ข่าว

'เด็จพี่'ตะเพิด'กกต.'ลาออกยกชุด

'เด็จพี่'ตะเพิด'กกต.'ลาออกยกชุด

22 มี.ค. 2557

'พร้อมพงศ์' ตะเพิด 'กกต.' ลาออกยกชุด ถามกลับระหว่าง 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' ตกลงใครเป็นหัวหน้าพรรคปชป.กันแน่

 
                          22 มี.ค.57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.บริหารกิจการเลือกตั้ง ให้ข่าวว่า เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะรัฐบาลต้องรับผิดชอบงบประมาณที่สูญไป 3 พันกว่าล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยบนเวทีให้รัฐบาลรับผิดชอบว่า เป็นคำพูดของคนที่ไม่รับผิดชอบทั้งคู่ใช่หรือไม่ เพราะกกต.โดยเฉพาะนายสมชัยมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการจัดการเลือกตั้งเพียงผู้เดียว รัฐบาลเป็นเพียงผู้สนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และบุคลากร ดังนั้นสิ่งที่นายสมชัยเรียกร้องรัฐบาลนั้นเป็นการโยนบาปให้รัฐบาลแบบไม่มีความรับผิดชอบใช่หรือไม่ ทั้งๆ ที่ผู้สมัครทั้ง 53พรรคการเมืองได้ทำหน้าที่แล้ว มีเพียงกกต.ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังจึงเกิดปัญหา ขณะที่นายสุเทพและพวกดำเนินการขัดขวางการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ทั้งการขัดขวางและบุกปิดล้อมสถานที่รับสมัคร ปิดล้อมศูนย์ไปรษณีย์ซึ่งเป็นสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทั่วไปทั้งใน กทม.และภาคใต้ ซึ่งหลักฐานปรากฏชัด แต่กกต.ก็ไม่แจ้งความเอาผิดนายสุเทพกกับพวก จึงเกิดความเสียหายกระทั่งมีการร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ สะท้อนการทำหน้าที่ของกกต.ว่ากระทำขัดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่มีประสิทธิภาพจัดการเลือกตั้งหรือไม่
 
                          นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า กกต.ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาในความเสียหายของงบประมาณจัดการเลือกตั้ง 3 พันกว่าล้านบาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้สมัครทั้งหมด และขอให้กกต.แสดงสปิริตโดยการลาออก อยู่ไปก็อายเปล่าๆ ขณะที่นายสุเทพและพวกรวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมขัดขวางการเลือกตั้ง ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กรณีที่นายสุเทพระบุว่า ให้ประชาชนร่วมกันฟ้องร้องนายกฯ ทั้งที่ปัญหาเกิดจากการกระทำของนายสุเทพเองนั้น ถือเป็นการเรียกร้องอย่างหน้าด้านๆ ไร้ยางอายใช่หรือไม่ นายสุเทพอย่าปัดสวะให้รัฐบาล เมื่อเป็นลูกผู้ชาย เป็นผู้นำ กล้าทำต้องกล้ารับ
 
                          ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขอให้นายกฯ ไปเจรจากับนายสุเทพก่อนว่าแปลกใจที่คนเป็นถึงหัวหน้าพรรค มีวุฒิภาวะ แต่กลับให้สัมภาษณ์แบบไร้วุฒิภาวะความเป็นผู้นำ พูดออกมาได้อย่างไรให้นายกฯ ไปเจรจากับผู้ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับข้อหากบฏ ซึ่งอาจถูกร้องเรียนได้ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นหัวหน้าพรรคหรือเป็นลูกน้องนายสุเทพกันแน่ ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่ไปคุยกับนายสุเทพและ แกนนำ กปปส. ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่กลับโยนภาระมาให้นายกฯ และรัฐบาล อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ นายอภิสิทธิ์กำลังสร้างเงื่อนไขการบอยคอตเลือกตั้งอีกใช่หรือไม่ โดยอ้างว่าเป็นเพราะนายกฯ ไม่พูดคุยกับนายสุเทพก่อน การเลือกตั้งก็อาจจะไม่สงบเลยจะไม่ลงเลือกตั้งอีก สุดท้ายแล้วระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพ ใครเป็นหัวหน้าพรรคกันแน่
 
                          นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ตนมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวมีนัยยะและเป็นเกมของนายอภิสิทธิ์ที่จะไม่ลงเลือกตั้งใช่หรือไม่ หากนายอภิสิทธิ์อยากปฏิรูปประเทศสอดคล้องกับความต้องการของกปปส. ขอให้ประกาศออกมาเป็นนโยบายพรรคแล้วนำมาหาเสียงเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนให้ ยังจะเป็นรูปธรรมมากกว่าการบอยคอตการเลือกตั้งซ้ำซาก
 
 
'จิรายุ' ย้อนถาม 'กกต.' ใครจะรับผิดชอบเงินค่าหาเสียงของผู้สมัคร
 
 
                          นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ พร้อมด้วยร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช และ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมใจกันสวมชุดดำร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ โดยนายจิรายุกล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังกกต.ให้รับผิดชอบเรื่องการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยต้องออกมาชี้แจงว่าเงินของผู้สมัครที่ใช้หาเสียงไปแล้วจะทำอย่างไร กกต.จะชำระหนี้คืนให้ตนอย่างไร ในเมื่อตนลงสมัครอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากสัปดาห์หน้ายังไม่ได้คำตอบ ตนจะใช้กระบวนการเดียวกันกับที่กกต.กระทำกับผู้ที่ถูกใบเหลือง ใบแดง โดยการฟ้องเรียกค่าเสียหาย
 
