
เวเนซุเอลา..รวยน้ำมันแต่ขาดอาหาร
23 มี.ค. 2557
เปิดโลกวันอาทิตย์ : เวเนซุเอลา..รวยน้ำมันแต่ขาดอาหาร
การประท้วงต่อต้านรัฐบาลประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโร ผู้รับช่วงการปฏิวัติสังคมนิยมและประชานิยมต่อจากประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ เมื่อหนึ่งปีก่อน ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อโลกเท่าใดนักในระยะหลัง อาจเป็นเพราะเกิดซ้อนกับวิกฤติยูเครน ที่เลยเถิดเป็นการประกาศเอกราชและแยกดินแดนของไครเมียพอดี แต่จนถึงขณะนี้ การประท้วงยังไม่ยุติ และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก
หนึ่งในสาเหตุของการก่อหวอดชุมนุมไม่เลิก เป็นเพราะเอือมกับปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลแก้ไขไม่สำเร็จ ทั้งอาชญากรรม การปิดกั้นสื่อ ขาดแคลนอาหารและของใช้พื้นฐาน ซึ่งข้อหลังเป็นเรื่องที่น่าฉงนเสมอมาสำหรับประเทศที่ได้ชื่อว่ามีคลังน้ำมันสำรองมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
ประธานาธิบดีมาดูโรโทษคนกักตุนและเก็งกำไร เป็นต้นเหตุให้อาหารขาดตลาด ขณะที่ฝ่ายค้านยืนยันว่า เป็นเพราะความผิดพลาดในการบริหารจัดการ คือสาเหตุให้ชั้นวางสินค้าว่างเปล่า จนทำให้น้ำมันพืช แป้งข้าวโพด มาการีน นม สบู่ และน้ำยาซักผ้า กลายเป็นของหายาก ส่วนกระดาษชำระถูกเปรียบเปรยว่ากลายเป็นสินค้าหรูหรา การต่อคิวซื้อของเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ และอาหารขาดแคลนเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกัน
ไม่จบในสื่อ สภากาแฟ ออนไลน์ และในครัวเรือนทั่วประเทศ
การขาดแคลนสินค้าพื้นฐานในชีวิตประจำวันและการกักตุนที่ตามมาเป็นปัญหาสืบเนื่อง มีคำอธิบายแตกต่างตามขั้วการเมือง ไม่ต่างจากปัญหาอื่นๆ ในเวเนซุเอลา แล้วแต่ว่านำคำถามนี้ไปถามใคร
สำนักข่าวอัลจาซีรา สัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้เสียและอยู่กับปัญหาโดยตรง รวมถึงเจ้าของร้านค้า ผู้บริโภค เกษตรกร นักเศรษฐศาสตร์ และเจ้าหน้าที่จากหลายฟากการเมือง พบว่าความพยายามจะกรองหาความจริงมิใช่เรื่องง่ายนัก แต่ถึงอย่างนั้นดูเหมือนมี 4 ปัจจัยที่ทำให้สินค้าขาดแคลน ได้แก่ ขาดเงินดอลลาร์และสกุลอื่นๆ การควบคุมราคาสินค้า มีการส่งออกอาหารไปขายในต่างแดนเพราะได้ราคาดีกว่า และปัญหาห่วงโซ่สินค้า
ฟรานซิสโก ลูซอน เจ้าของร้านทำประตูเหล็ก ในย่านผู้ใช้แรงงานในกรุงการากัส โทษอภิสิทธิชนคือตัวปัญหา "นี่เป็นสงครามเศรษฐกิจของพวกเอกชนชนชั้นนำ พวกเขาคิดแต่เพิ่มผลกำไร การขายสินค้าหนีภาษีคือปัญหาใหญ่ ผู้จัดจำหน่ายกว้านซื้อสินค้าปริมาณมากที่มีไว้สำหรับชาวเวเนซุเอลา ไปขายให้แก่โคลอมเบีย" เช่น แป้งข้าวโพดหนึ่งห่อราคา 6 โบลิวาร์ในเวเนซุเอลา แต่ขายในโคลอมเบียได้ถึง 200 โบลิวาร์
การอุดหนุนสินค้าอาหารพื้นฐานโดยรัฐ ให้มีราคาถูกประชาชนซื้อหาได้กับการคุมอัตราแลกเปลี่ยน ดึงดูดนักค้าในตลาดมืดและผู้กักตุนนำสินค้าอาหารไปขายนอกประเทศ ซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนในประเทศ
ปัญหาอาหารขาดแคลนเป็นเรื่องที่ถกกันมาก แต่ความอดอยากไม่ใช่ปัญหา สถิติสถาบันโภชนาการแห่งชาติเวเนซุเอลา พบว่า ชาวเวเนซุเอลาได้รับแคลอรีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 50% ในช่วง 12 ปีแรกภายใต้ระบอบสังคมนิยม
แต่สำหรับประชาชนจำนวนมาก นั่นยังไม่ดีพอสำหรับประเทศร่ำรวยทรัพยากรพลังงาน
ขาดดอลลาร์
เวเนซุเอลาควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ขั้นตอนการนำเข้าปกติบิดเบี้ยว 1 ดอลลาร์ตามอัตราทางการ เท่ากับ 11.3 โบลิวาร์ แต่ในตลาดมืด 1 ดอลลาร์จะแลกได้ถึง 80 โบลิวาร์ ภาคธุรกิจจะต้องยื่นเรื่องต่อรัฐบาลเพื่อขอแลกเงินดอลลาร์อย่างเป็นทางการ บางครั้งด้วยระบบราชการ ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเงียบหายไปเลยก็มี ทำให้โกดังสินค้าว่างเปล่า จนมีข่าวลือว่ารัฐบาลขาดเงินตราต่างประเทศ
มูดี้ส์ และ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือพันธบัตรเวเนซุเอลาลงมาอยู่ในระดับขยะ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อนุมานได้ว่าทุนสำรองของรัฐบาลการากัส ไม่น่าจะมีดอลลาร์มากนัก
"เราเคยผลิตอาหารที่นี่ เมื่อสามหรือสี่ปีก่อน เราผลิตได้มากทีเดียว จู่ๆ รัฐบาลเริ่มเข้ามาแทรกแซงการทำเกษตร ยึดที่ดินไป บัดนี้ ที่ดินเหล่านั้นไม่ได้ผลิตอะไรเลย อะไรๆ ก็ต้องนำเข้า" ฟรานซิสโก การ์เซีย ชาวเมืองบาเลนเซีย กล่าว
สถาบันที่ดินแห่งชาติเวเนซุเอลา ตั้งเป้าจัดสรรที่ดิน 2.187 ล้านไร่ในปีนี้ รัฐบาลระบุว่าที่ดินส่วนมากเป็นที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์ ควรนำไปให้เกษตรกรรายย่อยที่ต้องการ
"เราได้โอกาสมากมาย รัฐบาลยุบการถือครองที่ดินของเจ้าของที่ดินรายใหญ่ รัฐบาลให้เงินกู้แก่พวกเรา ฝึกอบรมและให้การศึกษา" เซเลซิโอ บีร์เกซ เกษตรกรผู้ปลูกถั่วจากรัฐลารา กล่าวขณะเดินขบวนไปกับผู้สนับสนุนนายมาดูโรในกรุงการากัส
แต่นักวิจารณ์ระบุว่า รัฐบาลทำลายการผลิตในภาคเกษตร นำผู้สนับสนุนของตนเข้าไปยังที่ดินจัดสรรใหม่
การ์เซีย กล่าวว่า ขณะนี้ที่ดินทำการเกษตรอยู่ในมือของรัฐบาลแล้ว แต่ทุกอย่างยังต้องนำเข้าและราคาแพงมาก
