
'พท.'เย้ย'กปปส.'ร้อนตัวจับ'ป๊อปคอร์น'
21 มี.ค. 2557
'พท.' เย้ย 'กปปส.' ร้อนตัว ปมมือปืนป๊อปคอร์น จี้ยอมรับความจริง 'ม็อบ' ติดอาวุธ ไม่ได้ชุมนุมอย่างสงบ
21 มี.ค. 57 น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวต่อกรณีที่มีการจับกุม นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลได้อนุมัติไว้แล้วนั้น โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ได้ออกมาแถลงข่าวในลักษณะแก้เกี้ยว และปกป้องการกระทำผิดของกลุ่ม กปปส. ว่า การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้นั้นเป็นการจับแพะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้อยคำที่นายเอกนัฏ ได้กล่าวว่า
"การออกหมายจับของ สตช. ตั้งธงไว้แล้ว และพยายามเชื่อมโยงทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ที่สำคัญคนที่ถูกศาลออกหมายจับก็ไม่มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนยิงปืน โดยใช้ถุงป๊อปคอร์นคลุมปืน นอกจากนั้นการออกหมายจับฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นนั้น หากดูจากพฤติกรรมกลุ่มบุคคลดังกล่าวเห็นว่า ไม่มีเจตนาฆ่าใคร แต่เป็นการยิงเพื่อสกัดกั้นเท่านั้น"
ประเด็นนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่ม กปปส. พยายามบ่ายเบี่ยงและกลบเกลื่อนหลักฐานที่แสดงว่า การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. นั้นมีการติดอาวุธสงคราม และไม่ได้เป็นการชุมนุมที่สงบ การที่นายเอกนัฏ พยายามกล่าวว่าไม่มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ได้ว่า ผู้ที่ถูกออกหมายจับเป็นคนยิงปืนโดยใช้ถุงป๊อปคอร์นนั้น ประเด็นนี้อยากฝากไปยังนายเอกนัฏ ว่า ให้ออกมารับรู้โลกแห่งความเป็นจริงบ้าง อย่าสร้างจินตนาการ หรือมโนแบบเพ้อเจ้อเอาเอง ว่ากลุ่มคนที่ถูกออกหมายจับนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมือปืนป๊อปคอร์น การกล่าวในเชิงปฏิเสธว่าไม่มีหลักฐาน แต่ในประโยคเดียวกันกลับกล่าวซ้ำว่า "ยิงเพื่อสกัดกั้นเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาฆ่าใคร"
ขอย้ำว่าเรื่องนี้นายเอกนัฏ พยายามโกหกสังคม เพราะผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมนั้น ก็ยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนของ กปปส.จริง เป็นผู้ลงมือยิงปืนจริง และอย่าลืมว่าจากเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส และอาจจะพิการไปตลอดชีวิต จากผลงานของกลุ่มคนที่นายเอกนัฏ พยายามปกป้อง เข้าใจดีว่านายเอกนัฏ ไม่ใช่แค่เพียงต้องการปกป้อง กปปส. เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการปกป้องครอบครัว เพราะเลขาธิการ กปปส. คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งเป็นเพื่อนของบิดา และสามีของมารดา นายเอกนัฏ ได้แสดงท่าทีเชิดชู และสนับสนุนมือปืนป๊อปคอร์นอย่างออกหน้าออกตา ว่าเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยพวกตน ส่วนประเด็นเรื่องที่ศาลไม่ได้อนุมัติออกหมายจับให้ครบตามที่พนักงานสอบสวนได้เสนอไปนั้น ก็คงไม่อาจจะไปก้าวล่วงอำนาจของศาลได้ ซึ่งต้องเป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งขึ้นอยู่กับพยานและหลักฐาน ซึ่งนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ มือปืนป๊อปคอร์น ที่ถูกออกหมายจับและถูกจับกุมได้นั้น เป็นเพราะปรากฏหลักฐานชัดเจน เช่นเดียวกับทางแกนนำอย่างนายสุเทพ และอีกหลายคนรวมถึงนายเอกนัฏเอง ที่ถูกศาลออกหมายจับในข้อหากบฏ เพราะปรากฏพฤติกรรมชัดเจนนั่นเอง
จวก 'ชวนนท์' อย่าดูถูกการลต. ชี้อย่าเล่นลิ้นอ้างสัตยาบัน หากไม่กล้าลงแข่ง
