ข่าว

'จีน'พบชิ้นส่วนสงสัยบินมาเลย์

'จีน'พบชิ้นส่วนสงสัยบินมาเลย์

22 มี.ค. 2557

'จีน' เผยภาพดาวเทียมชิ้นส่วนสงสัยบินมาเลย์ 'MH370' ในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้

 
                         22 มี.ค. 57  การค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ของมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่สูญหายไม่ทราบชะตากรรมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต ดำเนินต่อไปเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม และในวันที่ 15 ของการค้นหานี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัวลาลัมเปอร์ได้แจ้งแก่ทางการมาเลเซียอย่างเร่งด่วน ในระหว่างที่นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กำลังแถลงข่าวประจำวันช่วงเย็นวันเสาร์ (22 มี.ค.) ว่า ดาวเทียมจีนจับภาพวัตถุขนาด 22.5 x 13 เมตร ในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ ซึ่งอาจจะเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินลำนี้  
 
                         ต่อมาสำนักงานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศของรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่ภาพที่ถ่ายจากดาวเทียมสังเกตการณ์พื้นโลก "เกาเฟิน-1" เมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น เป็นวัตถุลอยน้ำ ห่างจากชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ของออสเตรเลีย ออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 2,650 กิโลเมตร หรือห่างประมาณ 120 กิโลเมตร จากบริเวณที่ออสเตรเลียเผยภาพดาวเทียมจับภาพวัตถุต้องสงสัยสองวันก่อนหน้า (16 มี.ค.) และนำมาสู่การค้นหาอยู่ในเวลานี้      
 
                         เรือและเครื่องบินจีนหลายลำกำลังมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ซึ่งอยู่ในเส้นทางทิศใต้ของช่องแคบมะละกา หรือเซาเทิร์น คอร์ริดอร์ ที่คาดว่าเป็นเส้นทางของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 หลังจากวกกลับไปทางตะวันตกแทนมุ่งหน้าไปกรุงปักกิ่ง เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ 8 มีนาคม          
 
                         นายวอร์เรน ทรัสส์ รองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ในฐานะประเทศผู้ประสานการค้นหาเครื่องบินในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้ กล่าวว่า ณ เวลานี้ ยังคงแผนการที่จะค้นหาต่อไปอย่างไม่มีกำหนด แม้ว่าตลอดสามวันของการผนึกกำลังของนานาชาติเพื่อค้นหาวัตถุที่อาจจะเป็นชิ้นส่วนเครื่องบินที่ดาวเทียมจับภาพได้ ห่างจากเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 2,500 กิโลเมตรนั้น ยังไม่พบสัญญาณใดๆ ของเครื่องบิน        
 
                         ขณะเดียวกัน นายฮิชามุดดิน แถลงว่า พยากรณ์อากาศเตือนพายุไซโคลนกิลเลียนก่อตัวในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับหมู่เกาะคริสต์มาส เกาะห่างไกลของออสเตรเลีย และอาจเคลื่อนตัวไปยังพื้นที่ค้นหาเครื่องบิน อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้นหา นอกจากนี้ เรือจีนและอีกหลายประเทศ
ที่กำลังตามไปสมทบ อาจจะต้องผ่านพื้นที่อันตราย  
 
                         ส่วนเส้นทางทางเหนือของช่องแคบมะละกา หรือนอร์ธเทิร์น คอร์ริดอร์ ที่คาดว่าอาจเป็นอีกเส้นทางที่เป็นไปได้ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 นั้น  นายฮิชามุดดิน กล่าวว่า อินเดีย กัมพูชาและคาซัคสถาน ยืนยันแล้วว่าจากการตรวจสอบข้อมูลเรดาร์ ไม่พบสัญญาณเครื่องบินในน่านฟ้าของตน 
 
                         ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า กระทรวงจัดสรรงบประมาณไว้สำหรับช่วยเหลือรัฐบาลมาเลเซียค้นหาเครื่องบินที่สูญหาย จำนวน 4 ล้านดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์แล้ว และจากการประเมินภารกิจล่าสุด คาดว่างบก้อนนี้อาจอยู่ได้จนถึงราวๆ ต้นเดือนเมษายนนี้ แต่จำนวนเที่ยวบินหรือการใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ หลังจากนี้ อาจเป็นตัวแปรให้การประเมินคลาดเคลื่อน
 
                         วันเดียวกัน มีรายงานว่าญาติของผู้โดยสารชาวจีนแสดงความไม่พอใจต่อการจัดการวิกฤติของมาเลเซียมากทุกขณะ ถึงขั้นตำรวจต้องเข้าสกัดขณะญาติๆ จู่โจมเข้าหาเจ้าหน้าที่มาเลเซียที่เดินทางไปพบพวกเขาที่โรงแรมในกรุงปักกิ่งเมื่อวันเสาร์ พวกเขาต้องการคำตอบจากมาเลเซียและเชื่อว่าอีกฝ่ายปิดบังข้อมูล      
 
                         หนังสือพิมพ์เทเลกราฟของอังกฤษเผยบทสนทนาความยาว 54 นาทีสุดท้ายภายในห้องนักบินของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ก่อนหายไปจากจอเรดาร์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม โดยเป็นการสื่อสารภายในห้องนักบินกับหอบังคับการบิน และเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศอื่นๆ เริ่มตั้งแต่เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีอาร์ ลำนี้วิ่งแท็กซี่ไปตามรันเวย์จนถึงเครื่องบินหายไป หลังคำพูดสุดท้ายของนักบินผู้ช่วย ฟาริก อับดุล ฮามิด ที่บอกว่า "เอาล่ะ ราตรีสวัสดิ์" 
 
                         ลำดับเหตุการณ์ของการสนทนาทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามปกติทุกประการ แต่ก็มีจุดที่ผิดปกติอยู่ 2 แห่ง คือ คำพูดจากห้องนักบินเมื่อเวลา 01.07 น. ที่บอกว่าเครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูง 3.5 หมื่นฟุต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะพูดซ้ำ หลังจากเพิ่งพูดไปเมื่อ 6 นาทีก่อนหน้านั้น แต่สตีฟ แลนเดลส์ อดีตนักบินของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส กล่าวว่า การพูดย้ำเรื่องเพดานบินไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะนักบินอาจลืมหรือไม่มั่นใจว่าได้แจ้งไปแล้วหรือยัง 
 
                         และเวลา 01.07 น. เป็นช่วงนาทีสำคัญที่ระบบ ACARS หรือระบบรายงานสภาพของเครื่องยนต์บนเครื่องบินลงมายังภาคพื้นดินเป็นระยะ ได้ส่งข้อมูลสุดท้าย ก่อนจะไม่สามารถทำงานได้ในอีก 30 นาทีถัดมาที่เชื่อว่าเป็นการเจตนาปิดระบบนี้ และระบบทรานสปอนเดอร์ ซึ่งเป็นระบบแจ้งพิกัดและเพดานบิน ก็ถูกปิดในเวลา 01.21 น. แต่ทีมสอบสวนเชื่อว่า ระบบ ACARS ถูกปิดก่อนคำพูดสุดท้ายของฮามิดที่ตรงกับเวลา 01.19 น.            
 
                         อย่างไรก็ตาม รักษาการรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซียไม่สามารถเปิดเผยเนื้อหาการสนทนาได้ แต่ยืนยันได้ว่าพนักงานสอบสวนไม่พบเหตุผิดปกติ