วงมากนัก เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่มาส่วนใหญ่ชื่นชอบในเอกลักษณ์ วัฒนธรรมและของจริงแบบไทยๆ มากกว่า
นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันว่า จากบรรยากาศทางการเมืองที่ยังคงวุ่นวายและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลดลง ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศซบเซาไปด้วย ดังนั้นการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจึงไม่ได้ส่งผลมากนัก โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ปีนี้ประเมินว่าการท่องเที่ยวในประเทศน่าจะลดลงประมาณ 15% อย่างไรก็ตาม ในช่วง 9 เดือนที่เหลือคงต้องมาลุ้นกันว่า การท่องเที่ยวของไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่ ซึ่งคงขึ้นอยู่กับบรรยากาศทางการเมืองในประเทศเป็นหลัก หากไม่มีความรุนแรง หรือเหตุการณ์ที่กระทบความเชื่อมั่นเพิ่มเติมภาคการท่องเที่ยวน่าจะพอไปได้
“จริงๆ บรรยากาศในประเทศเริ่มดีขึ้น ตั้งแต่มีการยุบเวทีการชุมนุมและข่าวระเบิดซาลงไป ทำให้คนไทยเครียดน้อยลง เริ่มออกไปท่องเที่ยวกันมากขึ้น แต่มองว่า ทั้งปีจะยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือดีเท่าที่ควร เพราะช่วงของรัฐบาลรักษาการนั้น รัฐบาลทำอะไรไม่ได้มากนัก หรือ ททท.ก็ทำงานไปตามที่ได้รับจัดสรรงบมาตามปกติ ซึ่งอาจไม่เพียงพอในช่วงที่มีวิกฤติ แต่ก็ไม่สามารถของบเพิ่มเติมเพื่อนำมาจัดอีเวนท์ จัดกิจกรรมโปรโมทการท่องเที่ยวเมืองไทยได้เต็มที่” นายยุทธชัยกล่าว
ฟื้นตัวต้องใช้เวลา-ยอดตจว.ชดเชย
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง ระบุว่า หลังการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นกลับมาเป็นปกติ โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนแรกที่หายไปกว่า 20% ดูได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิในเดือนมกราคม แทบไม่มีการขยายตัว และเดือนกุมภาพันธ์ ติดลบ 8% ขณะที่เดือนมีนาคม ครึ่งเดือนติดลบไปแล้ว 10% คาดว่าไตรมาสแรกน่าจะติดลบไม่ต่ำกว่า 5%
อย่างไรก็ตาม ถือว่ายังโชคดีที่จำนวนนักท่องเที่ยวในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็นการทดแทน เช่น ภาคใต้ มีเที่ยวบินตรงและชาร์เตอร์ไฟลท์ไปลงจำนวนมาก โดยขณะนี้ก็ยังหวังพึ่งภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีสัดส่วน 10% ของจีดีพี ในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ โดยกระทรวงการคลังกำลังประเมินผลกระทบต่อจีดีพี หากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้ลดลงถึง 3 ล้านคน อาจจะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจได้ ซึ่งเดือนมีนาคมนี้ สศค.จะประกาศประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์ความเป็นจริง หลังจากการลงทุนและใช้จ่ายเงินภาครัฐดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
...................................
(หมายเหตุ : เลิก'ฉุกเฉิน'ชุบชีวิตท่องเที่ยว ปั้น'สงกรานต์'แม่เหล็กดึงทัวร์นอกเข้าไทย : ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดงรายงาน)