                          ทั้งนี้ขอถามไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า วิญญาณของความเป็นประชาธิปไตยของพรรคการเมืองเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่างหรือยัง การที่บอกว่าต้องรอการประชุมพรรคในวันที่ 25 มี.ค.ก่อนถึงจะทราบว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่นั้น เชื่อว่าคงต้องถามคนชื่อนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพราะขณะนี้สังคมตอบได้แล้วว่าระหว่างหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับเลขาธิการกปปส.นั้นใครใหญ่กว่ากัน ดังนั้นคงไม่ต้องรอผลการประชุมกรรมการริหารพรรคเพราะน่าจะมีธงอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้สัปดาห์หน้าตนจะชวนเพื่อนสมาชิกไปกราบเท้านายอภิสิทธิ์เพื่อขอให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เชื่อว่า กปปส.จะไม่ไปขวางการเลือกตั้งอย่างแน่นอน
 
                          ด้าน ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า ขณะนี้มีคำถามเกิดขึ้นมากมายในสังคม อยากถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่อาจจะสมรู้หรือร่วมคิด โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ว่าหากกกต.พร้อมจัดการเลือกตั้ง รัฐบาลพร้อมสนับสนุน พรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครหรือบอยคอตการเลือกตั้ง เพราะประชาชนเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมและแผนประทุษกรรม เริ่มตั้งแต่มีการชุมนุมของกปปส. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ลาออกจากการเป็น ส.ส. มีการขวางการเลือกตั้ง ซึ่งตนเห็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ร่วมในทุกพฤติกรรม ทั้งนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงเลือกตั้ง ขอให้บอกมาเลยว่าจะบอยคอตแบบไหน เช่น ปี 49 ที่อยู่เฉยๆ รอองค์กรอิสระจัดการ และในครั้งนี้ที่ให้ครือข่ายออกมาขัดขวาง ดังนั้นบอกมาให้ชัดว่าสังคมจะต้องเจอกับอะไรอีก อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องสปิริต อย่าดีแต่วาทกรรม การที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่ารัฐบาลควรใช้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสของบ้านเมือง โดยให้นายกฯ ไปพูดคุยกับนายสุเทพนั้น ขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ว่า หากมีจิตสำนึก นายอภิสิทธิ์กล้าที่จะพูดกับนายสุเทพ กล้าขัดคำสั่งนายสุเทพหรือไม่
 
                          ขณะที่น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า ขอถามย้ำไปยังนายอภิสิทธิ์ว่า กล้าพอที่จะลงแข่งกับผู้นำสตรีอย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ประกาศจะยอมตายบนเส้นทางประชาธิปไตยหรือไม่ หรือท่านไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ จะรอให้ใครเอาพานใส่ตำแหน่งมาให้ ขอให้ทบทวนว่าดีกรีนักเรียนนอกจะสร้างภาวะผู้นำได้มากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมาประเทศไทยรอประชาธิปไตยจากพรรคประชาธิปัตย์มามากพอแล้ว วันนี้หากไม่มีพรรคประชาธิปัตย์คงไม่เป็นไร แต่ความเป็นประชาธิปไตยต้องอยู่กับประเทศไทยต่อไป ดังนั้นขอเรียกร้องประชนชนไม่ต้องไปสนใจพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมกันสร้างประชาธิปไตยให้เต็มใบ
 
                          ด้าน นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้เราอยู่ในเหตุวิปริตในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปัจจุบันคือ 1.กรรมการป.ป.ช.และ ส.ว.สรรหาที่ไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง กำลังใช้อำนาจชี้มูลความผิด ถอดถอนนายกฯ และประธานสภาฯ ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ 2.ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลเดียวที่ไม่มีทั้งกฎหมายจัดตั้งศาล และกฎหมายวิธีพิจารณาความในศาล ใช้เพียงข้อกำหนดซึ่งไม่มีสถานะเป็นกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น แต่กลับนำมาวินิจฉัยล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน รวมทั้งขัดขวางไม่ให้นำร่างพระราชบัญญัติและร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ได้รับคำแนะนำและยินของรัฐสภาแล้วขึ้นทูลเกล้าฯ และล่าสุดได้สั่งวินิจฉัยล้มการเลือกตั้งทั่วไปตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เท่ากับเป็นการฉวยโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา108 เพื่อยึดอำนาจจากประชาชนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 20 ล้านคน
 
                          และ 3.สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งตั้งแต่ปี 53 มาจนถึงปัจจุบัน ไม่มีผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่มีทั้งประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และไม่มีแม้แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินฯ  มีแต่รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินซึ่งรักษาการผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอยู่คนเดียว สรุปคือองค์กรนี้ไม่มีทั้งผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ไม่มีทั้งกฎหมายที่ต้องมีพระบรมราชโองการให้ประกาศใช้ แต่กลับชงเรื่องให้กรรมการ ป.ป.ช.และ ส.ว.สรรหาที่ไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ มาชี้มูลความผิดและถอดถอนนายกฯ ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ดังนั้นขอดักคอไว้ก่อนว่าจะเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจหรือไม่