ข่าว

'สุรชัย'คาดต้นเม.ย.ประชุมวุฒิถอด'นิคม'

'สุรชัย'คาดต้นเม.ย.ประชุมวุฒิถอด'นิคม'

21 มี.ค. 2557

'สุรชัย'คาดต้นเม.ย.ประชุมวุฒิถอด'นิคม' เพื่อไทยเตรียมฟ้องศาลรธน.-กกต.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน 'ภูมิธรรม'เผยสัปดาห์หน้านัดพรรคร่วมรัฐบาลหารือ

            21มี.ค.2557 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ฐานะรักษาการประธานวุฒิสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาและฝ่ายกฎหมาย เพื่อหารือถึงแนวทางปฏิบัติต่อการพิจารณาถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาซึ่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หลังจากถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดและเตรียมส่งเรื่องให้ที่ประชุมวุฒิสภาถอนถอน ว่าตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 (2) อนุญาตให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาถอดถอน หรือแต่งตั้งบุคคลได้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างการยุบสภา

            "ดังนั้นเท่าที่หารือกับทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเบื้องต้น จำเป็นต้องส่งเรื่องให้สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลค.)เป็นผู้ดำเนินการเพื่อนำความกราบบังคับทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการเรียกประชุมสมัยวิสามัญ และให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ  อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวถือเป็นหลักปฏิบัติช่วงที่มีสถานะพิเศษ คือ ระหว่างการยุบสภา ส่วนประเด็นของการที่จะถูกหยิบยกมาพิจารณาสมัยวิสามัญนั้น จะมีประเด็นการถอดถอนนายนิคม และการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.แทนนายใจเด็ด พรไชยา กรรมการ ป.ป.ช. ที่พ้นวาระดำรงตำแหน่ง โดยคาดว่าจะมีการประชุมได้ช่วงต้นเดือนเม.ย. นี้"   นายสุรชัย กล่าวและว่า

            สำหรับกระบวนการถอดถอนนายนิคมนั้น หลังจากที่ ป.ป.ช.ส่งรายงานการไต่สวนมายังวุฒิสภาแล้ว ข้อบังคับการประชุมกำหนดให้เปิดประชุมวิสามัญนัดแรก ภายใน 20 วัน ดังนั้นหลังจากที่ได้รับรายงาน ทางสำนักงานเลขาธิการจะทำเรื่องให้ สลค. ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และเมื่อเปิดประชุมได้แล้ว จะมีกระบวนการตามขั้นตอนถอดถอน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 40 วัน ซึ่งอาจจะทันหรือไม่ทันการเข้ามาทำหน้าที่ของสว.ชุดใหม่ ต้องหารือกรอบอีกครั้ง ที่ตนได้นัดประชุมทางหน่วยงานอีกครั้งวันที่ 27 มี.ค.นี้ ส่วนตัวมองว่ากรณีการพิจารณาถอดถอน นั้นอาจต้องใช้วิธีการพิจารณาคดีความของศาลมาดำเนินการ ที่ระบุว่าผู้ที่ไม่ดำเนินการไต่สวนตั้งแต่ต้น ก็ไม่เหมาะสมที่จะมาวินิจฉัยในคดีในขั้นตอนสุดท้าย


พท.เตรียมฟ้องศาลรธน.-กกต.-ผู้ตรวจการแผ่นดิน

            นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีมีมติให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะว่า องค์กรใดก็ตามที่ทำนอกเหนือกฎหมาย เหนือรัฐธรรมนูญ โดยที่ไม่มีอำนาจ ก็เท่ากับว่ากระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการใช้สิทธิฟ้องร้องมากพอสมควร แต่ในกรณีนี้มีองค์กรที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 องค์กรคือ ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งพรรคจะต้องดูข้อกฎหมายว่าองค์กรเหล่านี้กระทำการโดยมีอำนาจหรือไม่ และต้องดูว่าจะฟ้องใคร ฟ้องเรื่องอะไร และข้อหาอะไร ซึ่งมีทั้งทางแพ่ง และทางอาญาที่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้มีผู้เสียหายคือผู้สมัครส.ส.ทั้งหลาย ที่คงจะต้องฟ้องดำเนินคดี


“ภูมิธรรม”เผยสัปดาห์หน้านัดพรรคร่วมรัฐบาลหารือ


            นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากนี้คงต้องขอดูคำวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะกำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไป เพราะเรายังไม่เห็นรายละเอียดคำวินิจฉัย ทั้งนี้ คำตัดสินวันนี้จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แล้วใครที่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง รวมทั้งหากมีการเลือกตั้งใหม่พรรคประชาธิปัตย์จะลงแข่งหรือไม่ และกปปส.ยังจะขัดขวางการเลือกตั้งอีกหรือไม่ เพราะแบบนี้เรื่องยังไม่จบ และสิ่งที่น่าห่วงขณะนี้คือ การก่อตัวของสถานการณ์ความรุนแรงโดยความพยายามของคนบางกลุ่มซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศ  อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้มีการพูดคุยกันแล้ว โดยทุกคนต่างไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น อยากเห็นประเทศเดินหน้าและหลุดพ้นจากความขัดแย้ง ดังนั้นจะนัดกินข้าวเพื่อพูดคุยกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า