น.ส.ธีรรัตน์ แถลงข่าวต่อกรณีที่ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายออกมายอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้งเรียกร้องให้ รัฐบาล และนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัตยาบันว่า จะยอมรับคำวินิจฉัยหากศาลรธน. ตัดสินให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น เรื่องนี้ต้องเรียนฝากกลับไปยังนายชวนนท์ และพรรคประชาธิปัตย์ว่า ควรกลับไปพิจารณาถึงพฤติกรรมต่างๆ ของพรรคตนเองที่ได้กระทำมาทั้งหมด ตั้งแต่การไม่ยอมรับและต่อต้านการเลือกตั้ง บอยคอตการเลือกตั้งมาแล้ว 2 หน ส่วนประเด็นเรื่องการยอมรับคำวินิจฉัยหรือไม่อย่างไรนั้นเรื่องนี้ต้องเป็นไปตามมติของพรรค แต่อยากให้นายชวนนท์ ลองกลับไปพิจารณาถึงข้อกฎหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในการรับเรื่องร้องเรียน และตัวผู้ร้องเรียนเรื่องขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า มีกฎหมายรองรับหรือไม่อย่างไร ต้องขอเรียนว่าพวกเราทุกคนต้องอยู่ในบรรทัดฐาน และมาตรฐานเดียวกันในหลักของกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ประเทศจึงจะเดินหน้าไปได้ ดังนั้นอย่าเล่นลิ้นสร้างวาทกรรมเรื่องสัตยาบันบนความพิการทางความคิดของตัวเอง
การที่นายชวนนท์ ออกมากล่าวย้ำว่าให้ยอมรับคำวินิจฉัยหากศาล รธน.ตัดสินว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น ประเด็นนี้ขอถามนายชวนนท์ว่า ทุกวันนี้พรรคประชาธิปัตย์อาศัยเพียงอำนาจศาล รธน. เท่านั้นหรือ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมานั้นได้ผ่านการลงพระปรมาภิไธยและโปรดเกล้าฯ ให้มีการเลือกตั้ง ตาม พรฎ.ยุบสภา แต่พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่กลับไม่ยอมลงสมัคร และปรากฏชัดเจนว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ออกไปต่อต้านขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งจนเกิดความวุ่นวาย ประเด็นนี้นายชวนนท์ และพรรคประชาธิปัตย์ต้องหากระจกมาส่องตัวเอง และกระทำตัวให้ถูกต้อง ก่อนที่จะเรียกร้องให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม
อยากเรียนว่ามันเป็นสิ่งที่น่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง ที่นายชวนนท์ เรียกร้องหาความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ในการเลือกตั้ง เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ก็มีการรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์เองนั้นใช้เงินในการเลือกตั้งมากที่สุด และการซื้อเสียงก็เกิดขึ้นในพื้นที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งทั้งสิ้น หากกลัวว่ารัฐบาลจะให้อำนาจรัฐเพื่อให้ได้เปรียบเรื่องการเลือกตั้งก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าเมื่อครั้งที่พรรคของท่านเป็นรัฐบาล ก่อนยุบสภาพรรคของท่านได้ปฏิบัติไว้อย่างไร อย่าเอาแต่กล่าวหาผู้อื่นจนลืมดูตัวเอง
แม้ว่าจะมีผลการตัดสินอย่างไรจะโมฆะหรือไม่ การจัดการเลือกตั้งเพื่อให้ได้สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไป และต้องทำอย่างเร่งด่วน การที่จะเรียกร้องให้ฟัง หรือพิจารณาเงื่อนไขของกลุ่มการเมืองนอกกฎหมายใดๆ นั้นต้องถามก่อนว่า "เอากฎหมายที่ไหนมารองรับ" และการที่จะบอกว่ารัฐบาลหรือพรรคเพื่อไทยจะเอาแต่ได้ หรือเอาแต่ใจตัวเอง คำนี้ดูจะเหมาะสมกับพรรคประชาธิปัตย์เสียมากกว่า การปฏิรูปประเทศนั้นไม่มีฝ่ายไหนคัดค้านหรือไม่ต้องการสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้กับประเทศชาติและประชาชน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้มองข้ามและมีความตั้งใจจริงที่จะทำสิ่งนี้และเราได้ทำมาตลอดเวลา แต่การทำลายกฎ กติกา แล้วอ้างการปฏิรูป เพียงแค่ให้ได้อย่างใจของคนบางกลุ่มโดยไม่ได้มองเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนมากของประเทศต่างหากที่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ อย่าลืมว่าประชาชนออกมาเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาที่ผ่านมาถึง 20 กว่าล้านคน นั่นหมายถึงพวกเขาต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อ ไม่ใช่แค่เพียงมวลมหาประชาชนที่อ้างลอยๆ แล้วดูถูกการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งสภาโจ๊ก ทั้งที่ตัวเองก็ทำให้สภาอันทรงเกียรติ ถดถอย และเสื่อมลงมาโดยตลอด ส่วนการเป็นเจ้าภาพในการคลี่คลายปัญหานั้น ที่จริงแล้วไม่ต้องคิดอะไรมากและไม่ต้องหาเจ้าภาพที่ไหนหรือไม่ต้องมาห้ามใคร เพียงแค่ พรรคประชาธิปัตย์ สั่ง กปปส. เลิกชุมนุม ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตน และพรรคประชาธิปัตย์ที่พลาดการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ถือว่าให้เว้นวรรคการเมืองไปก่อน เพราะเวลาอาจจะช่วยให้พวกท่านได้คิดและตระหนักว่า ต้องปรับปรุงตนเองอย่างไร