เป็นความจริงที่เถียงไม่ได้ว่า การผลิตอาหารในประเทศตกต่ำลงในหลายปีมานี้ จากที่เคยเป็นผู้ส่งออกข้าวในปี 2549 แต่ปีที่แล้ว ต้องนำเข้าข้าวกว่าร้อยละ 40 เพื่อตอบสนองความต้องการ
การกักตุนสินค้าคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
คาตีอุสกา โรดริเกซ ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจที่เจาะปัญหาขาดแคลนสินค้า จาก "เอล นาซิอองนาล" หนังสือพิมพ์หัวใหญ่ที่ถูกมองว่าสนับสนุนฝ่ายค้าน กล่าวว่า เริ่มแรก รัฐบาลระบุว่านักธุรกิจกักตุนอาหาร ต่อมาเปลี่ยนเป็นว่า ประชาชนกักตุนอาหารด้วยการซื้อคราวละมากๆ เดี๋ยวนี้บอกใหม่ว่า อาหารที่หายไปจากชั้น 40% เป็นเพราะพวกค้าของเถื่อนส่งไปขายอย่างผิดกฎหมายในโคลอมเบีย
รัฐบาลอ้างว่าการกักตุนสินค้า เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเศรษฐกิจ โดยพวกสนับสนุนลัทธิทุนนิยมฝั่งตรงข้าม
แต่โรดริเกซ กล่าวว่า ปรากฏการณ์กักตุน เป็นเรื่องของการค้าขายและมุ่งกำไร ไม่ใช่การเมือง ราคาสินค้าพื้นฐานถูกควบคุมเข้มงวด ดังนั้น ผู้ค้าจึงพอใจที่จะขายให้ตลาดมืดที่ได้ราคาดีกว่า แทนที่จะขายให้แก่ร้านค้ารัฐบาลหรือผู้จัดจำหน่ายรายอื่น ยังไม่ต้องพูดถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นในกระบวนการกระจายสินค้า
รัฐบาลมาดูโร ออกกฎหมายเพื่อราคาที่เป็นธรรมเมื่อเดือนมกราคม เพื่อพยายามกวาดล้างการกักตุนและเงินเฟ้อที่พุ่งแตะ 56% ผู้ใดขายสินค้าได้กำไรเกิน 30% จะมีโทษจำคุก แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากไม่คิดว่าจะแก้ปัญหาอุปสงค์อุปทานได้
ภาคเอกชนเห็นตรงกันว่า สาเหตุการขาดแคลนสินค้าเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาเงินเฟ้ออย่างเหมาะสม สินค้าบางตัวไม่ได้ขึ้นราคามาสองปีแล้วเพราะรัฐบาลคุมราคา เช่นเดียวกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ อย่าง เอ็มเปรซาส โปลาร์ เอสอา กลุ่มธุรกิจอาหารในเวเนซุเอลา ที่ระบุว่า การขาดแคลนสินค้าเป็นผลสืบเนื่องจากการทำลายภาคอุตสาหกรรม การยึดที่ดิน การแช่แข็งราคา และล่าสุด การจำกัดการซื้อเงินต่างประเทศ
ไม่ว่าปัจจัยใดแน่ที่อยู่เบื้องหลัง จะจากการเมืองหรือธุรกิจ การขาดแคลนสินค้าพื้นฐาน ดอลลาร์ขาดแคลน พึ่งสินค้านำเข้า และตลาดพันธบัตรโลกเมินหนี จะมาหยุดที่ตัวประธานาธิบดีอยู่ดี เพราะมาดูโรคือผู้คุมอำนาจในเวเนซุเอลา และเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากการขายน้ำมันยังหลั่งไหลเข้าประเทศ หากแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ เชื่อว่าการประท้วงบนท้องถนนก็จะมีอยู่ต่อไป
---------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : เวเนซุเอลา..รวยน้ำมันแต่ขาดอาหาร)



