
'เทพชัย หย่อง'เกาะติดไครเมียจาก'จัตุรัสเลนิน'
'เทพชัย หย่อง'เกาะติดไครเมียจาก'จัตุรัสเลนิน'
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียกลายเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง คนข่าวเครือเนชั่น นำโดย นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการเครือเนชั่น พร้อม นายไกรลักษณ์ งามโสภา หัวหน้าข่าวต่างประเทศเนชั่นทีวี และทีมงาน "Thepchai Live from Ukraine" ยังเกาะติดสถานการณ์อย่างเข้มข้นด้วยการบุกตะลุยเจาะลึกความรู้สึกของประชาชนในเมืองซิมเฟโรโพล ซึ่งเมืองหลวงของไครเมีย ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในอีกไม่ช้า ณ บริเวณ "จัตุรัสเลนิน" อนุสรณ์สถานที่มีความสำคัญต่อคนรัสเซียเป็นอย่างมาก
เทพชัย - หลังจากใช้เวลา 12 ชั่วโมงกว่า ด้วยการเดินทางโดยรถไฟจากเคียฟเมืองหลวงของยูเครน เรามาถึงไครเมียดินแดนที่กำลังเป็นข่าวร้อนทั่วโลกในขณะนี้ ไครเมียตอนนี้พูดยากเหมือนกันว่า กำลังจะเป็นส่วนหนึ่งของยูเครน หรือส่วนหนึ่งของรัสเซีย หลังจากมีการลงประชามติเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนในไครเมีย 97% มีความเห็นว่า จะให้เป็นของรัสเซีย ซึ่งสภารัสเซียก็มีมติตามมาทันทีว่า จะผนวกไครเมียเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเช่นกัน แต่ว่ารัฐบาลในกรุงเคียฟก็ไม่ยอมในเรื่องนี้
ไกรลักษณ์- ใช่ เขาบอกว่าเป็นการลงมติที่ไม่ถูกต้องในทางกฎหมาย
เทพชัย -เป็นการลงมติที่มีปืนจี้อยู่ข้างหลัก
ไกรลักษณ์ - เขามองกันว่า ทำไมผลประชามติที่ออกมามันมากมายมโหฬารขนาด 97% เชียวหรือ
เทพชัย -คนยูเครนไม่เชื่อว่าเป็นความจริง เพราะว่าประชามติดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทหารของรัสเซีย และกองกำลังที่หนุนรัสเซียในไครเมียเข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการ เช่น สภา ฐานทัพของทหารยูเครนที่ไครเมียไว้ ซึ่งหมายความว่า กองทัพของรัสเซีย และฝ่ายสนับสนุนรัสเซียกุมทางการทหารของไครเมียได้อยู่ ดังนั้นจึงทำใหคนยูเครนมองว่า การลงประชามติในบรรยากาศเช่นนี้ไม่น่าจะเป็นประชาธิปไตย
ตอนนี้เราอยู่ที่ใจกลางเมืองของเมืองซิมเฟโรโพล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของไครเมีย เราอยู่ที่จัตุรัสเลนิน ถือว่าเป็นศูนย์กลางของเมืองนี้ โดยบรรยากาศทั่วไปของเมืองซิมเฟโรโพลอาจจะค่อนข้างแตกต่างกับบรรยากาศที่ถูกสื่อออกไปทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา เพราะบรรยากาศทั่วโลกที่ถูกสื่อออกไปจะพูดถึงความตึงเครียดทางการทหาร ทางการเมือง แต่พอเรามาสัมผัสถึงวิถีชีวิตที่เมืองนี้ในระยะเวลาสั้นๆ เราก็เห็นว่า คนทั่วไปยังใช้ชีวิตปกติอยู่ ประชาชนเดินทางไปมา ทำมาหากินปกติ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ เรื่องการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก โดยเฉพาะที่จัตุรัสเลนินนั้น เราจะเห็นในเรื่องการรักษาความปลอดภัยว่ามีการ์ดอาสาเต็มไปหมด โดยจะคอยเฝ้ามองคนที่เดินทางมา แม้แต่ตอนที่พวกเราเดินทางมาจากรถไฟเราจะเจอการตรวจที่เข้มงวดพอสมควร
ไกรลักษณ์-ใช่ครับ เมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนที่รถไฟจะมาถึงสถานที่ซิมเฟโรโพล จะเห็นว่ารถได้หยุด จากนั้นจะมีทหารมาตรวจ เมื่อดูป้ายจะเห็นว่าเป็นทหารหน่วยของรัสเซียที่แต่งตั้งขึ้นมา พวกนี้ไม่ใช่ทหารปกติ อาจจะเป็นทหารอาสา โดยเขาเข้ามาขอตรวจพาสปอร์ต ซึ่งเมื่อ 28 ปีก่อน ผมเคยเดินทางมาที่นี่ ไม่เคยมีการตรวจพาสสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางมาก่อน แต่มาคราวนี้ทหารจะเข้ามาด้วยหน้าตาขึงขัง และถามว่า คุณมาจากประเทศไหน ซึ่งตอนนั้นกำลังนอนฟังวิทยุอยู่ก็ตกใจ ช่างภาพของเราตกใจ รีบเอากล้องซ่อน แต่ผมตอบไปว่า มาจากไทยแลนด์ ส่วนอีก 3 คน มาจากไทยแลนด์เช่นกัน ทหารถามกลับมาว่า คุณมาทำอะไร ผมก็บอกไปตามความจริง เพราะเชื่อในความโปร่งใส จึงบอกไปว่า มาทำข่าว
เทพชัย - เขาก็มองหน้าเราเหมือนกันนะ
ไกรลักษณ์-ใช่ครับ และเขาถามว่า คุณมีคนมารับหรือเปล่า ผมบอกไปว่าไม่มี เขาถามว่า จะไปกันเองใช่หรือไม่ ผมตอบไปว่า ใช่ และทหารก็มองหน้า และยื่นหนังสือเดินทางกลับมาให้ ตอนนั้นนึกว่า รถไฟจอดนานเหลือเกิน ทหารจะมาพาเรากลับไปหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร รถไฟก็ออกมา
เทพชัย -คือที่ผ่านมาทางการของไครเมีย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงเขาค่อนข้างจะกลัวสื่อจากต่างประเทศ เพราะว่าสื่อมวลชนต่างชาติได้สะท้อนภาพอะไรหลายอย่างที่ทางการไครเมียไม่อยากให้ออกไป เช่น ภาพความรุนแรง ภาพสื่อมวลชนถูกทำร้าย ถูกทุบกล้องบ้าง ถูกกักตัว ถูกคุกคาม โดยเฉพาะภาพความไม่เห็นด้วยของประชาชนชาวยูเครนในการลงประชามติ เพราะฉะนั้นเขาอาจจะกลัวว่าสื่อมวลชนที่เข้ามาอาจจะมีความปรารถนาที่ไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เขาต้องการสื่อให้ไป แต่เมื่อเราเดินทางมาถึงสถานีรถไฟเมืองซิมเฟโรโพล เราก็เจอการตรวจอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ขึงขังมากนะครับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 7-8 คน ตัวใหญ่มาก ไม่เดินไปหาใคร มุ่งมาที่เรา 3 คนทันที
ไกรลักษณ์ - คือตอนที่ลงจากรถไฟ ผมเห็นการ์ด ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ผูกป้ายสีแดง เสื้อชุดดำ ตอนนั้นเราเห็นว่า เขาไม่สนใจอะไรเรา คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็เดินออกไป แต่ไปเจอตำรวจคนหนึ่ง ส่วนคนอื่นเป็นการ์ด เขาถามเราว่า มาจากไหน เราตอบไปว่า มาจากประเทศไทย เขาถามว่า เป็น Press (สื่อ) ใช่หรือไม่ เขาขอดูพาสปอร์ตอีก เรายื่นให้ดู เมื่อเขาดูก็ไม่ได้ว่าอะไร ตรวจแค่ 2 คนก็ให้เราเข้าไป
เทพชัย - แต่เมื่อเราเข้ามาในเมืองจัตุรัสเลนิน ถึงแม้จะมีการ์ดดูแลความปลอดภัย แต่ก็เป็นมิตรกับเราพอสมควรไม่มีอะไร เขาทักทาย เราก็บอกวัตถุประสงค์ไปว่า มาทำข่าว เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
ไกรลักษณ์- ครับ อย่างช่างภาพของเราเดินหิ้วเป้สะพายหลังมา แต่เป้เปิดออกมา การ์ดยังบอกว่า คุณบอกเพื่อนด้วยว่า เป้เปิด ผมบอกช่างภาพ แต่ช่างภาพนึกว่าไม่ให้ถ่าย ตอนนั้นจึงบอกการ์ดไปว่า จะมาถ่ายรูปจัตุรัสเลนินได้หรือไม่ เขาบอกว่า ถ่ายได้ และยังบอกว่า อย่าลืมโทรไปถามท่านก่อนนะว่าให้ถ่ายหรือเปล่า ผมก็บอกว่า โทรไปแล้ว
เทพชัย -ถ้ามองอย่างผิวเผินอาจจะบอกได้ว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากนัก หลังมีการลงประชามติในการแยกไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย แต่พอเราไปคุยกับชาวบ้านหลายคนพบว่า เขามีความรู้สึกลึกๆ แต่ถ้าไปถามคนรัสเซียเขาจะมองในแง่ดี เพราะรัสเซียได้ประโยชน์จากการลงประชามติให้ เพราะคนรัสเซียเกือบทั้งหมด ผมเชื่อว่า เขาอยากจะให้ไครเมียกลับไปเป็นของรัสเซีย เพราะต้องไม่ลืมว่า ก่อนหน้านี้ไครเมียเป็นของรัสเซียมาโดยตลอด แต่มาถึงยุคของประธานาธิบดีนิกิตา ครุสชอฟ ในปี 1954 วันดีคืนดีเกิดตัดสินใจอะไรไม่รู้ เซ็นสัญญาข้อตกลงมอบไครเมียให้เป็นของยูเครนไปเลย
ไกรลักษณ์-ตอนนั้นว่ากันว่าให้เป็นของขวัญเนื่องในโอกาส 300 ปีที่ยูเครนอยู่กับรัสเซีย
เทพชัย -แต่สิ่งนั้นเป็นข้อสมมุติฐาน แต่คนก็ยังงงว่ามันง่ายขนาดนั้นหรือ
ไกรลักษณ์ - อาจจะมองอีกอย่าง เพราะประธานาธิบดีเป็นคนยูเครนด้วย
เทพชัย -แต่ว่านั่นเป็นสิ่งที่คนรัสเซียไม่น้อยบอกว่ามันเป็นสิ่งผิดปกติหรือเป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์
ไกรลักษณ์-แต่อย่างน้อยด้วยความที่เป็นประเทศเดียวกัน จึงไม่คิดมาก เพราะว่ามันเป็นประเทศเดียวกัน
เทพชัย -ครับ แต่อย่างคนขับแท็กซี่ที่เราคุยด้วยนั้น เขาก็บอกว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี ส่วนข่าวบอกว่า ออกไปก่อนหน้านี้ว่าคนยูเครนโดนรังแกโดนทำร้ายไม่เป็นความจริง
ไกรลักษณ์-ไม่มีการยิง ไม่มีการตี ผมก็ถามว่า ผมถ่ายทำข่าวจะออกไปเดินบนท้องถนนได้หรือไม่ เขาบอกว่า อยากถ่ายอะไรถ่ายได้เลย ผมบอกว่า อยากถ่ายเซวัสโตโพล ซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่ของรัสเซียได้หรือไม่ เขาบอกว่าไปได้ อยากถ่ายจริงจะพาไปเอง
เทพชัย - ครับ แต่ในความเป็นจริงจะถ่ายได้หรือไม่ คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องนี้ถ้าไปถามคนยูเครนถึงความรู้สึกจริงเขาจะว่าอย่างไร
ไกรลักษณ์-ผมว่าคงเป็นหนังคนละเรื่อง
เทพชัย -โดยเฉพาะสาวคนนี้ ที่เราไปคุยมา พบว่า ความรู้สึกแรงมาก มีความประหวั่นพรั่นพรึงถึงอนาคตชาวยูเครน ซึ่งมีประมาณหนึ่งในสี่ของประชากร 2.3 ล้านคนของไครเมีย เธอบอกว่า อนาคตไม่สดใส
ไกรลักษณ์ -เธอบอกว่า เตรียมจะอพยพหนีแล้ว
เทพชัย -ใช่ มารีนา คือสาวคนที่ราพูดคุยด้วย เธอบอกว่า เธอและเพื่อนหลายคนคงต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น เพราะว่า เมื่อไครเมียกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย จะทำให้อิทธิพลของรัสเซียที่มันมากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวัฒนธรรม ภาษา หรือทางด้านเศรษฐกิจ จะมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันจะทำให้พื้นที่ของชาวยูเครนในที่นี่เหลือน้อยลง เพราะฉะนั้นเธอคิดว่า หาทางหนีทีไล่จะดีที่สุด และสิ่งนี้คือความรู้สึกที่ผสมผสานกัน จริงๆ ต้องบอกว่า ไครเมียเป็นดินแดนของรัสเซียจริงๆ ในแง่ของภาษา และวัฒนธรรม เพราะว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ใช้ภาษารัสเซียหมด ไม่ว่าจะเดินทางไปตามป้ายบอกทาง ร้านอาหาร หรือป้ายเกือบทุกป้ายเป็นภาษารัสเซียเกือบหมด
ไกรลักษณ์-ส่วนใหญ่เกือบ 100%
เทพชัย -ครับ เมื่อตอนที่คุณไกรลักษณ์มาอยู่ที่นี่เมื่อ 28 ปีที่แล้ว มันเป็นอย่างนั้น คือภาษารัสเซียเป็นภาษาที่เป็นทางกลาง เป็นภาษาที่ใช้บนท้องถนน
ไกรลักษณ์-ครับทุกอย่างเป็นรัสเซียหมด แม้กระทั่งภาษา ซึ่งใช้เป็นชีวิตประจำวัน ในเมืองใหญ่ๆ จะเป็นภาษารัสเซีย
เทพชัย-ครับ อนุสาวรีย์เลนินผู้ให้กำเนิดสหภาพโซเวียตจะอยู่ข้างหลังของเรา ตรงนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันอย่างหนึ่งถึงความผูกพัน ความจงรักภักดีของคนเชื้อสายรัสเซียที่มีต่อมาตุภูมิเป็นอย่างไร อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างมาหลายปีแล้ว
ไกรลักษณ์-สร้างเมื่อปี 1967 สร้างเพื่อฉลอง 50 ปีการปฏิวัติรัสเซีย ซึ่งเกิดประมาณปี 1917
เทพชัย -ครับนี่ก็คือสถานการณ์ในเมืองซิมเฟโรโพลในขณะนี้ โดยบรรยากาศในทั่วไป อย่างที่เรียนไปแล้วครับว่าดูปกติ เพราะว่าผู้คนยังเดินทางไปมา และทำมาหากิน แต่ว่าลึกๆ แล้วผมเชื่อว่า หลังจากได้คุยกับคนที่นี่ มันไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน เพราะว่าอิทธิพลของรัสเซียที่มีมากขึ้น มันจะมาบทบังความเป็นยูเครนให้ลดลงไปเยอะ อย่างสาวที่เราคุยด้วย เธอกลัวรัสเซียพยายามจะกลืนไครเมีย กลืนในแง่ของนิตินัยแน่นอน คือจะเอาไปเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอยู่แล้ว แต่ในแง่ของชีวิต เธอก็กลัว เพื่อนๆ หลายคนของเธอก็กลัวว่า สิ่งที่มันเป็นวิถีชีวิตร่วมกันชาวยูเครนกับคนเชื้อชาติรัสเซียที่มันเป็นอยู่อย่างปกติสุขนั้นอาจจะเริ่มมีความรู้สึกแปลกแยกยิ่งขึ้น
นั่นคือสิ่งที่เธอหวั่นมาก และนี่ก็ทำให้หลายคนกลัวว่า ไครเมียหลังจากเกิดปรากฏการณ์ที่จะแยกตัวไปอยู่กับรัสเซียแล้ว มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างตะวันตกกับรัสเซียหรือเปล่า ในแง่ของทางทหารอาจจะไม่ถึงขั้นทำสงครามกัน ซึ่งทุกคนหวังว่าเป็นอย่างนั้น แต่ในแง่ของภูมิศาสตร์การเมือง หลายคนกลัวว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นรอบใหม่หรือเปล่า
.....................................
(หมายเหตุ : 'เทพชัย หย่อง'เกาะติดไครเมียจาก'จัตุรัสเลนิน')



