
รอยนิ้วมัดฆาตกรฆ่าปาดคอนศ.
23 มี.ค. 2557
รอยนิ้วบนมีดคัตเตอร์ มัดฆาตกรฆ่าปาดคอนักศึกษา : คลี่ปมปริศนา CSI - THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
ห้องพักเลขที่ 122 ชั้น 2 อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งกลางเมืองขอนแก่น กลายเป็นสถานที่สุดท้ายที่ น.ส.เปรมฤดี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังทางภาคอีสาน มีโอกาสได้ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลาย โดยแม่บ้านของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้มาพบนักศึกษาสาวรายนี้ถูกฆ่าปาดคอแล้วหมกศพไว้ภายในห้องพักนานกว่า 2 วัน
คดีสะเทือนขวัญคดีนี้เกิดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้ง พบศพ น.ส.เปรมฤดี ถูกฆ่าตายอยู่ภายในห้องพัก จึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช เข้าตรวจสอบ พบผู้ตาย เสียชีวิตในสภาพสวมกางเกงชั้นในสีดำ เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอน โดยมีผ้าห่มคลุมร่างกายอยู่
ที่ลำตัวมีคราบเลือดแห้งกรังเปรอะเปื้อนแทบทั้งร่าง บริเวณลำคอด้านขวามีรอยแผลเหวอะยาวประมาณ 10 ซม. แผลบาดลึกถึงหลอดลมจนขาด คาดว่าจะถูกคนร้ายเฉือนด้วยของมีคม โดยเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 วัน
ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ พบรอยนิ้วมือซึ่งคาดว่าจะเป็นของคนร้ายอยู่หลายแห่ง รวมถึงรอยนิ้วมือที่พบบนคราบเลือดที่ติดอยู่บนมีดคัตเตอร์ เชื่อว่าจะเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้ปาดคอผู้เสียชีวิต ซึ่งร่องรอยที่พบจะเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญที่จะสาวไปถึงตัวคนร้าย
ขณะที่การสอบสวนแม่บ้านของหอพักให้การว่า ก่อนพบศพมีเพื่อนนักศึกษาของผู้ตาย 3 คนมาถามหาผู้ตาย เนื่องจากไม่ไปเรียนหลายวันแล้ว จึงไปเคาะประตูห้องเรียกหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบจึงใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไปภายในห้องพบ น.ส.เปรมฤดี เสียชีวิตแล้ว
"พบน้องครั้งสุดท้ายเมื่อบ่ายแก่ๆ สามวันก่อนพบศพ โดยฉันทำความสะอาดอยู่ที่หน้าห้องผู้ตาย ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากในห้อง ซึ่งได้ทักไปว่าเพลงเพราะ น้องเขาก็มายืนพูดคุยด้วยที่หน้าห้อง ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามา ได้ยินน้องพูดกับปลายสายว่า ถ้าตัวเองจะมาก็มาหาอยู่ที่ห้อง จากนั้นก็เงียบหายไป ฉันทำความสะอาดเสร็จจึงกลับบ้าน" แม่บ้านให้เบาะแสต่อตำรวจ
ซึ่งนั่นกลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจใช้ในการแกะรอยคนร้าย ตำรวจตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์ของผู้ตาย พบว่า มีการติดต่อกับผู้ชายหลายคน สอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนสนิท ที่ให้ข้อมูลว่า ผู้ตายมีชายหลายคนมาติดพัน และในวันเกิดเหตุผู้ตายก็บอกกับเพื่อนว่าจะมีแฟนมาหาที่หอพักแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นแฟนคนไหน
ภายในห้องพักไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ตำรวจจึงเชื่อว่า คนร้ายน่าจะมีความสนิทสนมกับผู้ตายอย่างดี ได้มาหาที่ห้อง และอาศัยช่วงที่ผู้ตายนอนเล่น หรือนอนหลับบนที่นอน ใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต แล้วขโมยโทรศัพท์ 2 เครื่อง สร้อยคอทองคำ 2 เส้น หลบหนีไป โดยคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจาก 2 ปม คือ ฆ่าชิงทรัพย์ หรือ เรื่องชู้สาว
หลังจากพบศพเพียง 1 วัน ตำรวจได้เชิญตัว นายตี๋ วัย 27 ปี หลังจากตรวจสอบพบว่า นายตี๋ มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้ตายก่อนเสียชีวิต และได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีนายตี๋ ฐานร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากตำรวจพบรอยนิ้วมือบนขวดน้ำภายในห้องพักเกิดเหตุตรงกันกับของนายตี๋ ขณะที่นายตี๋ยืนยันความบริสุทธิ์อ้างว่า ไม่เคยขึ้นไปบนห้องพักของผู้ตายแต่อย่างใด
ตำรวจขยายผลการตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์ของผู้ตายอย่างละเอียด พบว่า ในวันเกิดเหตุมีชายอีกคนที่โทรศัพท์หาผู้ตายต่อเนื่องกันหลายครั้ง คือ นายปรเมศร์ มูลนิทา หรือ อู๊ด วัย 26 ปี มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ที่ อ.พล จ.ขอนแก่น โดยหลังเกิดเหตุได้เดินทางไปพักอยู่กับญาติที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ตำรวจจึงเดินทางไปควบคุมตัวได้พร้อมทรัพย์สินของผู้ตายคือโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สร้อยคอทองคำ 2 เส้น
หลังควบคุมตัว ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ดำเนินการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือของนายปรเมศร์ ปรากฏว่า ตรงกันกับลายพิมพ์นิ้วมือที่พบบนคราบเลือดที่เปื้อนอยู่บนมีดคัตเตอร์ที่พบในสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งนายปรเมศร์รับสารภาพว่า เป็นผู้สังหาร น.ส.เปรมฤดี จริง โดยลงมือเพียงคนเดียว เหตุที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับนายตี๋ และไม่เคยรู้จักกับนายตี๋มาก่อน
นายปรเมศร์สารภาพว่า ก่อนตำรวจพบศพ น.ส.เปรมฤดี 3 วัน ได้นำยาบ้าจำนวน 10 เม็ดมาส่งให้ผู้ตายที่ห้อง และร่วมเสพยาบ้าด้วยกัน กระทั่งข้ามวันยังเสพยาบ้ากันต่อ ระหว่างนั้นผู้ตายมีความต้องการทางเพศ แต่ตนไม่ไหว จึงปฏิเสธไปเพราะอยากกลับบ้าน เพราะกลัวภรรยาที่ อ.พล จะสงสัยเพราะหายไปทั้งคืน ผู้ตายด่าทอด้วยคำหยาบคาย ทำให้โมโหจึงใช้พระพุทธรูปที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงทุบเข้าที่ศีรษะผู้ตายจนหมดสติ แล้วใช้มีดคัตเตอร์ที่วางอยู่ในห้องเชือดลำคอผู้ตายจนแน่ใจว่าเสียชีวิตแล้ว จึงหนีออกจากห้อง โดยหยิบโทรศัพท์มือถือ และสร้อยคอทองคำของผู้ตายติดมือมาด้วย
"ผมไม่รู้จักนายตี๋ และยืนยันว่าก่อเหตุฆ่าผู้ตายเพียงคนเดียว เพราะโมโหที่เขาด่าด้วยคำหยาบคาย หลังจากที่เขาต้องการทางเพศแต่ผมไม่ไหวจึงปฏิเสธไป" นายปรเมศร์ สารภาพต่อตำรวจหลังจำนนต่อหลักฐาน
ตำรวจได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีนายปรเมศร์ ฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้ตรวจสอบความเกี่ยวพันกับนายตี๋อย่างละเอียดพบว่า ทั้งสองคนไม่รู้จักกันมาก่อน และไม่มีส่วนสัมพันธ์ใดๆ กัน ขณะที่นายปรเมศร์เองก็สารภาพว่าลงมือสังหารผู้ตายตามลำพัง ตำรวจจึงขออำนาจศาลปล่อยตัวนายตี๋ หลังจากไปยื่นฝากขังไว้แล้วก่อนหน้านั้น
พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รองผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษก บช.ภ.4 (ตำแหน่งขณะนั้น) บอกถึงสาเหตุที่ต้องแจ้งข้อหานายตี๋ ว่า ในชั้นสอบสวนตำรวจพบหลักฐานหลายอย่างที่โยงถึงนายตี๋ เป็นเรื่องปกติในการสอบสวนจะต้องมีการตั้งข้อหา แต่หลังจากขยายผลแล้วพบว่า มีความเคลื่อนไหวของเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่งที่โทรจากพื้นที่ อ.บ้านแฮด และ ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงนำไปสู่การติดตามจับกุมนายปรเมศร์ ซึ่งนายปรเมศร์สารภาพว่าลงมือเพียงผู้เดียว เมื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างนายตี๋กับนายปรเมศร์ แล้วไม่มีอะไรที่เกี่ยวกัน เชื่อได้ว่านายตี๋น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีจึงปล่อยตัว
ขณะที่นายปรเมศร์ มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สำคัญคือลายนิ้วมือที่ปรากฏอยู่บนคราบเลือดที่เปื้อนมีดคัตเตอร์ ซึ่งพบในห้องพักเกิดเหตุ ชี้ชัด ขณะที่ผู้ต้องหาเองรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เชื่อได้ว่าทำผิดจริง และก่อเหตุเพียงลำพัง
----------------------
(รอยนิ้วบนมีดคัตเตอร์ มัดฆาตกรฆ่าปาดคอนักศึกษา : คลี่ปมปริศนา CSI - THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



