ข่าว

ปฏิรูปตำรวจ!บช.ก.สานฝัน'ประชาชนคือหัวใจ'

ปฏิรูปตำรวจ!บช.ก.สานฝัน'ประชาชนคือหัวใจ'

24 มี.ค. 2557

ปฏิรูปตำรวจ!บช.ก.สานฝัน'ประชาชนคือหัวใจ' : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน

                การปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล ทำให้ที่ผ่านมาองค์กรตำรวจถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงานรับใช้นักการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรตำรวจเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งมีการเรียกร้องให้ปฏิรูปองค์กรตำรวจเป็นระยะ

                ขณะที่ในองค์กรตำรวจเองมีความพยายามในการปฏิรูปภายในองค์กรเช่นกัน โดยเฉพาะตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. พยายามนำวิธีการทำงานตำรวจสมัยใหม่ถ่ายทอดให้แก่ตำรวจในสังกัด ล่าสุดได้เปิดสถาบันกิจการตำรวจสมัยใหม่ ขึ้นมาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติภารกิจของตำรวจ โดยเฉพาะงานด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมให้ได้ผล โดยก่อนหน้านั้นได้ส่งตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไปศึกษาการปฏิบัติงานของตำรวจในต่างประเทศ เช่นกรมตำรวจเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หรือ เอ็นวายพีดี เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานของตำรวจไทย รวมทั้งมีการถ่ายทอดต่อให้แก่ตำรวจรายอื่นให้มีความรู้เช่นเดียวกัน

                "สมัยผมทำงานสืบสวนมียอดการจับกุมคดีที่สูง จึงถูกส่งไปศึกษาต่อต่างประเทศ แต่เมื่อไปทำงานกับองค์กรตำรวจในต่างประเทศกลับพบว่า ผมทำงานผิดพลาดบ่อย เขาตรวจสอบผม กระทั่งพบว่าวิธีการทำงานของผมไม่ถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่ขาดไปคือ ไม่ได้เข้าไปพูดคุยหรือคลุกคลีกับประชาชน การจ้องจะจับกุมหรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาอาชญากรรมได้ เพราะประชาชนจะระแวงตำรวจ วิธีการแก้ปัญหาอาชญากรรมที่ดีที่สุดคือประชาชน และตำรวจต้องร่วมมือกัน ซึ่งการจะทำได้เช่นนั้นตำรวจต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตำรวจต้องอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน เสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนนั้น ตำรวจมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ต้องทำหน้าที่บริการด้านกฎหมายและความปลอดภัย ไม่ใช่เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างที่เป็นอยู่" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว

                ในรอบหลายปีที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้จัดส่งตำรวจในสังกัดเข้าไปศึกษาวิธีการทำงานของตำรวจในต่างประเทศเป็นระยะ โดยหวังให้ตำรวจเหล่านั้นนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ตำรวจคนอื่น โดยเฉพาะองค์ความรู้เรื่องการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การสืบสวนสอบสวนที่ถูกต้อง การเข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นแนวทางการทำงานที่ถูกต้องของตำรวจสมัยใหม่

                เช่นเดียวกัน พ.ต.ต.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีโอกาสไปศึกษาดูงานในกรมตำรวจเมืองนิวยอร์ก ให้ข้อมูลว่า ในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้มีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง กระทั่งมีการศึกษาวิจัยที่จริงจัง พบว่า การทำงานของตำรวจยุคก่อนไม่สามารถลดจำนวนอาชญากรรมที่เกิดขึ้นลงได้ จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรของตำรวจให้ทำงานร่วมกับประชาชน ตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน คือให้ตำรวจเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนทำหน้าที่บริการประชาชน กระทั่งสามารถลดความหวาดระแวงระหว่างตำรวจกับประชาชนลง และมีความเข้าใจกัน เกิดความร่วมมือกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนนั้นๆ ได้ หลังการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานดังกล่าวพบว่า ในช่วงปี 1993-1994 เพียงปีเดียวอาชญากรรมที่เมืองแห่งนี้ลดลงกว่าร้อยละ 57

                พ.ต.ต.ยิ่งยศ อธิบายว่า จากการศึกษาวิจัยพบว่า การทำงานขององค์กรตำรวจทั่วโลก จะแบ่งเป็น 3 ยุค คือยุคแรกจะมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจมุ่งการจับกุม ทำให้เกิดความผิดพลาดและส่งผลในทางตรงข้ามคือตำรวจมีภาพลักษ์ด้านลบในสายตาของประชาชน ต่อมายุคที่สอง หลังเกิดความผิดพลาดมีงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศ ระบุว่า การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่ดีที่สุดคือความร่วมมือจากภาคประชาชน ตำรวจต้องใกล้ชิดกับประชาชน เพื่อสร้างความไว้วางใจ หากทำได้จะเข้าสู่ยุคที่สามคือ ยุคที่ประชาชนและตำรวจร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งยุคนี้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมจะได้ผล เนื่องจากประชาชนให้ความร่วมมือให้เบาะแสต่างๆ ซึ่งตำรวจสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ใช้ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                "องค์กรตำรวจในสหรัฐอเมริกาศึกษาและวิเคราะห์พบว่า อาวุธของตำรวจที่แท้จริง คือ ฐานข้อมูล ไม่ใช่อาวุธปืนหรือรถสายตรวจ จึงมีการปรับแนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ โดยให้ตำรวจเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาชน เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนเกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ประชาชนจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมในชุมชนนั้น ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำมาวิเคราะห์กำหนดวิธีการป้องกันอาชญากรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ" พ.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าว

                เกี่ยวกับความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจไทย พล.ต.ต.ยิ่งยศ มองว่า จากผลสำรวจของ World Economic forum เมื่อปี 2556 เกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อตำรวจ พบว่า ความน่าเชื่อถือของประชาชนต่อตำรวจไทย อยู่ในอันดับที่ 109 จากทั้งหมด 144 ประเทศทั่วโลก โดยการทำงานของตำรวจไทยยังอยู่ในยุคแรก คือมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตำรวจสอบสวนกลางพยายามผลักดันให้ตำรวจในสังกัดเข้าสู่การทำงานในยุคคที่สองคือยุคที่แสวงหาความร่วมมือจากประชาชน มีการผลักดันให้ตำรวจในสังกัดทำงานตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน หวังสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างตำรวจและประชาชน เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่สามคือประชาชนเกิดความไว้วางใจแล้วให้ข้อมูลต่างๆ แก่ตำรวจ หลังจากนั้นจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

                จากการมุ่งพัฒนาองค์กรตำรวจไทยนั้น ปัจจุบันกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้จัดตั้ง "สถาบันกิจการตำรวจสมัยใหม่" ซึ่งปรับเปลี่ยนชื่อมาจากโรงเรียนตำรวจนอกเวลา โดยสถาบันแห่งนี้มุ่งเน้นถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการทำงานของตำรวจสมัยใหม่ให้แก่ตำรวจในสังกัด เพื่อปฏิรูปการทำงานของตำรวจไทยในอนาคตต่อไป

                ฟังคำสัมภาษณ์ของสองหัวเรือใหญ่จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับปณิธานในการพัฒนาองค์กรตำรวจแล้ว ทำให้เกิดความหวังว่า ต่อไปตำรวจไทยจะเป็น "ตำรวจยุคใหม่" ที่สามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน และตลอดไป...!

......................................

(หมายเหตุ : ปฏิรูปตำรวจ!บช.ก.สานฝัน'ประชาชนคือหัวใจ' : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน)